ประกันสังคม
สมรสเท่าเทียม... สิทธิที่ผู้ประกันตนมีอยู่อย่างเท่าเทียม
ปรานี สุขศรี
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา สังคมไทยคุ้นชินกับคำว่า “สมรสเท่าเทียม” หรือคู่สมรสที่เป็น “ชาย-หญิง” หรือ“หญิง-หญิง” หรือ “ชาย-ชาย” หลายคนรอคอยและคาดหวังที่จะเห็นความงดงามของสังคมไทยรูปแบบใหม่ เพราะนับตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2568 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 มีผลใช้บังคับ การรับรองสิทธิโดยผลของกฎหมาย “การสมรสเท่าเทียม” จะเป็นจริงและย่อมส่งผลทำให้สังคมไทยเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมที่เท่าเทียมและชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกภาคส่วนของสังคมไทยต้องเตรียมความพร้อมที่จะรับรองสิทธิและหน้าที่ต่างๆ ในฐานะเป็นคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งต้องเข้าใจบริบทใหม่ของสังคมว่า สถาบันครอบครัวจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะนับแต่นี้จะมิได้มีเพียงครอบครัวที่มีพ่อ แม่ ลูก ที่เจริญเผ่าพันธุ์ตามธรรมชาติเท่านั้น แต่จะเกิดสถาบันครอบครัวอีกรูปแบบหนึ่งที่มีคู่สมรส และ/หรือบุตรที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์
ในส่วนของกฎหมายประกันสังคม ซึ่งคุ้มครองผู้ประกันตนให้ได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ นั้น ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ประกันตนและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานประกันสังคม จะต้องทำความเข้าใจและมีคำตอบที่ชัดเจนว่า คู่สมรสที่เป็น “หญิง-หญิง” และเป็น “ชาย-ชาย” จะได้รับสิทธิประโยชน์อย่างไร และหากคู่สมรสดังกล่าวประสงค์จะมี “บุตร” ที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ บุตรของคู่สมรสจะได้รับสิทธิประโยชน์ในฐานะทายาทตามกฎหมายประกันสังคมหรือไม่ ทั้งสิทธิในกรณีการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย การคลอดบุตร การทุพพลภาพ การตาย การสงเคราะห์บุตร การชราภาพ การว่างงาน เนื่องจากสิทธิบางประเภทเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้ประกันตนโดยเฉพาะ แต่สิทธิบางประเภทเป็นสิทธิของคู่สมรส หรือบุตร หรือทายาทผู้มีสิทธิอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
บทความนี้ ผู้เขียนขอเริ่มต้นแสดงความคิดเห็นเพื่อให้คู่สมรสดังกล่าวได้เห็นความเชื่อมโยงของกฎหมายและการเกิดขึ้นของสิทธิของผู้ประกันตนตามกฎหมายประกันสังคม แต่อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยสิทธิประโยชน์ยังเป็นอำนาจของสำนักงานประกันสังคมที่จะต้องตรวจสอบข้อกฎหมาย และข้อเท็จจริงให้ถ่องแท้อีกครั้ง ดังนี้
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 บัญญัติขึ้นโดยมีเหตุผลว่า “สถาบันครอบครัวเป็นหน่วยสำคัญในการพัฒนาสังคมและการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชน แต่การก่อตั้งครอบครัวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำกัดเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างชาย-หญิง ซึ่งไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบันที่มีการอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวระหว่างบุคคลเพศหลากหลาย โดยมีการอุปการะเลี้ยงดูและมีความสัมพันธ์ในด้านอื่นๆ ไม่แตกต่างจากคู่สมรสที่เป็นชายและหญิง สมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติบางประการในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อรองรับให้บุคคลเพศหลากหลายสามารถหมั้นและสมรสกันได้ ซึ่งจะทำให้มีสิทธิ หน้าที่ และสถานะทางครอบครัวเท่าเทียมกับคู่สมรสที่เป็นชายและหญิง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวที่ก่อตั้งขึ้นระหว่างบุคคลไม่ว่าจะมีเพศใด เว้นแต่ จะเป็นกรณีที่มีกฎหมายอื่นกำหนดเรื่องครอบครัว หรือมรดกไว้เป็นการเฉพาะ”
บริหารคนอย่างมืออาชีพ ปลดล็อกทุกข้อสงสัยด้าน HR
สมัครสมาชิก HR Society Magazine
เพื่อเข้าถึงคลังความรู้การบริหารทรัพยากรบุคคลแบบรอบด้าน อัปเดตกฎหมายแรงงานและประกันสังคมทันทุกเทรนด์ ส่งตรงบทความจากผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือกฎหมายแรงงาน ปีละ 1 เล่ม (มูลค่า 350 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องกฎหมายแรงงาน/การบริหารคน) ฟรี ปีละ 2 ที่นั่ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
