Excise Tax
ปิดตำนาน “Sole Agent ไวน์” ปลดล็อกการผูกขาดเพื่อตลาดเสรีที่ยั่งยืน
ประพันธ์ คงเอียด

ท่ามกลางบริบททางเศรษฐกิจในยุค New Normal รัฐบาลไทยได้มุ่งเน้นการดำเนินมาตรการส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการใช้จ่าย การปฏิรูปกฎหมายลำดับรองผ่านการยกเลิกข้อกำหนดตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว (Sole Agent) สำหรับสินค้าไวน์และสปาร์กลิงไวน์ที่ทำจากองุ่น นับเป็นกลไกสำคัญในการลดอุปสรรคทางการค้าและเพิ่มแรงจูงใจในการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวผ่านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชน
ตลอดระยะเวลากว่า 7 ปีที่ผู้เขียนได้ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวผ่านคอลัมน์ภาษีสรรพสามิต สิ่งหนึ่งที่ปรากฏชัดเกี่ยวกับเครื่องมือทางกฎหมายภาษีสรรพสามิต คือ บทบาทของ “ระบบใบอนุญาต” (Licensing System) ซึ่งเปรียบเสมือนฟันเฟืองหลักที่กรมสรรพสามิตใช้ในการบริหารการจัดเก็บภาษีตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ระบบนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่การกำกับดูแล แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการตรวจสอบความโปร่งใสของการประกอบธุรกิจสุรา ตั้งแต่กระบวนการผลิต การนำเข้า ไปจนถึงการขาย เพื่อรักษาผลประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีและสร้างมาตรฐานที่เชื่อถือได้ให้แก่ทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรม
หากพิจารณารากฐานทางกฎหมายในมิติของ “การนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร” นั้น มาตรา 154 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ได้วางรากฐานอันเข้มงวด โดยความในวรรคหนึ่งบัญญัติให้ “ผู้ใดประสงค์จะนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขออนุญาตต่ออธิบดี” และความในวรรคสองบัญญัติให้ “การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง” ผู้นำเข้าสินค้าสุราจึงต้องผ่านการพิจารณาอนุญาตจากอธิบดีกรมสรรพสามิต โดยมีกฎหมายลำดับรองในระดับ “กฎกระทรวง” เป็นดั่งเข็มทิศกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ละเอียดอ่อน เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการควบคุมมาตรฐานสินค้ากับการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ซึ่งหลักเกณฑ์และเงื่อนไขนั้นถูกกำหนดไว้ใน “กฎกระทรวงการอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2560” และได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมตาม “กฎกระทรวงการอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562” ทั้งนี้ การปรับปรุงกฎหมายลำดับรองตามกฎหมายภาษีสรรพสามิตนั้นล้วนมีเจตจำนงเพื่อยกระดับมาตรฐานผู้นำเข้าให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ทางการค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง
จุดเปลี่ยนเชิงนโยบายครั้งสำคัญของการปรับปรุงกฎหมายภาษีสรรพสามิตในมิติของการนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร เกิดขึ้นเมื่อคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 เห็นชอบแนวทางผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น “ศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการใช้จ่าย” (Tourism Hub) ซึ่งเป็นมาตรการส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการใช้จ่าย โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลังศึกษามาตรการภาษีและการเงินเพื่อสนับสนุนสินค้าไทยให้เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว การปรับปรุงโครงสร้างและอัตราภาษีสรรพสามิตและภาษีประเภทอื่น รวมทั้งปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การบริหารจัดเก็บภาษีมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับรูปแบบสินค้าและบริการในสถานการณ์ปัจจุบัน และมีส่วนช่วยสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวต่อไป
กรมสรรพสามิตซึ่งเป็นกรมภาษีสำคัญของกระทรวงการคลังจึงได้ขานรับนโยบายดังกล่าวด้วยการปฏิรูปโครงสร้างกฎหมายนำเข้าสุราครั้งใหญ่ เพื่อสลายขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน (Red Tape) ลดระยะเวลา และทำลายข้อจำกัดที่เคยเป็นอุปสรรคต่อการค้าระหว่างประเทศ เป้าหมายสำคัญคือการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคการท่องเที่ยวและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยการผสานเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ากับการปรับปรุงกฎหมายเพื่อความยั่งยืนของเศรษฐกิจไทย
แรงขับเคลื่อนทางนโยบายนี้ได้ก่อกำเนิด “กฎกระทรวงการอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2569” ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 นี่คือหมุดหมายสำคัญที่ประกาศ “ปิดตำนาน Sole Agent ไวน์” อย่างเป็นทางการ โดยการยกเลิกเงื่อนไขตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวสำหรับสินค้าสุราแช่ชนิด “ไวน์และสปาร์กลิงไวน์ที่ทำจากองุ่น” การปลดล็อกพันธนาการผูกขาดในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะเปิดทางสู่ยุคเสรีผู้นำเข้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดม่านสู่เนื้อหาเชิงลึกที่ผู้อ่านจะได้สัมผัสต่อไปว่า รัฐได้ใช้นวัตกรรมเชิงข้อมูลใดมาทดแทนเพื่อรักษาสมดุลแห่งความโปร่งใสในตลาดไวน์ยุคใหม่
1. ชนวนเหตุแห่งการรื้อโครงสร้างกฎหมายนำเข้าสุราเกี่ยวกับ Sole Agent
เดิมทีการกำกับดูแลการนำเข้าสุรามีข้อกำหนดที่สร้างข้อจำกัดทางการค้าหลายประการ คือ
(1) ข้อจำกัดของคุณสมบัติผู้ขอใบอนุญาต กฎหมายเดิมกำหนดให้ “ใบอนุญาตนำเข้าสุราประเภทที่หนึ่ง” ซึ่งหมายถึง “ใบอนุญาตนําสุราเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ซึ่งมิใช่การขายในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร” หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “ใบอนุญาตนำเข้าสุราเพื่อการค้า” นั้น ผู้ที่ประสงค์จะขอใบอนุญาตจะต้องมีสถานะเป็น “ตัวแทนขายสุราที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักรแต่เพียงผู้เดียว” หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “Sole Agent” ด้วย โดยผู้ที่ประสงค์จะขอใบอนุญาตนำเข้าสุราประเภทที่หนึ่งสำหรับ “สุราทุกชนิด” ต้องมีหนังสือแต่งตั้งจากผู้ผลิตสุราในต่างประเทศหรือผู้มีสิทธิในตราสินค้าเท่านั้น
(2) วัตถุประสงค์ของการมี Sole Agent ข้อกำหนดนี้มีขึ้นเพื่อให้ภาครัฐสามารถ “ตรวจสอบแหล่งที่มาของสุราและช่องทางการจัดจำหน่ายได้ชัดเจน” ซึ่งเป็นกลไกในการป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าเลียนแบบและสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษี ทั้งนี้ Sole Agent มิได้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 มีผลใช้บังคับ (วันที่ 16 กันยายน 2560) เท่านั้น แต่หลักการของ Sole Agent ปรากฏเรื่อยมาตั้งแต่พระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493 ยังคงมีผลใช้บังคับ
(3) อุปสรรคต่อการแข่งขันและนโยบายรัฐ ภายใต้บริบท “New Normal” และนโยบายส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการใช้จ่าย ข้อกำหนด Sole Agent ถูกมองว่าเป็น “อุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจและเพิ่มต้นทุน” การผูกขาดโดยผู้นำเข้ารายเดียวทำให้มีผู้เล่นในตลาดน้อยราย ส่งผลให้ผู้บริโภคมีทางเลือกจำกัดและราคาสินค้าอาจสูงกว่าที่ควรจะเป็นเนื่องจากขาดการแข่งขันอย่างเสรีในตลาด
(4) ความซ้ำซ้อนในระบบควบคุมคุณภาพ ปัจจุบันมีการสุ่มตรวจคุณภาพน้ำสุราหรือใช้หนังสือรับรองคุณภาพจากหน่วยงานรัฐต่างประเทศอยู่แล้ว ประกอบกับฉลากสุราต้องระบุชื่อและที่อยู่ผู้นำเข้าชัดเจน ทำให้สามารถเรียกคืนสินค้าหรือบริหารคุณภาพได้โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบ Sole Agent เพียงอย่างเดียว
2. เจาะลึกกฎกระทรวงฯ ฉบับที่ 3 กับการยกเว้นเงื่อนไข Sole Agent
การเปลี่ยนแปลงกฎหมายเกี่ยวกับการนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรครั้งนี้ ได้มีการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์เพื่อเปิดกว้างทางการค้าควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีควบคุมแทนที่ระบบเดิม ดังนี้
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
