Tax Knowledge
อัปเดตกฎหมายลำดับรองภาษีส่วนเพิ่ม ตอนที่ 4
พุทธิมา เกิดศิริ, หทัยรัตน์ สุขประเสริฐ
จากบทความตอนที่แล้ว ผู้เขียนได้กล่าวถึงหลักเกณฑ์ในการพิจารณาประเทศที่ตั้งของนิติบุคคลที่มีหลายแหล่งที่ตั้ง กรณีนิติบุคคลที่ไม่ใช่สถานประกอบการถาวร และลักษณะของนิติบุคคลประเภทโฟลธรู ตลอดจนหลักเกณฑ์ในการพิจารณาแหล่งที่ตั้งของนิติบุคคลประเภทโฟลธรูที่เป็นบริษัทแม่ลำดับสูงสุด และกรณีนอกเหนือจากนั้น ในบทความฉบับนี้ ผู้เขียนจะขออธิบายต่อถึงกรณีนิติบุคคลประเภทโฟลธรู กรณีมีสถานประกอบการถาวรในต่างประเทศ และกรณีที่ไม่ใช่นิติบุคคลประเภทโฟลธรูตั้งอยู่ในหลายประเทศ ดังต่อไปนี้
ภาษีส่วนเพิ่ม : หลักเกณฑ์และข้อกำหนด
3. การพิจารณาประเทศที่ตั้งของนิติบุคคลที่มีหลายแหล่งที่ตั้ง และของนิติบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะ(ต่อ)
3.2 กรณีมีสถานประกอบการถาวร (Permanent Establishment - PE) ให้พิจารณาดังนี้
3.2.1 ถ้ามีสถานประกอบการถาวรเพื่อการจัดเก็บภาษีจากกำไรธุรกิจตามข้อตกลงอนุสัญญาภาษีซ้อน (Double Taxation Agreement - DTA) ให้ถือว่าสถานประกอบการถาวรนั้นตั้งอยู่ในประเทศที่สถานประกอบธุรกิจนั้นมีสถานะเป็นสถานประกอบการถาวร และต้องเสียภาษีในประเทศนั้นตามอนุสัญญาภาษีซ้อน (เช่น นิติบุคคลประเภท S Corporation จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาและมีสำนักงานโรงงานในประเทศไทย ถือว่านิติบุคคลนั้นมีสถานประกอบการถาวรในประเทศไทยตามหลักเกณฑ์ในข้อบทที่ 5 ของอนุสัญญาภาษีซ้อนไทยสหรัฐอเมริกา ก็จะถือว่านิติบุคคลประเภทโฟลธรูที่เป็น S Corporation มีสถานประกอบการตั้งอยู่ในประเทศไทยตามกฎการรวมเงินได้)
3.2.2 กรณีประเทศที่นิติบุคคลต่างประเทศตั้งอยู่นั้น ไม่มีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากการเข้าไปประกอบกิจการ กรณีของประเทศไทยประมวลรัษฎากรก็มีบทบัญญัติซึ่งกำหนดให้นิติบุคคลต่างประเทศที่เข้ามาประกอบกิจการในประเทศไทยต้องเสียภาษีจากเงินได้ที่ได้รับจากการประกอบกิจการในประเทศไทย ไม่ว่านิติบุคคลต่างประเทศนั้นจะจดทะเบียนจัดตั้งอยู่ในประเทศที่มีหรือไม่มีอนุสัญญาภาษี ซ้อนกับประเทศไทย นิติบุคคลต่างประเทศนั้นต้องเสียภาษีจากเงินได้ที่ได้รับจากการประกอบกิจการในประเทศไทยตามมาตรา 66 วรรคสอง ประกอบกับมาตรา 76 ทวิ ของประมวลรัษฎากร หากนิติบุคคลนั้นมีลูกจ้าง หรือผู้ทำการแทน หรือผู้ทำการติดต่อ อันเป็นเหตุให้ได้รับเงินได้หรือผลกำไรในประเทศไทย ให้ถือว่าบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นประกอบกิจการในประเทศไทย จากหลักเกณฑ์ของประกาศอธิบดีเกี่ยวกับภาษีส่วนเพิ่มดังกล่าว ยกเป็นตัวอย่างเพื่อความเข้าใจได้ เช่น Fundos de Investimento em Participação (FIPs) เป็นนิติบุคคลในรูปแบบกองทุนที่ถูกกำหนดขึ้นตามกฎหมายเฉพาะเจาะจงของประเทศบราซิล และ FIPs เป็นนิติบุคคลประเภทโฟลธรูจดทะเบียนจัดตั้งในประเทศบราซิล ซึ่งไม่มีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศไทย หากกองทุน FIPs ได้ประกอบกิจการในประเทศไทย โดยมีลูกจ้าง ผู้ทำการแทน หรือผู้ทำการติดต่อ อันเป็นเหตุให้ได้รับเงินได้ในประเทศไทย กรณีนี้ก็ถือว่ากองทุน FIPs มีสถานประกอบการถาวรตั้งอยู่ในประเทศไทยตามกฎหมายภายในของไทยเพื่อการคำนวณภาษีส่วนเพิ่มได้เช่นกัน
ปลดล็อกความรู้บัญชี-ภาษี แบบไม่ตกเทรนด์
สมัครสมาชิก CPD & Account
เพื่อเข้าถึงคลังความรู้ ข่าวสารแวดวงบัญชี ภาษี มาตรฐานการบัญชี แบบไม่ตกเทรนด์จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญ ตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 1 ครั้ง มูลค่า 900 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา เริ่มต้น 200 บาท/หลักสูตร (ราคาคอร์สไม่เกิน 2,500 บาท) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
รับสมัครสมาชิก เฉพาะบุคคลธรรมดาเท่านั้น กรณีเป็นนิติบุคคล ท่านสามารถสมัครสมาชิกเอกสารภาษี หรือ HR Society ได้
มีบัญชีสมาชิกอยู่แล้ว? เข้าสู่ระบบ