Accounting for Executives
ความรู้พื้นฐานด้านบัญชี ภาษี กฎหมาย สำหรับเจ้าของธุรกิจ (ตอนที่ 16)
คำนึง สาริสระ
จากที่ได้เสนอเนื้อหาภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะในตอนที่ผ่านมา ยังมีประเด็นน่าสนใจที่เจ้าของธุรกิจควรพิจารณาด้วยความระมัดระวัง กล่าวคือ หากเจ้าของธุรกิจประกอบธุรกิจในการขายสินค้าหรือการให้บริการซึ่งได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มีโอกาสจะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะหรือไม่ ทำนองเดียวกัน หากเจ้าของธุรกิจประกอบธุรกิจการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นการค้าซึ่งได้จดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ มีโอกาสจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่
กรณีตัวอย่างภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะ
ตัวอย่างที่ 1 : บริษัทฯ ประกอบธุรกิจขายสินค้า จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัทมีที่ดินและอาคารซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ต่อมาบริษัทได้ขายที่ดินพร้อมอาคาร ดังนั้นบริษัทต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะหรือไม่ คำตอบ กรรมสิทธิ์ในที่ดินและอาคารหากบริษัทถือครองน้อยกว่า 5 ปี บริษัทต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ แต่หากถือครองมากกว่า 5 ปี บริษัทจะได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ โดยการนับระยะเวลาจะนับจากวันที่ได้มาจนถึงวันที่โอนกรรมสิทธิ์ (วันชนวัน)
ตัวอย่างที่ 2 : บริษัทฯ ประกอบธุรกิจขายสินค้า จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ปรากฏว่าบริษัทได้ให้กรรมการและพนักงานสามารถกู้ยืมเงินกับทางบริษัทได้ โดยคิดดอกเบี้ย 7% ต่อปี ดังนั้นดอกเบี้ยรับที่ทางบริษัทได้รับต้องนำไปเสียภาษีธุรกิจเฉพาะหรือไม่ คำตอบ กรณีบริษัทให้กรรมการกู้ยืมเงิน แนวโน้มกรมสรรพากรพิจารณาว่าเป็นการประกอบกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ แม้จะทำเพียงครั้งเดียวหรือนาน ๆ ครั้งก็ตาม บริษัทต้องนำดอกเบี้ยที่ได้รับไปเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ส่วนกรณีบริษัทให้พนักงานกู้ยืมเงิน หากไม่มีระเบียบสวัสดิการมารองรับอย่างชัดเจน บริษัทต้องนำดอกเบี้ยที่ได้รับไปเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ทำนองเดียวกัน หากบริษัทมีการกำหนดระเบียบสวัสดิการพนักงานโดยคิดดอกเบี้ยตามสมควร บริษัทก็จะได้รับการยกเว้น ไม่ต้องนำดอกเบี้ยที่ได้รับมาเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
ตัวอย่างที่ 3 : บริษัทฯ ประกอบธุรกิจขายบ้านพร้อมที่ดิน จดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ ปรากฏว่าต่อมาบริษัทมีรายได้จากการค่าบริหารส่วนกลาง ค่าที่ปรึกษาออกแบบ ค่าเช่าสังหาริมทรัพย์ รายได้ดังกล่าวต้องนำมาเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ คำตอบ หากบริษัทจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะและมีรายได้อื่นตามที่กล่าวนั้น หากมีรายได้เกิน 1,800,000 บาทต่อปี รายได้ดังกล่าวต้องนำมาเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ประเด็นต่อมา หากบริษัทจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ปรากฏว่าบริษัทได้ให้กรรมการกู้ยืมเงินและได้รับดอกเบี้ยซึ่งบริษัทต้องนำไปเสียภาษีธุรกิจเฉพาะนั้น บริษัทไม่ต้องจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ เนื่องจากไม่ได้ทำเป็นปกติธุระ หากแต่เป็นการประกอบการเป็นครั้งคราว (อ้างอิง : ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีธุรกิจเฉพาะ เรื่อง การกำหนดกิจการที่ไม่ต้องจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ ลงวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2535 ) กรณีกลับกัน หากบริษัทจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ ปรากฏว่าบริษัทมีรายได้กลุ่มอื่นที่มิใช่การขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ดังนั้นหากบริษัทมีรายได้เกิน 1,800,000 บาท บริษัทต้องไปดำเนินการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
จากตัวอย่างข้างต้น เจ้าของธุรกิจพึงต้องระมัดระวังความเชื่อมโยงของรายการทางธุรกิจที่เกิดขึ้น เพื่อพิจารณาผลที่เกี่ยวข้องกับภาษีในแต่ละประเภท และจะได้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงบทลงโทษทางภาษีอากร
อากรแสตมป์
อากรแสตมป์ คือ ภาษีประเภทหนึ่งตามประมวลรัษฎากรที่เรียกเก็บจาก “ตราสาร”
“ตราสาร” ตามประมวลรัษฎากร หมายถึง เอกสารที่ต้องเสียอากรแสตมป์ตามที่กำหนดไว้ในบัญชีอากรแสตมป์ เช่น สัญญาเช่า สัญญากู้ยืมเงิน ใบมอบอำนาจ สัญญาจ้างทำของ ฯลฯ
ข้อสังเกต : อากรแสตมป์นั้นกรมสรรพากรไม่ได้จัดเก็บภาษีจากรายได้ แต่เก็บจากการทำธุรกรรมทางกฎหมาย ดังนั้น “อากรแสตมป์” กับ “แสตมป์ทั่วไป” จึงมีความแตกต่างกัน แม้ชื่อจะคล้ายกัน แต่จุดประสงค์และการใช้งานต่างกันโดยสิ้นเชิง
อากรแสตมป์ (Revenue Stamp) | แสตมป์ทั่วไป (Postage Stamp) |
|
|
ประเด็นสำคัญที่เจ้าของธุรกิจควรเข้าใจเกี่ยวกับอากรแสตมป์
1. ตราสารใดบ้างต้องเสียอากรแสตมป์ ปัจจุบันมีทั้งหมด 28 ลักษณะตราสารที่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์ ซึ่งสามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดได้ในประมวลรัษฎากร หมวด 6 อากรแสตมป์ >>> บัญชีอากรแสตมป์
ตัวอย่างบางส่วน : บัญชีอัตราอากรแสตมป์
ลักษณะแห่งตราสาร | ค่าอากรแสตมป์ | ผู้ที่ต้องเสียอากร | ผู้ที่ต้องขีดฆ่าแสตมป์ |
1. เช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หรือแพ ทุกจำนวนเงิน 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท แห่งค่าเช่าหรือเงินกินเปล่า หรือทั้ง 2 อย่างรวมกันตลอดอายุการเช่า หมายเหตุ (1) ถ้าสัญญาเช่ามิได้กำหนดอายุการเช่า ให้ถือว่ามีกำหนด 3 ปี (2) ถ้าสัญญาเช่าฉบับใดครบกำหนดอายุการเช่าหรือครบกำหนด 3 ปี ตาม (1) แล้ว ผู้เช่ายังคงครองทรัพย์สินอยู่ และผู้ให้เช่ารู้ความนั้นแล้วไม่ทักท้วง ทั้งมิได้ทำสัญญาใหม่ ให้ถือว่าสัญญาเช่าเดิมนั้นได้เริ่มทำกันใหม่โดยไม่มีกำหนดอายุการเช่า และต้องเสียอากรภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ถือว่าเริ่มทำสัญญาใหม่นั้น ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร เช่าทรัพย์สินใช้ในการทำนา ไร่ สวน | 1 บาท | ผู้ให้เช่า | ผู้เช่า |
2. ใครเป็นผู้มีหน้าที่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์ โดยทั่วไปก็จะเป็นผู้ให้เช่า ผู้รับจ้าง ผู้รับโอน ผู้ให้กู้ (ขึ้นอยู่กับประเภทของตราสาร ศึกษารายละเอียดได้ในประมวลรัษฎากร หมวด 6 อากรแสตมป์ >>> บัญชีอากรแสตมป์)
3. วิธีการเสียค่าอากรแสตมป์ (แหล่งข้อมูล : www.rd.go.th >>> ชำระอากรแสตมป์) ปัจจุบันการขอเสียอากรแสตมป์แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบดังนี้
รูปแบบที่ 1 : อากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Stamp Duty) เป็นการชำระอากรแสตมป์เป็นตัวเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรแทนการปิดแสตมป์ดวง รองรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์และตราสารกระดาษ พร้อมใบเสร็จและรหัสรับรองเพื่อใช้ยืนยันและตรวจสอบภายหลัง
รูปแบบที่ 2 : ชำระเป็นตัวเงิน ณ สำนักงานสรรพากร เป็นการชำระอากรเป็นตัวเงิน ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา สำหรับตราสารบางลักษณะที่กฎหมายกำหนดไว้ เช่น สัญญาเช่าที่ดิน สัญญาจ้างทำของตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป หรือสัญญาจ้างทำของที่มีมูลค่าตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป (โดยเฉพาะกรณีคู่สัญญาเป็นหน่วยงานรัฐ) ศึกษาได้เพิ่มเติม จากประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอาแสตมป์ (ฉบับที่ 37) เรื่อง กำหนดวิธีการชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากร สำหรับตราสารบางลักษณะ
รูปแบบที่ 3 : อากรแสตมป์เป็นดวง (Physical Stamp Duty) การเสียอากรโดยปิดแสตมป์ทับบนเอกสาร (ตราสาร) จากการทำนิติกรรมหรือสัญญาต่าง ๆ ก่อนกระทำหรือในทันทีที่ทำตราสาร เป็นราคาไม่น้อยกว่าอากรที่ต้องเสียและได้ขีดฆ่าแสตมป์แล้ว
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
