Accounting Update
เส้นทางนักบัญชี ที่ประสบความสำเร็จ ในยุคดิจิทัล
ดร.สิงห์ชัย อรุณวุฒิพงศ์

ปัจจุบันการดำเนินธุรกิจมีการแข่งขันสูงและเต็มไปด้วยความผันผวน “งานด้านบัญชี” ไม่ได้เป็นเพียงแค่การบันทึกรายการตามหน้าที่ทางกฎหมายเท่านั้น แต่เปรียบเสมือน “ภาษาทางการเงินของธุรกิจ” ที่คอยขับเคลื่อนเพื่อสะท้อนสถานะทางการเงิน และให้ข้อมูลที่เป็นข้อบ่งชี้ทิศทางความเป็นไปขององค์กร นักบัญชีจึงทำหน้าที่เหมือนฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่ผู้บริหารและนักลงทุนขาดไม่ได้ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วได้ส่งผลกระทบต่อวิชาชีพบัญชีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงมักมีคำถามว่า ทำอย่างไรนักบัญชีจะสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ และประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน
ความสำเร็จในวิชาชีพบัญชีที่เปลี่ยนไป
ภาพจำในอดีตของนักบัญชีที่ประสบความสำเร็จ คือ ผู้ที่สามารถทำบัญชีได้ถูกต้อง แม่นยำ ส่งงบการเงินได้ตรงเวลา และไม่มีข้อผิดพลาดต่องานบัญชีและภาษีอากร แต่ในศตวรรษที่ 21 นิยามนั้นได้เปลี่ยนไป เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีอิทธิพลต่อการทำธุรกิจ งานบัญชีต้องปรับตัวให้ก้าวทันเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างไม่หยุดนิ่ง ซึ่งส่งผลให้การจัดทำรายงานทางการเงินเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจ การนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงานมากขึ้น เช่น ระบบอัตโนมัติ (Robotic Process Automation) เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล (Analytical Tools) เป็นต้น เทคโนโลยีจึงเข้ามามีบทบาทช่วยในการจัดทำบัญชี วิเคราะห์ ตรวจจับความผิดปกติของข้อมูล ช่วยลดการทำงานซ้ำ ๆ งานที่ใช้เวลามาก รวมถึงงานที่ใช้การตัดสินใจน้อย อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยียังไม่สามารถเข้ามาแทนที่การทำงานของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีได้อย่างเต็มที่ เพราะความรับผิดชอบและความสามารถในการตัดสินใจที่ต้องอาศัยประสบการณ์เป็นหลักของการทำงานด้านบัญชี ดังนั้นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจึงต้องเร่งสร้างผู้ประกอบวิชาชีพนักบัญชีให้มีทักษะ ความรู้ความสามารถเพียงพอกับความต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีในการทำงานด้านบัญชี ซึ่งจะสะท้อนผลการดำเนินงานของธุรกิจที่มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น
สำหรับนักบัญชีเองต้องเร่งพัฒนาศึกษาหาความรู้ ทำความเข้าใจพัฒนาทักษะนักบัญชีในยุคดิจิทัลให้สมกับบทบาทหน้าที่ของนักบัญชีที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่นักบัญชีทำหน้าที่บันทึกเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจขององค์กรแล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์และสรุปเป็นรายงานทางการเงินเท่านั้น มาสู่การเป็นนักวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ให้คำแนะนำพร้อมทั้งเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องและสนับสนุนการดำเนินงานของฝ่ายบริหารให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย โดยทักษะที่นักบัญชีในศตวรรษที่ 21 ต้องมีนั้น ประกอบด้วยความคิดสร้างสรรค์ การวิเคราะห์แก้ไขปัญหา การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ การทำงานร่วมกันเป็นทีมให้สมกับการเป็นนักบัญชีในยุคดิจิทัล ความสำเร็จในการปฏิบัติงาน (Work Efficiency) เป็นความปรารถนาของนักบัญชีที่มีความมุ่งหวังให้เกิดขึ้นกับการปฏิบัติงานโดยใช้ความรู้ ความสามารถ ทักษะประสบการณ์ และความชำนาญ ประยุกต์กับการปฏิบัติงานเพื่อให้ผลงานที่สำเร็จมีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน อันก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่องค์กร ทำให้ฝ่ายบริหารได้ข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจสามารถนำพาองค์กรสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ และใช้ข้อมูลเพื่อดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจที่ก่อให้เกิดประโยชน์เชิงเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงกล่าวได้ว่าการทักษะของนักบัญชีในยุคดิจิทัลย่อมมีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจ โดยทักษะที่สำคัญของนักบัญชีในยุคดิจิทัลจะส่งผลทำให้ได้รับการยอมรับในศักยภาพและความสามารถของนักบัญชีซึ่งนำไปสู่ความสำเร็จในวิชาชีพบัญชี คือ การบรรลุเป้าหมายความสำเร็จ (Goal Accomplishment) การปฏิบัติตามกระบวนการและมาตรฐาน (Process and Standard) การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า (Resource Using) การสร้างความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้อง (Participant Satisfaction)
นักบัญชีในยุคนี้คงต้องมุ่งเน้นสร้างคุณค่าให้ธุรกิจ โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ ๆ มาใช้เพื่อช่วยให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพราะเทคโนโลยีช่วยลดเวลาการทำงานแบบซ้ำ ๆ ในส่วนที่หุ่นยนต์สามารถทำแทนได้ สามารถนำเสนอข้อมูลได้รวดเร็ว และวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้ผู้บริหารใช้ในการตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น นักบัญชีสามารถนำเอาโปรแกรมทางบัญชีมาใช้ให้ได้เปรียบ ความสำเร็จของนักบัญชีในปัจจุบันจึงวัดจาก “คุณค่าที่เพิ่มขึ้น” (Value-Added) ที่นักบัญชีสามารถมอบให้กับองค์กรได้ จากเดิมที่เป็น ผู้บันทึกข้อมูลในอดีต (Scorekeeper) ต้องผันตัวมาเป็น ที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ (Strategic Advisor) และหุ้นส่วนทางธุรกิจ (Business Partner) ที่สามารถนำตัวเลขทางการเงินมาวิเคราะห์ แปลงความหมาย และพยากรณ์อนาคต เพื่อช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำขึ้น
ทักษะหลักที่จำเป็น (Hard Skills)
นักบัญชีที่ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีฐานรากทางวิชาการที่แน่นหนา ซึ่งประกอบด้วยทักษะและความรู้หลัก และต้องมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี วิเคราะห์ข้อมูล และสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพดังนี้
1. ความเชี่ยวชาญในมาตรฐานการรายงานทางการเงิน (Financial Reporting Standards) การมีความรู้ในมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ทั้งมาตรฐานระดับสากล (IFRS) และมาตรฐานในประเทศ (TFRS ของไทย) เป็นสิ่งจำเป็น เพราะงบการเงินที่ถูกต้องต้องอยู่บนฐานของกฎเกณฑ์ที่ยอมรับร่วมกัน นักบัญชีต้องติดตามความรู้เหล่านี้อยู่เสมอ เนื่องจากมาตรฐานมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา มาตรฐานการรายงานทางการเงินในไทยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักตามประเภทและขนาดของกิจการ
• TFRS for PAEs (กิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะ) มาตรฐานชุดนี้อิงตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ (IFRS) ใช้สำหรับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และบริษัทขนาดใหญ่ และเป็นทางเลือกให้กิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ
• TFRS for NPAEs (กิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ) เป็นมาตรฐานเฉพาะสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ
ทั้งนี้ นักบัญชีต้องเข้าใจหลักการสำคัญดังนี้
การตีความและการประยุกต์ สามารถวิเคราะห์รายการค้าที่ซับซ้อน เช่น การรวมธุรกิจ การด้อยค่าของสินทรัพย์ หรือสัญญาเช่า และบันทึกบัญชีได้อย่างถูกต้อง
การติดตามการเปลี่ยนแปลง มาตรฐานการรายงานทางการเงินมีการปรับปรุงตลอด นักบัญชีจึงต้องอัปเดตมาตรฐานใหม่ ๆ อยู่เสมอเพื่อให้มีความรู้ระดับเชี่ยวชาญ
ความโปร่งใสและการเปรียบเทียบ นักบัญชีควรทำความเข้าใจข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลในหมายเหตุประกอบงบการเงินเพื่อให้งบการเงินอ่านและเปรียบเทียบกันได้ในระดับสากล และสอบทานการเปิดเผยข้อมูลของงบการเงินที่รับผิดชอบถูกต้องอย่างเพียงพอตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน
2. การบัญชีบริหารและการวิเคราะห์ต้นทุน (Management Accounting) นักบัญชีต้องมีทักษะการบัญชีเพื่อการจัดการและการคำนวณต้นทุนเพื่อการบริหารจัดการ การวางแผนกำไร และการจัดทำงบประมาณ (Budgeting) เชี่ยวชาญในกระบวนการรวบรวม วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลทางการเงินแก่ผู้บริหารภายในองค์กร โดยนำการบัญชีต้นทุนซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผน การควบคุม และการตัดสินใจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลกำไรของธุรกิจ ซึ่งมีเรื่องสำคัญดังนี้
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
