Tax Practice
ภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับนักบัญชีภาษีอากร กิจกรรมที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (ตอนที่ 1)
สุเทพ พงษ์พิทักษ์

ตามหลักการทั่วไป ภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาษีอากรที่มุ่งจัดเก็บภาษีจากการกระทำกิจกรรมหรือการประกอบกิจการเป็นสำคัญ โดยไม่คำนึงว่าผู้กระทำกิจกรรมหรือผู้ประกอบกิจการนั้นจะมีสถานภาพเป็นอย่างใด เช่น บุคคลธรรมดา บริษัท ห้างหุ้นส่วน คณะบุคคล มูลนิธิ สมาคม หรือนิติบุคคลอื่น รวมทั้งองค์การของรัฐบาล เช่น กระทรวง ทบวง กรม หรือรัฐวิสาหกิจ เป็นต้น
ตามบทบัญญัติมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเป็นบทบัญญัติว่าด้วยหลักการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ยังกำหนดกิจกรรมที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มดังนี้
“มาตรา 77/2 การกระทำกิจการดังต่อไปนี้ในราชอาณาจักร ให้อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามบทบัญญัติในหมวดนี้
(1) การขายสินค้าหรือการให้บริการโดยผู้ประกอบการ
(2) การนำเข้าสินค้าโดยผู้นำเข้า
การให้บริการในราชอาณาจักร ให้หมายถึง บริการที่ทำในราชอาณาจักร โดยไม่คำนึงว่าการใช้บริการนั้นจะอยู่ในต่างประเทศหรือในราชอาณาจักร
การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ถือว่าการให้บริการนั้นเป็นการให้บริการในราชอาณาจักร”
ดังจะเห็นได้ว่ากิจกรรมการขายสินค้าหรือการให้บริการโดยผู้ประกอบการนั้น ต้องนำนิยามศัพท์คำว่า “ผู้ประกอบการ” ตามมาตรา 77/1 (5) แห่งประมวลรัษฎากร มาพิจารณาประกอบ รวมทั้งนิยามศัพท์คำว่า “ขาย” “สินค้า” “บริการ” และ “ส่งออก” ตามมาตรา 77/1 (8) (9) (10) และ (14) แห่งประมวลรัษฎากร ตามลำดับ ก็จะได้ความเป็นว่า การขายสินค้าหรือให้บริการโดยบุคคลใด ๆ ที่ได้ขายสินค้าหรือให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพ ซึ่งเป็นการบัญญัติกฎหมายตามหลักการบริโภค (Consumption Principle) นั่นเอง และกิจกรรมการนำเข้าสินค้าโดยผู้นำเข้า รวมทั้งความในวรรคสองและวรรคสาม เกี่ยวกับการบริการที่ทำในราชอาณาจักรและมีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ และการให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักรนั้น เป็นไปตามหลักปลายทางของสินค้าหรือบริการ (Destination Principle) แล้วแต่กรณี
ซึ่งในบทนี้จะได้กล่าวถึงเฉพาะกิจกรรมที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามประเด็นดังต่อไปนี้
1. การขายสินค้าในทางธุรกิจหรือวิชาชีพในราชอาณาจักร
2. การให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพในราชอาณาจักร
3. การนำเข้าในราชอาณาจักร
4. บทสรุป
1. การขายสินค้าในทางธุรกิจหรือวิชาชีพในราชอาณาจักร
“มาตรา 77/1 ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น...
(8) “ขาย” หมายความว่า จำหน่าย จ่าย โอนสินค้า ไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือค่าตอบแทนหรือไม่ และให้หมายความรวมถึง
(ก) สัญญาให้เช่าซื้อสินค้า สัญญาซื้อขายผ่อนชำระที่กรรมสิทธิ์ในสินค้ายังไม่โอนไปยังผู้ซื้อเมื่อได้ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อแล้ว หรือสัญญาจะขายสินค้าที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี
(ข) ส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนเพื่อขาย
(ค) ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร
(ง) นำสินค้าไปใช้ไม่ว่าประการใด ๆ เว้นแต่การนำสินค้าไปใช้เพื่อการประกอบกิจการของตนเองโดยตรงตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
(จ) มีสินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบตามมาตรา 87 (3) หรือมาตรา 87 วรรคสอง
(ฉ) มีสินค้าคงเหลือและหรือทรัพย์สินที่ผู้ประกอบการมีไว้ในการประกอบกิจการ ณ วันเลิกประกอบกิจการ แต่ไม่รวมถึงสินค้าคงเหลือและหรือทรัพย์สินดังกล่าวของผู้ประกอบการซึ่งได้ควบเข้ากันหรือได้โอนกิจการทั้งหมดให้แก่กัน ทั้งนี้ ผู้ประกอบการใหม่อันได้ควบเข้ากันหรือผู้รับโอนกิจการต้องอยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3
(ช) กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
(9) “สินค้า” หมายความว่า ทรัพย์สินที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่างที่อาจมีราคาและถือเอาได้ไม่ว่าจะมีไว้เพื่อขาย เพื่อใช้ หรือเพื่อการใด ๆ และให้หมายความรวมถึงสิ่งของทุกชนิดที่นำเข้า
(10) “บริการ”“ หมายความว่า การกระทำใด ๆ อันอาจหาประโยชน์อันมีมูลค่าซึ่งมิใช่เป็นการขายสินค้า และให้หมายความรวมถึงการใช้บริการของตนเอง ไม่ว่าประการใด ๆ แต่ทั้งนี้ ไม่รวมถึง
(ก) การใช้บริการหรือการนำสินค้าไปใช้เพื่อประกอบกิจการของตนเองโดยตรงตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
(ข) การนำเงินไปหาประโยชน์โดยการฝากธนาคารหรือซื้อพันธบัตรหรือหลักทรัพย์
(ค) การกระทำตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี
(11) “ผู้นำเข้า” หมายความว่า ผู้ประกอบการหรือบุคคลอื่นซึ่งนำเข้า
(12) “นำเข้า” หมายความว่า นำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร และให้หมายความรวมถึงการนำสินค้าที่ต้องเสียอากรขาเข้าหรือที่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรออกจากเขตปลอดอากรโดยมิใช่เพื่อส่งออกด้วย
(13) “ผู้ส่งออก” หมายความว่า ผู้ประกอบการซึ่งส่งออก
(14) “ส่งออก” หมายความว่า ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรเพื่อส่งไปต่างประเทศและให้หมายความรวมถึง
“(ก) การนำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตปลอดอากรเฉพาะสินค้าที่ต้องเสียอากรขาออกหรือที่ได้รับยกเว้นอากรขาออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด” (แก้ไขเพิ่มเติม (ก) โดยเปลี่ยน “เขตอุตสาหกรรมส่งออก” เป็น “เขตปลอดอากร” โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 35) พ.ศ. 2544)
(ข) การขายสินค้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรที่ขายให้แก่ผู้ที่เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด”
การขายสินค้าในทางธุรกิจหรือวิชาชีพ หมายถึง การขายสินค้าที่ผู้ประกอบกิจการขายสินค้าดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ที่จะค้าหรือหากำไรจากการขายสินค้านั้นอยู่เป็นปกติธุระ ซึ่งเรียกการขายในลักษณะนี้ว่า การขายสินค้าโดยผู้ประกอบการ ทั้งนี้ การขายสินค้าดังกล่าวต้องกระทำในราชอาณาจักรหรือประเทศไทยจึงจะอยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
คำว่า “ขาย” กำหนดนิยามไว้ตามมาตรา 77/1 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งจะได้นำรายละเอียดมากล่าวในหัวข้อต่อ ๆ ไปเป็นลำดับ ดังต่อไปนี้
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
