คลายปมปัญหาแรงงาน
กฎหมายแรงงาน ห้ามหักเงิน 4 อย่าง ถ้าอยากจะหัก มีทางออกอย่างไร (ตอนที่ 2/2)
กฤษฎ์ อุทัยรัตน์
ฉบับที่แล้วเดือนมีนาคม 2569 อาจารย์กฤษฎ์ได้อธิบายเกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน “ห้ามหักเงิน 4 อย่าง” เป็นตอนที่ 1 ในฉบับเดือนเมษายนนี้ก็มาต่อกันให้จบในตอนที่ 2 ซึ่งอย่างที่เห็นกันมากมายว่านายจ้างมักนิยมหักเงิน 4 อย่างของลูกจ้าง โดยเข้าใจผิดไปเองว่าคงจะทำได้ แต่ก็มีปัญหาและสร้างภาระให้กับนายจ้างในภายหลังกันพอสมควร ดังนั้น แนะนำว่าให้อ่านเนื้อหาในตอนที่ 1 ก่อน แล้วค่อยอ่านต่อตอนจบในฉบับนี้…
คำว่า “หนี้อื่นๆ” ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 76 วรรคหนึ่ง (1) หมายถึง หนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ เช่น การชำระภาษีเงินได้ของลูกจ้าง หรือการชำระเงินสะสมกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เป็นต้น ซึ่งเกิดจากกฎหมายกำหนดหรือบัญญัติไว้ แต่กรณีที่สามีโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยเช่นเดียวกับโจทก์เป็นผู้ทำละเมิด ก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลย มิใช่หนี้อื่นๆ ตามมาตรา 76 วรรคหนึ่ง (1) จำเลยจึงต้องคืนเงินค่าจ้างให้โจทก์ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1458/2548)
คือ ต้องเป็น “หนี้ในทางการจ้างแรงงานเอง” คดีนี้สามีเป็นหนี้ในทางการจ้างแรงงานเอง แต่นายจ้างไปหักเงิน 4 อย่างเอาจากภรรยา แม้ทั้งคู่จะเป็นลูกจ้าง นายจ้างจะทึกทักหักโดยอ้างว่าสามี-ภรรยาเหมือนคนคนเดียวกันไม่ได้ เมื่อมั่วหักมา ศาลเลยสั่งคืนภรรยาที่เป็นโจทก์ในคดีนี้ชดใช้ความมั่วไป
“พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 76 วรรคแรก และมาตรา 77 ให้นายจ้างจะหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดได้ก็เฉพาะกรณีเข้าข้อยกเว้นตามที่บัญญัติไว้เท่านั้น สำหรับกรณีหักเพื่อชดใช้ค่าเสียหายให้แก่นายจ้างซึ่งลูกจ้างได้กระทำโดยจงใจ หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงซึ่งเป็นไปตามข้อยกเว้น จะหักได้ก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง โดยนายจ้างต้องจัดทำเป็นหนังสือและให้ลูกจ้างลงลายมือชื่อในการยินยอม หรือมีข้อตกลงกันไว้ให้ชัดเจนเป็นการเฉพาะอีกด้วย ดังนั้น การห้ามหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด ใช้บังคับเฉพาะในกรณีที่คู่สัญญายังคงมีสภาพเป็นนายจ้างลูกจ้างกันอยู่เท่านั้น เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ไปก่อนแล้ว ทั้งมิได้ฟ้องแย้งขอหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด แต่ฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ชดใช้ค่าเสียหายอันเกิดจากการทำงาน ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์ ซึ่งเป็นคนละกรณีกัน จึงนำบทบัญญัติดังกล่าวมาปรับใช้อ้างเป็นเหตุให้โจทก์ไม่ต้องรับผิดต่อจำเลยไม่ได้” (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5953/2550)
หมายความว่า…
1. ความยินยอมของลูกจ้างนั้น นายจ้างต้องจัดทำเป็น
บริหารคนอย่างมืออาชีพ ปลดล็อกทุกข้อสงสัยด้าน HR
สมัครสมาชิก HR Society Magazine
เพื่อเข้าถึงคลังความรู้การบริหารทรัพยากรบุคคลแบบรอบด้าน อัปเดตกฎหมายแรงงานและประกันสังคมทันทุกเทรนด์ ส่งตรงบทความจากผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือกฎหมายแรงงาน ปีละ 1 เล่ม (มูลค่า 350 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องกฎหมายแรงงาน/การบริหารคน) ฟรี ปีละ 2 ที่นั่ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
