Tax Planning
กลยุทธ์การวางแผนภาษี ธุรกิจเทคโนโลยีดิจิทัลและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตัวอย่างการวางแผนภาษีธุรกิจนำเข้าหุ่นยนต์ผ่าตัด (Robotic Surgery System) เพื่อขายหรือให้เช่า (เทคนิคการยื่นประมาณการ
ผศ.ดุลยลักษณ์ ตราชูธรรม
ฉบับนี้ขอนำตัวอย่างการวางแผนภาษีธุรกิจนำเข้าหุ่นยนต์ผ่าตัดเพื่อขายหรือให้เช่า เพื่อมาศึกษาในประเด็นภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อเท็จจริง
บริษัท G จำกัด (ไทย) (บริษัทฯ) ซึ่งมีรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มต้นและสิ้นสุดตามปีปฏิทิน บริษัทฯ ได้รับสิทธิในการเป็นผู้จัดจำหน่ายหุ่นยนต์ผ่าตัด (Robotic Surgery System) ยี่ห้อXX รุ่นXX จากผู้ผลิตในต่างประเทศ และได้รับอนุญาตให้นำเข้าเครื่องมือแพทย์จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
รอบระยะเวลาบัญชีปี 2568 บริษัทฯ ได้นำเข้าหุ่นยนต์ผ่าตัด (Robotic Surgery System) ดังกล่าว 2 เครื่อง
เครื่องที่ 1 บริษัทฯ ทำสัญญาซื้อขายกับบริษัทผู้ผลิตในต่างประเทศ และได้นำเข้าหุ่นยนต์ผ่าตัดเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2568 มีการชำระอากรขาเข้าและถูกเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในขณะผ่านพิธีการทางศุลกากร
บริษัทฯ นำหุ่นยนต์เครื่องแรกมาเป็นตัวสาธิต (Demonstration) ทดลองการผ่าตัดให้โรงพยาบาลที่สนใจสั่งซื้อหรือเช่าหุ่นยนต์ผ่าตัด (Robotic Surgery System)
เครื่องที่ 2 บริษัทฯ ทำสัญญาซื้อขายหุ่นยนต์จากบริษัทผู้ผลิตในต่างประเทศ และนำเข้าหุ่นยนต์ผ่าตัดเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 เพื่อส่งมอบให้แก่โรงพยาบาลของรัฐซึ่งทำสัญญาซื้อขายกับบริษัทฯ จากการประมูลงานตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ
แนวทางการวางแผนภาษี
1. การยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี (ภ.ง.ด.51) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2568
บริษัท G จำกัด (ไทย) (บริษัทฯ) ซึ่งเริ่มต้นรอบระยะเวลาบัญชี วันที่ 1 มกราคม 2568 และสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชี วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี (ภ.ง.ด.51) ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2568 เว้นแต่กรณียื่นแบบออนไลน์ ยื่นได้ภายในวันที่ 8 กันยายน 2568 (ประมวลรัษฎากร มาตรา 67 ทวิ) ด้วยการจัดทำประมาณการกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิซึ่งได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่ได้กระทำหรือจะได้กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น แล้วให้คำนวณและชำระภาษีจากจำนวนกึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น (ประมวลรัษฎากร มาตรา 67 ทวิ (1))
ทั้งนี้ กรณีที่บริษัทฯ ไม่ยื่นรายการชำระภาษีครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี หรือยื่นรายการและชำระภาษีครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี (ภ.ง.ด.51) โดยแสดงประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิซึ่งได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นโดยไม่มีเหตุอันสมควร บริษัทฯ ต้องเสียเงินเพิ่ม (เบี้ยปรับ) อีกร้อยละ 20 ของจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระหรือของกึ่งหนึ่งของจำนวนเงินภาษีที่ต้องเสียในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นหรือของภาษีที่ชำระขาด แล้วแต่กรณี (ประมวลรัษฎากร มาตรา 67 ตรี)
ดังนั้นเพื่อให้บริษัท G ยื่นแบบแสดงรายการภาษีครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี (ภ.ง.ด.51) อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และไม่ต้องเสียเงินเพิ่มภาษี เนื่องจากภายหลังการยื่นแบบแสดงรายการภาษีแล้ว บริษัทฯ ไม่อาจทราบได้ว่าบริษัทฯ จะมีกำไรสุทธิจริงตลอดรอบระยะเวลาบัญชี ปี 2568 เป็นจำนวนเท่าใด บริษัทฯ อาจมีรายได้เพิ่มขึ้นมากและมีรายจ่ายลดลงในช่วงครึ่งปีหลัง จึงควรให้คำแนะนำการยื่นแบบแสดงรายการภาษีครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี (ภ.ง.ด.51) แก่บริษัท G ดังนี้
1.1 นอกจากการทำแผนธุรกิจ (Business Plan) โดยรวมแล้ว บริษัทฯ ควรมีการวางแผนการประกอบธุรกิจตลอดรอบระยะเวลาบัญชีหรือเป็นรายไตรมาสด้วย เพื่อให้ทราบแผนการประกอบการในช่วงครึ่งปีแรก (มกราคมถึงมีนาคม และเมษายนถึงมิถุนายน 2568) และครึ่งปีหลัง (กรกฎาคมถึงกันยายน และตุลาคมถึงธันวาคม 2568)
1.2 บริษัทฯ ควรจัดทำประมาณการรายได้และรายจ่ายครึ่งปีแรกและครึ่งปีหลังของรอบระยะเวลาบัญชีปี 2568 เพื่อให้ทราบประมาณการกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิตลอดรอบระยะเวลาบัญชี
1.3 กรณีบริษัทฯ มีกำไรสุทธิที่ใช้ในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีตามรอบระยะเวลาบัญชีปี 2567 (ภ.ง.ด.50) บริษัทฯ อาจเลือกยื่นเสียภาษีครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีปี 2568 (ภ.ง.ด.51) ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของภาษีที่เสียไว้ในรอบบัญชีปี 2567 หรือเลือกยื่นประมาณการกำไรสุทธิสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2568 ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2567 ก็ได้ เมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีปี 2568 แม้กำไรสุทธิที่ประมาณการไว้ในการยื่น ภ.ง.ด.51 ของรอบระยะเวลาบัญชีปี 2568 จะขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิซึ่งได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2568 ก็ถือเป็นกรณีมีเหตุอันสมควร บริษัทฯ ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มภาษี ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.50/2537
1.4 แต่ถ้ารอบระยะเวลาบัญชีปี 2567 บริษัทฯ ไม่มีกำไรสุทธิและไม่ต้องเสียภาษี ทำให้บริษัทฯ ไม่อาจใช้หลักเกณฑ์ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.50/2537 ตามข้อ 1.3 ดังกล่าวมาแล้วได้ ทำให้บริษัทฯ ต้องประมาณการกำไรสุทธิของรอบระยะเวลาบัญชีปี 2568 ตามที่คาดการณ์ว่าควรจะเกิดขึ้น เป็นเหตุให้กำไรสุทธิที่ประมาณการไว้นั้นขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิจริงของรอบระยะเวลาบัญชีปี 2568 ถ้าบริษัทฯ มีเหตุผลอันสมควรที่คาดการณ์หรือควบคุมไม่ได้ เช่น บริษัทฯ เพิ่งเริ่มประกอบการและในช่วง 6 เดือนแรกบริษัทฯ ไม่มีรายได้ ทำให้คาดการณ์รายได้ในช่วง 6 เดือนหลังไม่ได้ หรืออัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมลดลงทำให้รายจ่ายลดลง หรือการส่งออกไม่แน่นอน หรืออัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมีการเปลี่ยนแปลง หรือกำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีหลังเกิดจากการขายทรัพย์สินที่ใช้ประกอบกิจการในช่วง 6 เดือนหลัง หรือเหตุอื่น ๆ ซึ่งบริษัทฯ ไม่รู้มาก่อนการยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 จึงทำให้ประมาณการกำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีหลังผิดพลาดไป ก็เป็นเหตุตามที่ระเบียบกรมสรรพากรที่ มก.53/2560 ให้เจ้าพนักงานประเมินกรมสรรพากรสามารถใช้ดุลพินิจในการพิจารณางดเงินเพิ่มภาษีตามมาตรา 67 ตรี ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้
1.5 กรณีบริษัทฯ ได้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 ไว้แล้ว ต่อมามีเหตุที่ทำให้กำไรสุทธิที่ประมาณการไว้ขาดไปเกินกว่า 25% ของกำไรสุทธิจริงของรอบระยะเวลาบัญชี เช่น ก่อนถึงสิ้นปี บริษัทฯ มีรายได้ในการคำนวณภาษีเพิ่มขึ้นมากหรือรายจ่ายในการคำนวณภาษีลดลงมาก บริษัทฯ ควรยื่นแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.51 เพิ่มเติม พร้อมกับชำระภาษีที่ขาดและเงินเพิ่มภาษีในอัตรา 1.5% ต่อเดือน (ประมวลรัษฎากร มาตรา 27) แต่ถ้าบริษัทฯ รอให้เจ้าพนักงานประเมินกรมสรรพากรเรียกตรวจสอบและบันทึกความผิดไว้ในแบบ ต.6 (แบบบันทึกการตรวจพบความผิดของเจ้าพนักงานประเมิน) บริษัทฯ จะต้องเสียเงินเพิ่มในอัตรา 20% ของจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระหรือกึ่งหนึ่งของจำนวนเงินภาษีที่ต้องเสียหรือของภาษีที่ชำระขาด แล้วแต่กรณี เว้นแต่เจ้าพนักงานประเมินกรมสรรพากรจะเห็นว่าการประมาณการกำไรสุทธิขาดไปดังกล่าวนั้นเป็นกรณีมีเหตุอันสมควรตามระเบียบกรมสรรพากรที่ มก.53/2560 ตามรายละเอียดข้อ 1.4 ดังกล่าวมาแล้ว บริษัทฯ ก็ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มภาษี
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
