Tax How to
e-Tax invoice กับมาตรการภาษีท่องเที่ยวในประเทศ 2568
ดร.เพชรรัตน์ ศุภนิมิตรกุลกิจ
ด้วยการเปลี่ยนแปลงการใช้เทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้าและล้ำสมัย ส่วนราชการโดยเฉพาะกรมสรรพากร ได้มีการปรับรูปแบบการทำงาน รูปแบบเอกสารภาษีอากร รวมทั้งกฎหมายภาษีอากรให้เข้ากับยุคดิจิทัล เพื่อให้ประชาชน รวมทั้งผู้ประกอบการซึ่งมีหน้าที่เสียภาษี สามารถจัดทำ ส่งมอบ และเก็บรักษาเอกสารได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว โดยเอกสารที่มีการปรับเปลี่ยนจากรูปแบบกระดาษเป็นรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ชัดเจนและได้รับความนิยมมากที่สุด คือ ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Tax Invoice
การจัดทำ ส่งมอบ และจัดเก็บ e-Tax Invoice ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามประมวลรัษฎากรกำหนดเท่านั้น จึงจะถือว่าเป็นใบกำกับภาษีที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางภาษีได้ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา การลงรายจ่ายของภาษีเงินได้นิติบุคคล การเครดิตภาษีซื้อออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม
ปัจจุบัน รัฐบาลและกรมสรรพากรได้มีการสนับสนุนการนำและใช้ e-Tax Invoice กับมาตรการภาษีต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในส่วนของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กฎหมายภาษีอากรได้กำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาซึ่งมี e-Tax Invoice ออกโดยผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มสามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้หลายกรณี โดยแต่ละกรณีมีข้อสังเกตในการใช้ e-Tax Invoice แตกต่างกัน ซึ่งผู้ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีต้องนำมาพิจารณาก่อนการยื่นแบบแสดงรายการเสมอ
1. ทำไมรัฐบาลจึงสนับสนุนการใช้ e-Tax Invoice กับมาตรการภาษีต่าง ๆ
ใบกำกับภาษีเป็นเอกสารภาษีอากรที่มีความสำคัญกับระบบภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างยิ่ง โดยผู้ประกอบการจดทะเบียนสามารถนำภาษีซื้อที่แสดงในใบกำกับภาษีมาใช้ 2 วิธี ได้แก่ การนำภาษีซื้อไปเครดิตออกจากภาษีขาย หรือการขอคืนภาษีซื้อจากกรมสรรพากร ตามมาตรา 84 แห่งประมวลรัษฎากร จึงทำให้กรมสรรพากรต้องตรวจสอบจากหลักฐานเอกสารซึ่งได้แก่ ใบกำกับภาษี ใบรับ รายงานภาษีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ว่าผู้ประกอบการไม่มีการนำภาษีซื้อซึ่งไม่ต้องห้ามตามกฎหมายมาเครดิตหรือขอคืนจากกรมสรรพากร และตั้งแต่มีการใช้ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศไทยในปี 2535 กรมสรรพากรกำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีในรูปกระดาษ โดยในปี 2560 กรมสรรพากรได้ออกระเบียบกรมสรรพากร ว่าด้วยการจัดทำ ส่งมอบ และเก็บรักษาใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2560 และระเบียบกรมสรรพากร ว่าด้วยการจัดทำ ส่งมอบ และเก็บรักษาใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-Tax Invoice by Emailพ.ศ. 2560 เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มให้สามารถจัดทำ ส่งมอบ และเก็บเอกสารใบกำกับภาษีและใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของธุรกิจไทยในยุคดิจิทัล เพื่อเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยไปสู่ไทยแลนด์ 4.0
ต่อมาในปี 2555 รัฐบาลมีนโยบายผลักดันระบบการชำระเงินของประเทศให้เข้าสู่ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment) โดยมีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนาระบบการชำระเงินของไทยให้สามารถรองรับธุรกรรมทางการเงินและกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) อย่างครบวงจร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการทำธุรกรรมทางการเงินเพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้ดำเนินไปได้อย่างรวดเร็วและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของภาคธุรกิจของประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ที่มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในกิจกรรมและกระบวนการทางเศรษฐกิจและสังคม กรมสรรพากรจึงมีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการจัดทำและนำส่งใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของภาคเอกชนและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) ของภาครัฐ กรมสรรพากรจึงได้พัฒนาระบบบริการจัดทำและนำส่งข้อมูลใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice & e-Receipt) ในรูปแบบใหม่ และออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 15) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทำ ส่งมอบ และเก็บรักษาใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ลงวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2562 โดยกำหนดหลักเกณฑ์และพัฒนาระบบให้มีความยืดหยุ่นและสะดวกในการใช้งาน ปรับปรุงรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นมาตรฐานสากลตามข้อเสนอแนะของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามหลักมาตรฐานสากล
ปัจจุบัน กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับใบกำกับภาษีและใบรับอิเล็กทรอนิกส์มี 2 ฉบับ[1] ได้แก่
ประกาศกรมสรรพากร เกี่ยวกับการจัดทำ ส่ง หรือเก็บรักษาใบกำกับภาษี หรือใบรับ โดยใช้ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ในการลงลายมือชื่อ ลงวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2566
ประกาศกรมสรรพากร เกี่ยวกับการจัดทำ ส่ง หรือเก็บรักษาใบกำกับภาษี โดยการประทับรับรองเวลา (Time Stamp) ลงวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2566
2. มาตรการภาษีสำคัญซึ่งใช้ e-Tax Invoice กรณีศึกษามาตรการเที่ยวเมืองหลัก เมืองรอง
มาตรการภาษีที่กำหนดให้ผู้มีเงินได้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาสามารถนำ e-Tax Invoice มาใช้เป็นหลักฐานในการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ได้แก่ มาตรการภาษี Easy e-Receipt หรือมาตรการภาษีช้อปดีมีคืน โดยผู้มีเงินได้ต้องซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งได้รับอนุมัติจากกรมสรรพากรให้ออก e-Tax Invoice ได้เท่านั้น
ล่าสุด ปี 2568 รัฐบาลได้ประกาศมาตรการ Quick Big Win เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและให้ประชาชนมีเงินในกระเป๋าสำหรับใช้สอยมากขึ้น โดยกรมสรรพากรได้ตอบรับนโยบายดังกล่าว และเสนอกฎกระทรวง รวมทั้งประกาศอธิบดีกรมสรรพากรที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวทั้งที่พักและอาหารภายในประเทศ โดยผู้ใช้สิทธิซึ่งได้แก่ บุคคลธรรมดา ไม่รวมห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล สามารถนำค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายตามจำนวนกฎหมายกำหนดไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีภาษีนี้ ซึ่งจะต้องยื่นแบบฯ ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 หรือวันที่ 8 เมษายน 2569 กรณียื่นแบบฯ ในรูปกระดาษหรือออนไลน์ตามลำดับ
ทั้งนี้ ผู้ประสงค์ใช้สิทธิทางภาษีไม่ต้องลงทะเบียนเพื่อขอใช้สิทธิดังกล่าว แต่ต้องท่องเที่ยวและใช้จ่ายสำหรับค่าที่พักในโรงแรม ค่าที่พักโฮมสเตย์ไทย และค่าที่พักในสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม และค่าบริการของร้านอาหาร ตามจำนวนกฎหมายกำหนดให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และที่สำคัญต้องได้รับใบกำกับภาษีสำหรับบริการที่พักและอาหารดังกล่าวจากผู้ประกอบการระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2568 เท่านั้น
บุคคลธรรมดาผู้ประสงค์ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีต้องเข้าใจว่า ผู้ให้บริการไม่ว่าจะเป็นที่พักหรือร้านอาหาร ต้องเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น โดยสามารถใช้สิทธิได้ตามจำนวนจ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 20,000 หรือ 30,000 บาท แยกพิจารณาได้ดังนี้
ประเภทใบกำกับภาษี | เมืองหลัก (ใช้สิทธิได้ 1 เท่า) | เมืองรอง (ใช้สิทธิได้ 1.5 เท่า) |
ใบกำกับภาษีกระดาษ/E-Tax Invoice (10,000 บาทแรก) | 10,000 | 15,000 |
E-Tax Invoice เท่านั้น (10,000 บาทถัดไป) | 10,000 | 15,000 |
รวมสิทธิประโยชน์ทางภาษีทั้งหมด | 20,000 | 30,000 |
*หมายเหตุ : การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีให้ได้ประโยชน์สูงสุดเมื่อมีการท่องเที่ยวผสมระหว่างจังหวัดเมืองหลักและเมืองรอง ควรวางแผนให้มีการใช้จ่ายส่วนใหญ่ในเมืองรอง เนื่องจากสามารถนำมาคำนวณลดหย่อนภาษีได้ในอัตรา 1.5 เท่า และควรพิจารณาให้ยอดค่าใช้จ่ายในเมืองรองให้มีจำนวน 20,000 บาท หรือจำนวน 30,000 บาท ตามประเภทใบกำกับภาษี และกรณีการใช้จ่ายเมืองรองไม่เต็มจำนวนตามกฎหมายกำหนด สามารถนำค่าใช้จ่ายเมืองหลักไปใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ แต่รวมกับเมืองรองแล้วต้องไม่เกิน 20,000 บาท หรือจำนวน 30,000 บาท ทั้งนี้ ผู้ใช้สิทธิควรตรวจสอบประเภทใบกำกับภาษีเป็นสำคัญ
อ้างอิง
- ประกาศกรมสรรพากรทั้ง 2 ฉบับ ได้ยกเลิกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 15) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทำ ส่งมอบ และเก็บรักษา ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ลงวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2562 และระเบียบกรมสรรพากรว่าด้วยการจัดทำ ส่งมอบ และเก็บรักษาใบกำกับภาษี อิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e -Tax Invoice by Email พ.ศ. 2560 เนื่องจากกฎกระทรวง ฉบับที่ 384 (พ.ศ. 2565)ฯ ซึ่งออกตามความในมาตรา 3 โสฬส แห่งประมวลรัษฎากร มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2565 ↩
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
