custom duty
การยกเว้นอากร สำหรับ “ของที่นำเข้าเพื่อการศึกษาและวิจัย”
รติรัตน์ คงเอียด
ในโลกปัจจุบันที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี การพัฒนาการศึกษาและวิจัยของประเทศไทยถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระดับสากล สถาบันการศึกษาจำเป็นต้องปรับตัวและเพิ่มพูนศักยภาพการเรียนรู้ให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว การเข้าถึงวัสดุและอุปกรณ์ที่ทันสมัยจึงไม่ใช่เพียงแค่การจัดหาเครื่องมือ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการวางรากฐานทางปัญญาและยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
ดังนั้นในสภาวะที่การพัฒนาการศึกษาและการวิจัยมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเพิ่มพูนศักยภาพของประเทศให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงในระดับนานาชาติ การสนับสนุนให้สถาบันการศึกษาและหน่วยงานวิจัยเข้าถึงวัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพด้วยต้นทุนที่ต่ำลงผ่านการยกเว้นอากรศุลกากร จึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นวัตกรรมและการเรียนรู้ของไทยอย่างยั่งยืน
การยกเว้นอากรนำเข้าสำหรับ “ของที่ใช้เพื่อการศึกษาและวิจัย” เป็นมาตรการสนับสนุนสำคัญจากภาครัฐที่มุ่งลดภาระต้นทุนทางการเงินให้แก่สถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน ถือเป็นมาตรการทางภาษีที่สำคัญในการลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านนวัตกรรมของประเทศ การบูรณาการเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าสู่ระบบการศึกษาจะช่วยยกระดับศักยภาพของเยาวชนและนักวิจัยไทยให้ทัดเทียมระดับสากล สิทธิประโยชน์นี้ช่วยให้หน่วยงานสามารถบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ส่งผลให้บุคลากรทางการศึกษาและนักวิจัยมีเครื่องมือที่เพียงพอและทันต่อสถานการณ์ เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยไปสู่ความมั่นคงในอนาคต ทั้งนี้ การยกเว้นอากรสำหรับของที่นำเข้ามาศึกษาและวิจัยซึ่งได้แก่วัสดุอุปกรณ์สำหรับการศึกษาและวิจัยต่าง ๆ ของสถาบันการศึกษานั้น มีฐานอำนาจทางกฎหมายศุลกากรที่รองรับการใช้สิทธิดังกล่าวที่กำหนดให้ผู้นำเข้าต้องยึดถือปฏิบัติดังนี้
• มาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 : ฐานอำนาจหลักในการลดอัตราอากรและยกเว้นอากรเพื่อประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศ
• พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 (มาตรา 13 และ 51) : กฎหมายแม่บทที่ควบคุมการนำเข้าและการปฏิบัติพิธีการศุลกากร
• ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากร ตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราอากรศุลกากร พ.ศ. 2530 (ฉบับที่ 9) ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 : กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการได้รับสิทธิยกเว้นอากรสำหรับของที่นำเข้าเพื่อการศึกษาและวิจัย
• ประกาศกรมศุลกากรที่ 220/2568 เรื่อง หลักเกณฑ์และพิธีการสำหรับการลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากร ตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 (ฉบับที่ 7) ลงวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2568 : กำหนดขั้นตอนการปฏิบัติและพิธีการศุลกากรในรายละเอียดทั้งหมด
1. หน่วยงานที่ได้รับสิทธิยกเว้นอากร
หน่วยงานผู้ได้รับสิทธิยกเว้นอากรสำหรับของที่นำเข้ามาเพื่อการศึกษาและหรือการวิจัย ได้แก่หน่วยงานดังต่อไปนี้
(1) สถานศึกษาของรัฐ
ได้แก่ สถานศึกษาปฐมวัย สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวง กรม หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
(2) สถานศึกษาของเอกชนที่จัดการศึกษาในระบบตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ
ได้แก่ สถานศึกษาปฐมวัย สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาในระบบตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ และจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนหรือกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน แล้วแต่กรณี
(3) หน่วยงานที่กฎหมายกำหนดให้มีวัตถุประสงค์ หน้าที่ และอำนาจในการศึกษาและการวิจัยอันเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา
คือ หน่วยงานของรัฐและเอกชนที่มีกฎหมายเฉพาะในระดับพระราชบัญญัติ พระราชกำหนด พระราชกฤษฎีกา หรือกฎกระทรวง กำหนดให้มีอำนาจหน้าที่และวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาและหรือการวิจัยอันเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา
(4) สมาคมและมูลนิธิ
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ระบุวัตถุประสงค์ชัดเจนว่าเป็นสมาคมหรือมูลนิธิเพื่อการวิจัยทางการศึกษา
2. ขอบเขตของ “ของ” ที่ได้รับยกเว้นอากร
วัสดุและอุปกรณ์ที่สามารถขอยกเว้นอากรได้นั้นต้องเป็นไปตามประเภทพิกัดที่ระบุไว้ในประกาศกระทรวงการคลังฯ และประกาศกรมศุลกากรฯ โดยต้องเป็นของที่จำแนกเป็น “7 หมวดหมู่” ดังนี้
(1) หนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ และเอกสาร
คือ สื่อประเภทหนึ่งที่ทำหน้าที่นำเสนอข้อมูลข่าวสาร เนื้อหาต่าง ๆ หรือวัสดุประเภทกระดาษที่มีการพิมพ์ข้อมูลและรูปภาพ มีทั้งแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ซึ่งจะมีลักษณะการใส่ข้อความ รูปภาพ หรือสีสัน ตามแต่ละวัตถุประสงค์ของผู้ใช้งานที่ต่างกันไป เช่น หนังสือเรียน หนังสือสารคดี นิตยสาร วารสาร จุลสาร และหนังสือพิมพ์ ฯลฯ เป็นต้น
(2) ศิลปวัตถุและสิ่งที่นักสะสมรวบรวมไว้ซึ่งเกี่ยวกับการศึกษา วิทยาศาสตร์ หรือวัฒนธรรม
ซึ่งศิลปวัตถุ คือ วัตถุที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยฝีมืออันประณีต มีคุณค่าทางศิลปะและความงาม เช่น งานภาพเขียน รูปปั้น เครื่องถม เครื่องลายคราม และงานหัตถกรรมชั้นสูง ซึ่งต่างจากโบราณวัตถุที่เน้นอายุความเก่าแก่ โดยศิลปวัตถุอาจเป็นของใหม่หรือเก่าก็ได้ แต่ต้องเป็นสิ่งที่มีความโดดเด่นทางศิลปวัฒนธรรม
(3) โสตทัศนูปกรณ์ทางการศึกษา วิทยาศาสตร์ หรือวัฒนธรรม
คือ โสตทัศนูปกรณ์ (Audio-Visual Equipment) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับส่งเสริมการเรียนการสอน การนำเสนอ หรือการประชุม โดยเน้นการสื่อสารผ่านเสียงและภาพ เช่น เครื่องเสียง เครื่องมัลติมีเดีย โปรเจคเตอร์คอมพิวเตอร์ และจอภาพ เป็นต้น เพื่อช่วยให้เข้าใจเนื้อหาได้ดีขึ้น ชัดเจน และน่าสนใจยิ่งขึ้น
(4) วัสดุและเครื่องมือหรือเครื่องใช้วิทยาศาสตร์
คือ อุปกรณ์เฉพาะทางที่ใช้ในห้องปฏิบัติการ เพื่อการวัดทดลองวิเคราะห์ และเก็บข้อมูลให้ถูกต้องแม่นยำ เช่น บีกเกอร์ กล้องจุลทรรศน์ เทอร์โมมิเตอร์ เครื่องชั่ง และอุปกรณ์แก้วทนสารเคมี ซึ่งแบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ เช่น เครื่องมือวัดแยกสารและอุปกรณ์ทางแสง เพื่อเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการทำงาน เป็นต้น
(5) สิ่งของสำหรับคนพิการ
คือ กายอุปกรณ์และอุปกรณ์ช่วยเดิน (เช่น รถเข็นไม้เท้าเครื่องช่วยฟัง) อุปกรณ์ปรับสภาพแวดล้อม (เช่น ราวจับทางลาดพื้นผิวต่างสัมผัส) และนวัตกรรมอัจฉริยะ (เช่น แอปฯ หุ่นยนต์ช่วยเดิน) ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ส่งเสริมการเคลื่อนไหว การสื่อสาร และการใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ เป็นต้น
(6) เครื่องดนตรี อุปกรณ์กีฬา และอุปกรณ์เสริมทักษะ
โดยอุปกรณ์เสริมทักษะ คือ ของเล่นเสริมพัฒนาการที่มีความหลากหลายตามประเภทที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย เพื่อกระตุ้นทักษะด้านต่าง ๆ อาทิ เด็กอายุช่วงแรกเกิดถึง 1 ปี (เพลย์ยิม ยางกัดโมบาย) เด็กอายุช่วง 1 - 3 ปี (บล็อกไม้ ตัวต่อ ชุดครัวจำลอง หนังสือผ้า) เด็กอายุช่วง 3 - 6 ปีขึ้นไป (จิ๊กซอว์ เกมบอร์ด ของเล่นศิลปะ จักรยาน หรือสกูตเตอร์) ซึ่งมีส่วนสำคัญที่ช่วยพัฒนาทั้งกล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ ด้านการจินตนาการและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เป็นต้น
(7) อุปกรณ์การศึกษาด้านศิลปะและสถาปัตยกรรมศาสตร์
ได้แก่ เครื่องมือที่ใช้ร่างแบบ เขียนแบบ และสร้างสรรค์ผลงานด้านศิลปะและสถาปัตยกรรมศาสตร์ต่าง ๆ เช่น ดินสอความเข้มต่าง ๆ (EE, 2B, HB) ดินสอกดที่มีขนาดแตกต่างกัน (0.3, 0.5) ปากกาตัดเส้น (Pigma, Marker) ยางลบ (ยางลบก้อน ยางลบซับคาร์บอน) ไม้สเกล ไม้บรรทัด คัตเตอร์ สมุดวาดรูปสีไม้ สี Copic (โคปิก) และเทปนิตโต้ ฯลฯ เป็นต้น
อ้างอิง
- ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การรับรองการยกเว้นอากรสำหรับของที่นำเข้ามาเพื่อการศึกษาและวิจัย ตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากร ตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ↩
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
