ภาษีท้องถิ่น
การประเมินมูลค่าทิวทัศน์ เพื่อจัดเก็บภาษีทรัพย์สิน ในประเทศสหรัฐอเมริกา
ดร.อวิรุทธ์ ชาญชัยกิตติกร
บทความในตอนนี้ ผู้เขียนขอนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับแนวความคิดในการประเมินมูลค่าทิวทัศน์เพื่อจัดเก็บภาษีทรัพย์สิน ซึ่งปัจจุบันหลาย ๆ ประเทศมีการจัดเก็บภาษีจากมูลค่าที่ดิน (A Land Value Tax หรือ LVT) ซึ่งก็คือการเรียกเก็บจากมูลค่าของที่ดินโดยไม่คำนึงถึงอาคารทรัพย์สินส่วนบุคคลและการปรับปรุงอื่น ๆ โดยนักเศรษฐศาสตร์บางคนสนับสนุนการจัดเก็บภาษีมูลค่าที่ดินโดยกล่าวว่า ภาษีประเภทนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดความไม่มีประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจและช่วยลดความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ภาษีมูลค่าที่ดินอาจเป็นภาษีแบบก้าวหน้าโดยที่ภาระภาษีตกอยู่กับเจ้าของที่ดิน เนื่องจากการเป็นเจ้าของที่ดินมีความสัมพันธ์กับความมั่งคั่งและรายได้ ภาษีนี้ถูกเรียกว่า “ภาษีที่สมบูรณ์แบบ” โดยได้รับการยอมรับว่าเป็นภาษีที่มีประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจตั้งแต่ศตวรรษที่ 18[1] ดังนั้นนักเศรษฐศาสตร์ เช่น Adam Smith และ David Ricardo ได้ออกมาสนับสนุนภาษีนี้ เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและส่งเสริมการพัฒนาโดยไม่ต้องมีเงินอุดหนุน[2]
แนวคิดภาษีมูลค่าที่ดิน
Henry George (เฮนรี จอร์จ) (1839 - 1897) นักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกัน ผู้พัฒนาแนวคิดภาษีมูลค่าที่ดิน (LVT) ได้นำเสนอการเรียกเก็บค่าเช่าที่ดินเพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะ เป็นครั้งแรกในหนังสือ Our Land and Land Policy (1871) และในหนังสือขายดีของเขาอีกเรื่องหนึ่งคือ Progress and Poverty (1879) ในฐานะนักข่าว นักการเมือง และนักเศรษฐศาสตร์การเมือง เขาได้กล่าวว่าเนื่องจากมูลค่าของที่ดินขึ้นอยู่กับคุณสมบัติตามธรรมชาติ ประกอบกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุมชน รวมถึงการลงทุนสาธารณะ ค่าเช่าที่ดินทางเศรษฐกิจจึงเป็นแหล่งที่มาของรายได้ภาษีที่ดีที่สุด หนังสือของเขามีอิทธิพลอย่างมากต่อการเก็บภาษีที่ดินในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่น ๆ รวมถึงเดนมาร์ก ซึ่งยังคงมี “ภาษีที่ดิน” เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบภาษี โดยมีปรัชญาที่ว่า “ค่าเช่าทรัพยากรธรรมชาติ” หรือที่ปัจจุบันรู้จักในชื่อ Georgism ซึ่งมีแนวคิดว่า ค่าเช่าทรัพยากรธรรมชาติควรถูกสังคมเก็บภาษีไว้ และมีความเกี่ยวข้องกับการเงินสาธารณะ โดยแนวคิดดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากทฤษฎีของ Henry George (เฮนรี จอร์จ) ที่กล่าวว่า การเป็นเจ้าของ
ที่ดินส่วนบุคคลทำให้บุคคลได้รับรายได้ที่ไม่ได้มาจากการทำงานผ่านมูลค่าที่ดินที่สูงขึ้น นำไปสู่ความเหลื่อมล้ำและความยากจน เขาเชื่อว่าเมื่อประชากรเพิ่มขึ้นและเมืองขยายตัว เจ้าของที่ดินไม่ได้แสวงหากำไรจากแรงงานของตนเอง แต่มาจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจของสังคม ภาษีมูลค่าที่ดินที่จอร์จเสนอถูกออกแบบมาเพื่อเก็บรายได้ที่ไม่ได้มาจากการทำงานและนำไปแจกจ่ายเพื่อประโยชน์สาธารณะ แนวคิดของเขามีอิทธิพลต่อการอภิปรายนโยบายเมืองในสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศ และยังคงถูกกล่าวถึงเกี่ยวกับความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยและความเหลื่อมล้ำทางความมั่งคั่ง ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่รวมถึงโทมัส พิเก็ตตี ได้ตั้งข้อสังเกตว่าที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นแหล่งที่มาสำคัญของการกระจุกตัวของความมั่งคั่ง ผลงานของจอร์จได้รับการยอมรับในการเชื่อมโยงความยุติธรรมทางเศรษฐกิจกับการเป็นเจ้าของที่ดินและการส่งเสริมการปฏิรูปนโยบายที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ[3]
นอกจากนี้ Fred Foldvary นักเศรษฐศาสตร์อีกท่านหนึ่งได้กล่าวว่าภาษีมูลค่าที่ดินช่วยลดการถือครองที่ดินเพื่อเก็งกำไร เนื่องจากภาษีสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าที่ดิน (ขึ้นและลง) กระตุ้นให้เจ้าของที่ดินพัฒนาหรือขายที่ดินว่างเปล่าหรือไม่ได้ใช้สอย โดย Foldvary อ้างว่าภาษีมูลค่าที่ดินเพิ่มการลงทุนในพื้นที่ใจกลางเมืองที่ทรุดโทรม เนื่องจากการปรับปรุงไม่ได้ทำให้ภาษีเพิ่มขึ้น ส่งผลให้แรงจูงใจในการสร้างอาคารบนพื้นที่ห่างไกลลดลง[4] และทำให้การขยายตัวของเมืองลดลง ตัวอย่างเช่น ภาษีมูลค่าที่ดินในเมืองแฮร์ริสเบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 นายกเทศมนตรี Stephen R. Reed ยกย่องนโยบายนี้ว่าช่วยลดจำนวนอาคารว่างเปล่าในใจกลางเมืองจากประมาณ 4,200 แห่งในปี พ.ศ. 2525 ให้เหลือน้อยกว่า 500 แห่ง[5] ดังนั้นภาษีมูลค่าที่ดิน (LVT) ถือเป็นภาษีสิ่งแวดล้อม เนื่องจากช่วยลดการสูญเสียทำเลที่ตั้งชั้นเยี่ยมซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีจำกัด[6] นักวางผังเมืองหลายคนอ้างว่าภาษีมูลค่าที่ดินเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมการพัฒนาที่เน้นการขนส่งสาธารณะด้วย[7]
จากที่ภาษีมูลค่าที่ดินมีความเกี่ยวพันกับมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ หรือกล่าวได้อีกอย่างหนึ่งว่ามูลค่าของที่ดินสะท้อนถึงมูลค่าที่ที่ดินสามารถมอบให้ได้ในระยะยาว มูลค่านี้สามารถวัดได้จากค่าเช่าที่ดินที่จะได้รับในตลาดตามมูลค่าปัจจุบันของค่าเช่าที่ดินเป็นพื้นฐานของราคาที่ดิน การเสียภาษีมูลค่าที่ดินจะมีผลทำให้เจ้าของที่ดินได้รับค่าเช่าลดลง และต่อไปหากมีการ
เก็บภาษีตามมูลค่าที่ดินเพิ่มขึ้นในอัตราก้าวหน้ามาก ๆ ก็จะมีผลทำให้ราคาที่ดินลดลง ด้วยเหตุที่ทำให้นักเก็งกำไรหยุดกักตุนที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ อันจะส่งผลต่อไปให้ราคาค่าเช่าที่ดินก็อาจลดลงไปด้วย การที่มูลค่าที่ดินสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ต่อไปจะก่อให้เกิดปัญหาการเก็งกำไร และเมื่อที่ดินมีราคาสูงเกินไป แต่ไม่สามารถนำมาทำประโยชน์ให้คุ้มกับค่าภาษีที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้นไปด้วยก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาฟองสบู่ด้านอสังหาริมทรัพย์ อันทำให้การออมเงินมุ่งไปที่กิจกรรมแสวงหารายได้มากกว่าการลงทุนประเภทอื่นและอาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ดังนั้นจึงมีนักเศรษฐศาสตร์หลาย ๆ คนสนับสนุนการจัดเก็บภาษีมูลค่าที่ดินโดยอ้างว่าภาษีประเภทนี้สามารถลดการประกอบกิจการการเก็งกำไรในราคาที่ดิน ส่งผลทำให้มีเงินเหลือมากขึ้นสำหรับการลงทุนด้านทุนที่สร้างผลผลิต[8] จากเหตุผลที่ว่าหากอัตราภาษีที่ดินสูงจะทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ลดลงโดยการเก็บภาษีค่าเช่าที่ดิน มิฉะนั้นจะถูก “แปลงเป็นทุน” ในราคาอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้เจ้าของที่ดินขายหรือพัฒนาที่ดินในพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ซึ่งทำให้เจ้าของที่ดินรายใหญ่ต่อต้านอัตราภาษีที่ดินที่สูง เจ้าของที่ดินรายใหญ่ในแต่ละประเทศซึ่งมักมีอิทธิพลทางการเมืองอย่างมากอาจมีบทบาทสำคัญในการกำหนดอัตราภาษีที่ดินดังที่เห็นในปัจจุบัน[9]
อ้างอิง
- “Why land value taxes are so popular, yet so rare”. The Economist. 10 November 2014. Yet in the discussion over property taxes a favourite proposal of economists-a tax on the unimproved value of land-has been absent from the debate. Throughout history, economists have advocated such a tax. Adam Smith said “nothing [could] be more reasonable”. Milton Friedman said it was “least bad tax”. Yet there are only a handful of real-world examples of land value taxes (LVT). Why are they so popular yet so rare ? ↩
- Smith, Adam (1776). The Wealth of Nations, Book V, Chapter 2, Article I : Taxes upon the Rent of Houses. Ground-rents are a still more proper subject of taxation than the rent of houses. A tax upon ground-rents would not raise the rents of houses. It would fall altogether upon the owner of the ground-rent, who acts always as a monopolist, and exacts the greatest rent which can be got for the use of his ground. ↩
- Piketty, Thomas; Goldhammer, Arthur (2014). Capital in the Twenty-First Century. Harvard University Press. ISBN 978-0-674-43000-6. JSTOR j.ctt6wpqbc. ↩
- Foldvary, Fred E. (2005). “Geo-Rent : A Plea to Public Economists” (PDF). Econ Journal Watch. 2 (1): 106-132. Archived (PDF) from the original on 30 May 2020. Retrieved 2 January 2025. ↩
- Hartzok, Alanna (April 1997). “Pennsylvania's Success with Local Property Tax Reform : The Split Rate Tax”. Earth Rights Institute. Archived from the original on 11 December 2011. Retrieved 14 June 2022. ↩
- Mills, David E. (1981). “The Non-Neutrality of Land Value Taxation”. National Tax Journal. 34 (March 1981) : 125, 127-128. Doi : 10.1086/NTJ41862356. S2CID 232211606. Bentick, Brian L. (1979). “The Impact of Taxation and Valuation Practices on the Timing and Efficiency of Land Use”. Journal of Political Economy. 87 (August 1979): 859–860. Doi :10.1086/260797. JSTOR 1831012. S2CID 154577372. DiMasi, Joseph A. (1987). “The Effects of Site Value Taxation in an Urban Area : A General Equilibrium Computational Approach”. National Tax Journal. 40 (December 1987) : 577-588. Doi :10.1086/NTJ41788697. S2CID 232212658. ↩
- Gihring, Thomas A. (February 2009). “The Value Capture Approach to Stimulating Transit Oriented Development and Financing Transit Station Area Improvements” (PDF). Victoria Transport Policy Institute. Retrieved 2 January 2025. Speirs, Mark (13 December 2010). Land Value Taxation : An Underutilized Complement to Smart Growth Policies (PDF) (Master's thesis). Archived from the original (PDF) on 11 June 2012. Retrieved 16 December 2012-via Center for the Study of Economics. ↩
- Wetzel, Dave (20 September 2004). “The case for taxing land”. New Statesman. Archived from the original on 14 August 2007. Retrieved 13 June 2008. ↩
- Smith, Julie P. (June 2000). “Land Value Taxation: A Critique Of 'Tax Reform, A Rational Solution'“ (PDF). Centre for Economic Policy Research Discussion Papers. Australian National University. ISSN 1442-8636. Archived from the original (PDF) on 1 April 2010. Retrieved 13 June 2008. ↩
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
