ประกันสังคม
พ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง... คำร้องขอจากประกันสังคม
ปรานี สุขศรี
ปฏิเสธไม่ได้ว่า สังคมไทยกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มจะหนักหน่วงมากขึ้น อันเป็นผลมาจากพิษของราคาน้ำมันที่แพงอย่างรวดเร็ว เป็นลูกคลื่นใหญ่ที่ส่งผลให้ข้าวของเครื่องใช้ อาหารการกินแพงลิบลิ่ว จนอาจคาดเดาได้ว่าสังคมไทยจะกลับไปเหมือนเดิมอีกไม่ได้แล้ว!
สถานประกอบการทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ เริ่มทยอยปิดตัว ลูกจ้างถูกเลิกจ้าง บางแห่งปรับโครงสร้างองค์กร ปรับกำลังคน ชะลอการจ้างงาน บางแห่งเสนอเงื่อนไขการจ้างเป็นช่วงเวลาตามที่มีงานให้ทำ หรือบางแห่งอาจยื่นข้อเสนอโครงการให้ลูกจ้างสมัครใจลาออก โดยมีข้อตกลงร่วมกันระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างที่จะระงับความผูกพันตามสัญญาจ้างด้วยความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย โดยนายจ้างได้รับประโยชน์ คือ ลดจำนวนลูกจ้างเพื่อให้กิจการดำรงต่อไป ส่วนลูกจ้างได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่นายจ้างเสนอเป็นการตอบแทนการออกจากงาน เช่น จ่ายเงินค่าบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย ค่าชดเชยพิเศษ เป็นต้น ซึ่งอาจเป็นวิธีการที่ดีที่สุดที่จะรักษาความสัมพันธ์และความรู้สึกที่ดีระหว่างนายจ้าง ลูกจ้าง มากกว่าวิธีการเลิกจ้างโดยปกติ
แน่นอนว่า การสิ้นสภาพการจ้าง ย่อมทำให้ลูกจ้างขาดรายได้ ขาดความมั่นคงในการดำรงชีวิต และอาจรวมถึงความรู้สึกไม่ปลอดภัยจากการขาดที่พึ่งทางใจจากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ถึงแม้ว่าลูกจ้างเป็นผู้ประกันตนที่มี “กองทุนประกันสังคม” คุ้มครองดูแล บรรเทาความเดือดร้อนทั้งเรื่องรักษาพยาบาล การชดเชยเงินในขณะขาดรายได้ การจ่ายเงินเลี้ยงชีพเป็นเงินก้อนเดียวหรือเป็นรายเดือน
แต่หลายครั้งจะพบปัญหาว่า ผู้ประกันตนไม่รู้ว่าจะต้องจัดการกับสิทธิประโยชน์นั้นอย่างไร?
หากพ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง!
คำร้องขอถึงนายจ้าง ประการแรก ขอให้นายจ้างแจ้งการเปลี่ยนข้อเท็จจริงโดยเร็วและถูกต้องตามความเป็นจริง ถึงแม้กฎหมายจะกำหนดให้แจ้งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่ลูกจ้างสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง (มาตรา 44) ก็ตาม และนายจ้างต้องแจ้งข้อเท็จจริงที่เป็น “ความจริง” เท่านั้น เพราะปัญหาที่เกิดขึ้น คือ นายจ้างและลูกจ้างแจ้งเหตุสิ้นสุดการจ้างต่างกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนที่จะวินิจฉัยประโยชน์ทดแทน หากพบว่านายจ้างไม่ทำหน้าที่ตามเวลา หรือแจ้งข้อเท็จจริงไม่ตรงกับความเป็นจริง ก็อาจมีความผิดทางอาญาฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ดังนั้น การทำหน้าที่ของนายจ้างในการแจ้งข้อเท็จจริงโดยเร็วและถูกต้องตามความเป็นจริง จึงถือว่านายจ้างได้คุ้มครองดูแลและช่วยเหลือเป็นกำลังใจให้ลูกจ้างได้มีความมั่นคงทางจิตใจในขณะที่ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงของชีวิตแล้ว
การแจ้งข้อเท็จจริงโดยเร็วและถูกต้อง มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญอย่างไร
(1) เพื่อให้สำนักงานประกันสังคมได้วินิจฉัยจ่ายประโยชน์ทดแทนให้กับลูกจ้างโดยเร็ว เพราะเมื่อ
บริหารคนอย่างมืออาชีพ ปลดล็อกทุกข้อสงสัยด้าน HR
สมัครสมาชิก HR Society Magazine
เพื่อเข้าถึงคลังความรู้การบริหารทรัพยากรบุคคลแบบรอบด้าน อัปเดตกฎหมายแรงงานและประกันสังคมทันทุกเทรนด์ ส่งตรงบทความจากผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือกฎหมายแรงงาน ปีละ 1 เล่ม (มูลค่า 350 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องกฎหมายแรงงาน/การบริหารคน) ฟรี ปีละ 2 ที่นั่ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
