Business Law
ลิขสิทธิ์ 101 สิ่งที่คนสร้างสรรค์และผู้ประกอบการต้องรู้
รับขวัญ ชลดำรงค์กุล
ในช่วงไตรมาสที่หนึ่งของปี 2569 ที่ผ่านมา วงการบันเทิงและวรรณกรรมไทยมีประเด็นดรามาเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ระหว่างละคร “หงสาวดี” กับการ์ตูน “อโยธยาเอยาวดี” ที่กลายเป็นประเด็นร้อนแรงบนโลกโซเชียล โดยมีคำถามสำคัญว่า การได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานของผู้อื่นมาสร้างสรรค์งานใหม่ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่ ? โดยที่ประเด็นเรื่องข้อพิพาทลิขสิทธิ์และการได้รับแรงบันดาลใจครั้งนี้เป็นกระแสต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน ดังเช่นที่ก่อนหน้านี้เคยมีประเด็นเรื่องลิขสิทธิ์ระหว่าง The Face Thailand และ The Take (ฮอร์โมน) ที่มีความใกล้เคียงกันในหลายส่วน
อย่างไรก็ดี บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาในการวิพากษ์วิจารณ์ใครฝ่ายใดโดยเฉพาะ แต่ผู้เขียนมุ่งหวังว่าจะใช้กรณีข้อพิพาททั้งสองเป็น “ตัวอย่าง” ในการพาผู้อ่านทุกท่านไปทำความเข้าใจกับหลักกฎหมายลิขสิทธิ์อย่างถ่องแท้ ตั้งแต่พื้นฐาน การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ไปจนถึงความท้าทายในยุค AI และสิ่งที่ผู้สร้างสรรค์และผู้ประกอบการควรรู้เพื่อป้องกันและปกป้องสิทธิของตนเอง ในกรณีเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ผลงานไปร่วมกัน
ลิขสิทธิ์คืออะไร ? เกิดขึ้นเมื่อไร ? และคุ้มครองอย่างไร ?
ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 6 ลิขสิทธิ์ คือ สิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่ผู้สร้างสรรค์มีในงานที่ตนสร้างขึ้น ครอบคลุมงานสร้างสรรค์หลากหลายประเภท ได้แก่
1. งานวรรณกรรม เช่น หนังสือ บทความ และบทกลอน โดยการคุ้มครองงานในลักษณะนี้ยังครอบคลุมถึงซอร์สโค้ด (Source Code) ของซอฟต์แวร์ การจัดเรียงฐานข้อมูล (Database) หรือชุดข้อมูล (Data Set) ตลอดจนการเขียนเนื้อหา สตอรีบอร์ด (Storyboard) แผนผังรูปแบบรายการ และสคริปต์ในงานต่าง ๆ ซึ่งล้วนได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์เช่นกัน
2. งานนาฏกรรม เช่น การเต้น การออกแบบท่าเต้น (Choreography) การแสดง
3. งานศิลปกรรม เช่น จิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม ภาพถ่าย
4. งานดนตรีกรรม
5. งานสิ่งบันทึกเสียง
6. งานโสตทัศนวัสดุ เช่น ภาพยนตร์ วิดีโอ เนื้อหาทั้งหมดที่มีการสร้างสรรค์ขึ้น และ
7. งานอื่น ๆ ในแผนกวรรณคดี แผนกศิลปะ หรือแผนกวิทยาศาสตร์ รวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (มาตรา 6) โดยให้การคุ้มครองงานสร้างสรรค์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ลอกเลียนงานของผู้อื่น (Originality)
สิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์ต้องเข้าใจ คือ ลิขสิทธิ์เกิดขึ้นทันทีโดยอัตโนมัติ ณ วินาทีที่งานสร้างสรรค์นั้นถูกแสดงหรือบันทึกออกมาในรูปแบบที่จับต้องได้ (Expression of Idea) ไม่ว่าจะเป็นการเขียนลงบนกระดาษ การวาดภาพ การบันทึกเสียง หรือการบันทึกไฟล์ดิจิทัลโดยไม่ต้องไปจดทะเบียนหรือขออนุญาตใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นจากหน่วยงานใดก็ตาม ดังนั้นการที่ลิขสิทธิ์เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเช่นนี้ หมายความว่า เมื่อคุณจรดปากกาเขียนบทความลงกระดาษ คุณก็มีลิขสิทธิ์ในบทความนั้นทันที หรือเมื่อคุณวาดภาพเสร็จและบันทึกไว้ คุณก็เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในภาพนั้นทันที
ลิขสิทธิ์ให้การคุ้มครองผู้สร้างสรรค์ แต่ความคุ้มครองดังกล่าวมีอายุคุ้มครองจำกัด กล่าวคือ งานทั่วไปหากผู้สร้างสรรค์เป็นบุคคลธรรมดา ลิขสิทธิ์จะให้การคุ้มครองไปตลอดชีวิตของผู้สร้างสรรค์และหลังจากผู้สร้างสรรค์เสียชีวิตอีก 50 ปี และหากผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล งานนั้นจะมีอายุการคุ้มครองไปอีก 50 ปี นับแต่สร้างสรรค์ ไม่มีการต่ออายุ
ผู้ที่มีลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวตามมาตรา 15 ได้แก่ (1) สิทธิในการทำซ้ำ (2) สิทธิในการดัดแปลง (3) สิทธิในการเผยแพร่ต่อสาธารณชน (4) สิทธิในการให้เช่า และ (5) สิทธิในการอนุญาตให้ผู้อื่นกระทำการใด ๆ ดังกล่าวข้างต้น การที่ผู้อื่นกระทำการใดในข้อ (1) ถึง (4) โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์จะถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ และอาจต้องรับโทษทั้งทางแพ่งและทางอาญาตามมาตรา 27 - 32 ของพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ยกเว้นแต่ว่าการกระทำดังกล่าวจะเข้าเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยเฉพาะภายใต้กลไกที่เรียกว่า Fair Use (ตามมาตรา 32 - 43) กล่าวคือ หากการกระทำดังกล่าว
(ก) เป็นการดำเนินการเพื่อการศึกษาและวิจัย ไม่แสวงหากำไร
(ข) เป็นการใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวและครอบครัว
(ค) เป็นการดำเนินการไปเพื่อวิจารณ์ ติชม หรือแนะนำผลงาน โดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์
(ง) เป็นการใช้เพื่อประโยชน์ทางราชการหรือศาล
(จ) เป็นการใช้งานเพื่อการสอนของครูโดยต้องไม่เป็นการหากำไร
แต่สิ่งที่จะเป็นจุดตัดที่สำคัญ คือ การดำเนินการที่จะเข้า Fair Use ต้องเป็นการกระทำที่ไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์ปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์ และไม่กระทบสิทธิของเจ้าของงานเกินสมควร รวมถึงต้องมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น ๆ
4 เสาหลักของการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา
เมื่อเราเข้าใจหลักกฎหมายเบื้องต้นเกี่ยวกับลิขสิทธิ์แล้ว สิ่งต่อไปที่ผู้สร้างสรรค์ทุกคนควรรู้ คือ 4 เสาหลักในการบริหารจัดการลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญาของตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งประกอบไปด้วย
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
