CPD Talk
จากงบการเงินสู่ ESG Reporting บทบาทใหม่นักบัญชีในการขับเคลื่อนความยั่งยืน
วิทยา เอกวิรุฬห์พร
ในอดีต งบการเงินซึ่งเป็นผลลัพธ์สุดท้ายของงานด้านบัญชี มักถูกใช้เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของธุรกิจผ่านตัวเลข เช่น รายได้ กำไรสุทธิ และผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้มีข้อจำกัดเนื่องจากเป็น “ข้อมูลในอดีต (Backward-looking)” ที่สะท้อนเพียงผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นไปแล้ว ซึ่งในโลกธุรกิจปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความผันผวน ข้อมูลดังกล่าวจึงไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจอีกต่อไป
ปัจจุบันด้วยการเปลี่ยนแปลง เหลื่อมล้ำทางสังคม และข้อเรียกร้องด้านธรรมาภิบาลธุรกิจ รวมถึงสงครามทางการค้าส่งผลให้ผลตอบแทนในอนาคตมีความผันผวนอย่างสูงและคาดการณ์ได้ยาก สร้างความกังวลใจให้กับผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders) ทั้งนักลงทุน ผู้บริโภค และหน่วยงานกำกับดูแลอย่างมากทั้งในแง่ของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) แบบสุดขั้ว แรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ก่อเกิดความเหมาะสม ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น และผลกระทบที่จะเป็นไปได้จากการใช้ดุลยพินิจของผู้บริหารต่อการใช้ทรัพย์สินขององค์กรที่อาจจะได้มาจากการสนับสนุนของผู้มีส่วนได้เสียในมุมต่าง ๆ
เมื่อผลกำไรทางการเงินในอดีตเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรับประกันความอยู่รอดของธุรกิจในระยะยาวได้ การทำความเข้าใจในกลยุทธ์ของฝ่ายบริหารต่อการจัดการความเสี่ยงทางธุรกิจที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมด้านต่าง ๆ ที่กระทบต่อเงินทุนหมุนเวียนของกิจการกลายเป็นสิ่งที่ผู้มีส่วนได้เสียต้องการข้อมูลประกอบเพื่อการตัดสินใจทางเศรษฐกิจที่แม่นยำยิ่งขึ้น การจัดการและเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายและกลยุทธ์ในการจัดการของฝ่ายบริหารเกี่ยวกับความยั่งยืนของเสาหลักสำคัญ 3 ด้าน อันได้แก่ Environmental, Social, Governance (ESG) ซึ่งส่งผลต่อกระแสเงินสดในอนาคตนั้นจึงก้าวเข้ามามีบทบาทเทียบเท่าหรืออาจจะสำคัญกว่างบการเงินแบบดั้งเดิม การเปิดเผยข้อมูล ESG ไม่ใช่แค่การทำกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) แต่คือการสื่อสารให้เห็นถึง “ความสามารถในการบริหารความเสี่ยงและการสร้างมูลค่าในระยะยาว” ขององค์กร และบุคคลที่จะเป็นผู้ขับเคลื่อนข้อมูลสำคัญคนหนึ่งในการเชื่อมโยงโลกของข้อมูลทางการเงินและข้อมูลความยั่งยืนเข้าด้วยกันก็คือ “นักบัญชี”
นักบัญชีกับบทบาทใหม่ในการรายงานความยั่งยืน
หลายคนอาจตั้งคำถามว่า ทำไมประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมและสังคมถึงต้องมาอยู่ในมือของนักบัญชี ? คำตอบคือ ข้อมูล ESG ที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้ ต้องมีคุณสมบัติเฉกเช่นเดียวกับข้อมูลทางการเงิน นั่นคือ ต้องมีความถูกต้อง เชื่อถือได้ ครบถ้วน ตรวจสอบได้ และสามารถเปรียบเทียบได้ แต่ข้อมูลด้านบัญชีเพียงด้านเดียวไม่เพียงพอที่จะคลายความกังวลของผู้มีส่วนได้เสียได้ เพราะการกระทำใด ๆ ของผู้บริหารในการจัดการเงินทุนย่อมส่งผลกระทบทางตรงหรือทางอ้อมต่อผู้มีส่วนได้เสีย
ขณะที่นักบัญชีคือผู้เชี่ยวชาญด้านการรวบรวมข้อมูลหรือบุคคลผู้ที่ถูกไว้วางใจในการวางระบบการควบคุมภายใน และการสอบทานความถูกต้องของข้อมูลตามมาตรฐานการรายงานข้อมูล บทบาทของนักบัญชีในปัจจุบันจึงต้องยกระดับจากการเป็นเพียงผู้บันทึกรายการค้า (Bookkeeper) มาสู่การเป็นผู้นำขององค์กรในการรายงานข้อมูลที่เกี่ยวกับความยั่งยืนของธุรกิจ โดยมีบทบาทใหม่ที่สำคัญที่ครอบคลุมในหลาย ๆ ด้าน ได้แก่
▪ ผู้รวบรวมและสอบทานข้อมูล เช่น ข้อมูลอย่างการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปริมาณการใช้น้ำ หรือสถิติอุบัติเหตุ ข้อมูลการเดินทางของระบบขนส่งในห่วงโซ่คุณค่า (ห่วงโซ่อุปสงค์และอุปทาน) ตลอดจนการออกแบบเอกสารอ้างอิงและตรวจสอบความน่าเชื่อถือ
▪ ผู้วางระบบการควบคุมภายในด้าน ESG เช่น การสร้างระบบที่แข็งแกร่งเพื่อป้องกันการฟอกเขียว (Greenwashing) หรือการเปิดเผยข้อมูลที่บิดเบือนและไม่ครบถ้วน
▪ ผู้แปลความหมาย การแปลงข้อมูลเชิงคุณภาพหรือความเสี่ยงด้านความยั่งยืนให้เป็นตัวเลขที่เป็นผลกระทบทางการเงิน (Financial Impact) เพื่อเสนอต่อผู้บริหาร
▪ โครงสร้างและการเปิดเผยข้อมูล ESG เพื่อให้การรายงานข้อมูลความยั่งยืนเป็นระบบ โครงสร้างการเปิดเผยข้อมูลระดับสากลมักจะอิงกับกรอบของ TCFD (Task Force on Climate-related Financial Disclosures) ซึ่งกลายมาเป็นแกนกลางของมาตรฐานการรายงานความยั่งยืนโดย International Sustainability Standards Board (ISSB) โดยประกอบด้วย 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่
ปลดล็อกความรู้บัญชี-ภาษี แบบไม่ตกเทรนด์
สมัครสมาชิก CPD & Account
เพื่อเข้าถึงคลังความรู้ ข่าวสารแวดวงบัญชี ภาษี มาตรฐานการบัญชี แบบไม่ตกเทรนด์จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญ ตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 1 ครั้ง มูลค่า 900 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา เริ่มต้น 200 บาท/หลักสูตร (ราคาคอร์สไม่เกิน 2,500 บาท) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
รับสมัครสมาชิก เฉพาะบุคคลธรรมดาเท่านั้น กรณีเป็นนิติบุคคล ท่านสามารถสมัครสมาชิกเอกสารภาษี หรือ HR Society ได้
มีบัญชีสมาชิกอยู่แล้ว? เข้าสู่ระบบ