กฎหมายคุ้มครองแรงงาน
ความสำคัญและประโยชน์ของคำพิพากษาศาลฎีกา ในการบริหารงานบุคคล
พงษ์รัตน์ เครือกลิ่น
คำพิพากษาศาลฎีกากับการระงับข้อพิพาทแรงงาน
เมื่อมีข้อพิพาทแรงงานระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างเกิดขึ้น จะมีวิธีการระงับข้อพิพาทแรงงานอยู่ 4 วิธี ได้แก่ 1. การเจรจา (Negotiation) เป็นวิธีการระงับข้อขัดแย้งแบบทวิภาคีด้วยความสมัครใจ โดยทั้งสองฝ่าย คือ นายจ้างกับลูกจ้างเข้าร่วมเจรจาเพื่อหาข้อยุติตามที่ทั้งสองฝ่ายสามารถยอมรับกันได้ 2. การไกล่เกลี่ย (Mediation, Conciliation) เป็นวิธีระงับข้อพิพาทแรงงาน โดยมีคนกลางทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยนายจ้างและลูกจ้างให้ตกลงประนีประนอมและตกลงกัน 3. การชี้ขาด (Arbitration) เป็นกรณีที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันตั้งคนกลางที่เรียกว่า ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงาน ทำหน้าที่วินิจฉัยข้อพิพาทแรงงาน เมื่อทำการชี้ขาดแล้วจะมีผลผูกพันเพียงก็สุดแล้วแต่ประเภทของการชี้ขาด โดยรูปแบบการชี้ขาดอาจเป็นการชี้ขาดโดยมีผลผูกพัน (Binding Arbitration) และไม่มีผลผูกพัน (Non Binding Arbitration) ก็ได้ และ 4. การตัดสิน (Adjudication) เป็นกรณีที่มีการวินิจฉัยข้อพิพาทแรงงานโดยบุคคลที่ใช้อำนาจตุลาการ หรือเรียกนัยหนึ่ง คือ ศาลแรงงาน ทำหน้าที่พิจารณาคดีและออกคำตัดสินที่เรียกกันว่า คำพิพากษา
หากนายจ้างหรือลูกจ้างเลือกใช้วิธีการระงับข้อพิพาทแบบการตัดสินโดยศาลแรงงาน โจทก์ซึ่งอาจเป็นนายจ้างหรือลูกจ้างจะเป็นฝ่ายนำคดีไปฟ้องอีกฝ่ายหนึ่งต่อศาลแรงงานชั้นต้น โดยศาลแรงงานชั้นต้นปัจจุบันมีอยู่ 10 ศาล ได้แก่ ศาลแรงงานกลางและศาลแรงงานภาค 1 ถึงภาค 9 เมื่อศาลแรงงานชั้นต้นรับคำฟ้องแล้ว จะกำหนดวันนัดพิจารณา ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยซึ่งเป็นบุคคลที่ถูกฟ้องคดี ในวันนัดพิจารณา ศาลแรงงานชั้นต้นจะไกล่เกลี่ยคู่ความทั้งสองฝ่าย หากคดีตกลงกันไม่ได้ จำเลยจะให้การต่อศาลแรงงาน จากนั้นศาลแรงงานชั้นต้นจะกำหนดประเด็นข้อพิพาทและไต่สวนพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายเสร็จแล้ว จึงออกคำวินิจฉัยเป็น “คำพิพากษา” หรือ “คำสั่ง” คู่ความไม่ว่าจะเป็นโจทก์หรือจำเลยที่ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของศาลแรงงานชั้นต้น มีสิทธิอุทธรณ์ในประเด็นปัญหาข้อกฎหมายต่อศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ เมื่อศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานรับอุทธรณ์มาแล้ว องค์คณะที่เป็นเจ้าของสำนวนทำร่วมกันทำคำตัดสินแล้วส่งไปให้ศาลแรงงานชั้นต้นอ่านให้คู่ความฟัง หากคู่ความฝ่ายใดหรือทั้งสองฝ่ายไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ มีสิทธิยื่นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายพร้อมคำขออนุญาตฎีกาต่อศาลฎีกา เมื่อองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานเห็นว่าฎีกาที่ยื่นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกา ศาลฎีกาจะอนุญาตให้ฎีกา จากนั้นองค์คณะที่เป็นเจ้าของสำนวนจะร่วมกันวินิจฉัยฎีกาและออกคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลฎีกาต่อไป
ความสำคัญและประโยชน์ของคำพิพากษาศาลฎีกา
คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงาน เป็นคำตัดสินของศาลแรงงานในชั้นสูงสุด นอกจากมีผลเป็นการตัดสินข้อพิพาทแรงงานในชั้นสุดท้ายให้แก่คู่ความที่มีข้อพิพาทแรงงานกันในคดีนั้นๆ แล้ว ยังเป็น
บริหารคนอย่างมืออาชีพ ปลดล็อกทุกข้อสงสัยด้าน HR
สมัครสมาชิก HR Society Magazine
เพื่อเข้าถึงคลังความรู้การบริหารทรัพยากรบุคคลแบบรอบด้าน อัปเดตกฎหมายแรงงานและประกันสังคมทันทุกเทรนด์ ส่งตรงบทความจากผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือกฎหมายแรงงาน ปีละ 1 เล่ม (มูลค่า 350 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องกฎหมายแรงงาน/การบริหารคน) ฟรี ปีละ 2 ที่นั่ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
