กฎหมายแรงงาน
ไขข้อข้องใจ : ฟ้องเพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานได้หรือไม่ อย่างไร?
พงษ์รัตน์ เครือกลิ่น
เมื่อลูกจ้างเห็นว่าตนเองไม่ได้รับสิทธิเกี่ยวกับเงินตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เช่น นายจ้างไม่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด หรือจ่ายไม่ถูกต้อง ออกจากงานแล้วนายจ้างไม่คืนเงินประกันการทำงานให้แก่ หรือนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยไม่จ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย ค่าชดเชยพิเศษ ฯลฯ นอกจากลูกจ้างอาจฟ้องนายจ้างเป็นจำเลยเพื่อเรียกร้องสิทธิของตนต่อศาลแรงงานแล้ว ลูกจ้างอาจไม่ใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลแรงงาน แต่ไปยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อสอบสวนและมีคำสั่งให้จ่ายเงินตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานดังกล่าวได้ ปัญหาว่าพนักงานตรวจแรงงานเป็นใคร มีอำนาจหน้าที่อย่างไร พนักงานตรวจแรงงานมีขั้นตอนในการรวบรวมพยานหลักฐานและออกคำสั่งอย่างไร เมื่อมีคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานแล้ว นายจ้างหรือลูกจ้างที่ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งมีสิทธิฟ้องเพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานได้หรือไม่ มีหลักเกณฑ์เงื่อนไขเช่นใด จะได้อธิบายในบทความฉบับนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
พนักงานตรวจแรงงานคือใคร
พนักงานตรวจแรงงาน (Labor Inspector) คือ บุคคลที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แต่งตั้งให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เคยขึ้นมีครั้งแรกตามพระราชบัญญัติแรงงาน พ.ศ. 2499 เรียกว่า “สารวัตรแรงงาน” ทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน มีอำนาจเข้าไปในสถานประกอบกิจการของนายจ้าง เพื่อตรวจสภาพการทำงานของลูกจ้างและสภาพการจ้าง สอบถามข้อเท็จจริง ถ่ายภาพ ถ่ายสำเนาเอกสารที่เกี่ยวกับการจ้าง การจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในฤวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด และทะเบียนลูกจ้าง เก็บตัวอย่างวัสดุหรือผลิตภัณฑ์เพื่อวิเคราะห์เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน และกระทำการอย่างอื่นเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงในอันที่จะปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฯ มีอำนาจสอบถามหรือเรียกนายจ้าง ลูกจ้าง หรือบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริง หรือให้ส่งสิ่งของหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณารวมทั้งมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้นฤยจ้างหรือลูกจ้างปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฯ หากฝ่าฝืนมีอำนาจแจ้งความดำเนินคดีอาญาแก่ผู้ฝ่าฝืนได้
อำนาจหน้าที่ของพนักงานตรวจแรงงาน
พนักงานตรวจแรงงาน มีอำนาจหน้าที่สำคัญ 2 ประการ ประการแรก อำนาจหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน (Labor Protection Law Enforcement) โดยใช้วิธีการกำหนดให้นายจ้างต้องแจ้งการดำเนินการต่อพนักงานตรวจแรงงาน เช่น นายจ้างมีหน้าที่ยื่นแบบสภาพการจ้างและสภาพการทำงานต่อพนักงานตรวจแรงงานภายในเดือนมกราคมของทุกปี ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 115/1 หรือในกรณีนายจ้างมีความจำเป็นต้องหยุดกิจการชั่วคราวมิใช่เหตุสุดวิสัย และจ่ายเงินไม่น้อยกว่าค่าจ้างร้อยละ 75 ของค่าจ้างในวันทำงาน นายจ้างมีหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือต่อพนักงานตรวจแรงงานก่อนวันเริ่มหยุดกิจการชั่วคราวไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ ตามมาตรา 75 หรือกรณีนายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้างเพราะเหตุที่นายจ้างปรับปรุงหน่วยงาน กระบวนการผลิต การจำหน่าย หรือการบริการ อันเนื่องมาจากการนำเครื่องจักรมาใช้หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรหรือเทคโนโลยี ซึ่งเป็นเหตุให้
บริหารคนอย่างมืออาชีพ ปลดล็อกทุกข้อสงสัยด้าน HR
สมัครสมาชิก HR Society Magazine
เพื่อเข้าถึงคลังความรู้การบริหารทรัพยากรบุคคลแบบรอบด้าน อัปเดตกฎหมายแรงงานและประกันสังคมทันทุกเทรนด์ ส่งตรงบทความจากผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือกฎหมายแรงงาน ปีละ 1 เล่ม (มูลค่า 350 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องกฎหมายแรงงาน/การบริหารคน) ฟรี ปีละ 2 ที่นั่ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
