Tax Practice
ภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับนักบัญชีภาษีอากร ตอนที่ 5 : โครงสร้างกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม
สุเทพ พงษ์พิทักษ์

คำว่า “ภาษีมูลค่าเพิ่ม” เป็นคำที่มาจากภาษาอังกฤษว่า Value Added Tax (VAT) โดยมุ่งจัดเก็บภาษีจากมูลค่าส่วนเพิ่มของสินค้าหรือบริการที่ผู้ประกอบการได้ขายหรือให้บริการในราชอาณาจักร และการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ซึ่งในบางประเทศ เช่น แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ เป็นต้น ใช้คำว่า ภาษีสินค้าหรือบริการ หรือ Goods and Service Tax (GST) หรือในประเทศญี่ปุ่นใช้คำว่า Consumption Tax หรือภาษีการบริโภค แทน ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเข้าใจในความหมายและหลักการของระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ในบทนี้จะได้กล่าวถึงหลักการทั่วไปของภาษีมูลค่าเพิ่มตามหัวข้อดังต่อไปนี้ คือ 1. ความหมายของภาษีมูลค่าเพิ่ม 2. หลักการภาษีมูลค่าเพิ่ม 3. โครงสร้างกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม และ 4. บทสรุป
3. โครงสร้างกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม
3.1 หลักการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (ต่อ)
3.1.2 การประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการในราชอาณาจักรที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม อาจจำแนกตามขนาดของมูลค่าของฐานภาษีหรือรายรับจากการประกอบกิจการ ดังนี้
(1) สำหรับการประกอบกิจการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2548 เป็นต้นไป
(ก) ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อม (ฉบับที่ 432) พ.ศ. 2548 โดยใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2548 เป็นต้นไป ขยายมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม จากเดิมมูลค่าของฐานภาษีต่อปีไม่เกิน 1,200,000 บาทต่อปี ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 354) พ.ศ. 2542 เป็นไม่เกิน 1,800,000 บาท โดยใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2548 เป็นต้นไป
(ข) ผลของพระราชกฤษฎีกาฯ ฉบับดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มีมูลค่าของฐานภาษีต่อปีไม่เกิน 1,800,000 บาท ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81/1 แห่งประมวลรัษฎากร และมีสิทธิยื่นคำขอเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 โดยคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชำระจากยอดภาษีขาย หักด้วยภาษีซื้อในแต่ละเดือนภาษี ตามมาตรา 81/3 (2) แห่งประมวลรัษฎากร
(2) กรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 ประสงค์จะถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จะกระทำได้เฉพาะในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้น ๆ มีมูลค่าของฐานภาษีต่อปีไม่เกิน 1,800,000 บาท ติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี (มาตรา 85/10 แห่งประมวลรัษฎากร)
หมายเหตุ
1. คำว่า “ปี” หมายความว่า
1.1 ในกรณีที่ผู้ประกอบการเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลให้นับตามปีปฏิทิน (ปีประดิทิน) เว้นแต่ในกรณีที่เริ่มประกอบกิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้เริ่มนับตั้งแต่วันเริ่มประกอบกิจการถึงวันสิ้นปีปฏิทิน
1.2 ในกรณีที่ผู้ประกอบการเป็นนิติบุคคลให้นับตามรอบระยะเวลาบัญชี เว้นแต่ในกรณีที่เริ่มประกอบกิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้เริ่มนับตั้งแต่วันเริ่มประกอบกิจการถึงวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี (มาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 432)ฯ พ.ศ. 2548)
2. คำว่า “ประเทศไทยหรือราชอาณาจักร” หมายถึง เขตภาคพื้นทวีปที่เป็นอาณาเขตของประเทศไทย และให้หมายความรวมถึงเขตไหล่ทวีปที่เป็นสิทธิของประเทศไทยตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่ยอมรับนับถือกันโดยทั่วไป และตามความตกลงกับต่างประเทศด้วย (มาตรา 2 แห่งประมวลรัษฎากร)
3. การกำหนดขนาดของมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนายย่อม
3.1 ระหว่างวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2535 ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2542 กำหนดให้มูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม มีจำนวนไม่เกิน 600,000 บาทต่อปี และกำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการที่มีจำนวนเกินกว่า 600,000 บาท แต่ไม่เกิน 1,200,000 บาทต่อปี ให้มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ของมูลค่าสินค้าหรือบริการต่อปี ตามมาตรา 82/16 แห่งประมวลรัษฎากร โดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม และมูลค่าของฐานภาษีของกิจการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 82/16 แห่งประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 237) พ.ศ. 2534
3.2 ระหว่างวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2542 ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2548 กำหนดให้มูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม มีจำนวนไม่เกิน 1,200,000 บาทต่อปี เป็นผลทำให้ผู้ประกอบการที่มีจำนวนมูลค่าของฐานภาษีเกินกว่า 600,000 บาท แต่ไม่เกิน 1,200,000 บาทต่อปี ถูกยกเลิกไม่มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ของมูลค่าสินค้าหรือบริการต่อปี ตามมาตรา 82/16 แห่งประมวลรัษฎากรอีกต่อไป โดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 354) พ.ศ. 2542
3.3 ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา กำหนดให้มูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม มีจำนวนไม่เกิน 1,800,000 บาทต่อปี โดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 432) พ.ศ. 2548
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
