ภาษีระหว่างประเทศ
ข้อผ่อนปรนสำหรับระบบภาษีคู่ขนาน (Side-by-Side Safe Harbour) ภายใต้ GloBE Rules
อินทัช ปิยะนาวิน

ในปี พ.ศ. 2564 มาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ (Global Anti-Base Erosion Rules : GloBE Rules) ได้ถูกพัฒนาขึ้นและได้รับความเห็นชอบโดยประเทศสมาชิกกรอบความร่วมมือ Inclusive Framework on BEPS ซึ่งปัจจุบันมีประเทศสมาชิกกว่า 140 ประเทศ โดยมาตรการดังกล่าวเป็นเสมือนต้นแบบระบบกฎหมายภาษีอากรใหม่ซึ่งสะท้อนถึงบรรทัดฐาน (Norm) ใหม่ของการจัดเก็บและการเสียภาษี
กล่าวคือ GloBE Rules สะท้อนถึงหลักการที่ว่า “กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติขนาดใหญ่จะต้องเสียภาษีไม่น้อยกว่ามาตรฐานภาษีขั้นต่ำ (ร้อยละ 15) ของกำไรที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศที่กลุ่มนั้นได้ประกอบกิจการอยู่”
วัตถุประสงค์สำคัญของ GloBE Rules นั้น คือ การสร้างระบบภาษีที่มีความสอดรับกันทั่วโลกเพื่อรับรองว่าการประกอบกิจการในแต่ละประเทศของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติขนาดใหญ่นั้นจะต้องเสียภาษีไม่น้อยกว่ามาตรฐานขั้นต่ำ โดยหากปรากฏว่ามีการจัดเก็บภาษีน้อยกว่ามาตรฐานขั้นต่ำในประเทศใด GloBE Rules ได้กำหนดให้กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาตินั้นต้องเสียภาษีเพิ่มเติมหรือที่เรียกว่า “ภาษีส่วนเพิ่ม” (Top-up Tax) ให้ถึงตามมาตรฐานขั้นต่ำ ซึ่งการกำหนดเช่นว่านั้นจะช่วยให้ปัญหาการแข่งขันทางภาษี (Tax Competition) และปัญหาการโยกย้ายกำไรเบาบางลง
ในการใช้บังคับ GloBE Rules นั้น กรอบความร่วมมือ Inclusive Framework on BEPS ไม่ได้บังคับให้ประเทศสมาชิกทั้งหมดหรือทุกประเทศทั่วโลกต้องบังคับใช้มาตรการดังกล่าว แต่ประเทศสมาชิกจะต้องยอมรับการบังคับใช้ GloBE Rules ของประเทศที่มีการใช้บังคับ
อย่างไรก็ดี หลักการและวัตถุประสงค์ข้างต้นนั้นตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่าทุกประเทศนั้นอยู่บนระบบภาษีใหม่ระบบเดียวกัน จึงจะทำให้เป้าประสงค์ของมาตรการบรรลุผลได้
แต่เมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569 กรอบความร่วมมือ Inclusive Framework on BEPS ได้เผยแพร่เอกสารฉบับหนึ่งที่มีชื่อเรียกว่า “Tax Challenges Arising from the Digitalisation of the Economy - Global Anti-Base Erosion Model Rules (Pillar Two), Side-by-Side Package” โดยในบทที่ 5 ของเอกสารดังกล่าว ได้กำหนดข้อผ่อนปรนที่เรียกว่า “ข้อผ่อนปรนสำหรับระบบภาษีคู่ขนาน” (Side-by-Side Safe Harbour) ให้แก่กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติที่มีนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดตั้งอยู่ในประเทศที่มีระบบภาษีคู่ขนานที่เป็นไปตามเกณฑ์ (Qualified SbS Regime) ได้รับยกเว้นภาษีส่วนเพิ่มของนิติบุคคลในเครือทั้งหมดของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติดังกล่าวและของกิจการร่วมค้า (Joint Venture) หรือกิจการร่วมค้าลูก (JV Subsidiary) ที่กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาตินั้นมีส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของ
การกำหนดดังกล่าวเปรียบเสมือนเป็นการยอมรับระบบภาษีอีกระบบหนึ่งเพื่อใช้บังคับคู่ขนานกับ GloBE Rule อันส่งผลให้ผู้เสียภาษีอาจอยู่ในบังคับของระบบภาษีทั้งสอง หรืออาจอยู่ภายใต้ระบบภาษีใดภาษีหนึ่งก็ได้ แล้วแต่กรณี และส่งผลให้ประเทศที่มีระบบภาษีที่ได้รับการพิจารณาเป็นระบบภาษีคู่ขนานที่เป็นไปตามเกณฑ์ (Qualified SbS Regime) กับประเทศที่ใช้บังคับ GloBE Rules มีพื้นที่ในการกำหนดนโยบายและส่งเสริมการลงทุนที่แตกต่างกัน ประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดจากการยอมรับระบบภาษีคู่ขนานนี้ได้รับการถกเถียงอย่างเป็นวงกว้างในเวทีระหว่างประเทศ แต่เนื่องจาก “ข้อผ่อนปรนสำหรับระบบภาษีคู่ขนาน” (Side-by-Side Safe Harbour) ได้ถูกกำหนดขึ้นแล้ว และประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ใช้บังคับ GloBE Rules ผ่านพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 ซึ่งจะต้องมีการตรากฎหมายรองรับข้อผ่อนปรนดังกล่าวในอนาคต
ดังนั้นในบทความฉบับนี้ ผู้เขียนจะได้เล่าสู่กันฟังถึงหลักการของข้อผ่อนปรนดังกล่าว
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
