Tax Tips for HR
ภาระภาษี WFH ประเด็นสำคัญสำหรับธุรกิจยุคใหม่
วินัย ปณิธานรักษ์ชัย
เนื่องจากสถานการณ์สงครามในต่างประเทศส่งผลให้เกิดการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศไทย รัฐบาลจึงประกาศขึ้นราคาน้ำมันซึ่งทำให้เกิดผลกระทบต่อพนักงานที่ต้องเดินทางมาทำงานต้องมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น หลายหน่วยงานจึงช่วยเหลือพนักงานด้วยการให้พนักงานทำงานจากที่พักอาศัย ทั้งนี้ การทำงานจากที่พักอาศัย (Work from Home : WFH) นำมาซึ่งความท้าทายในการบริหารจัดการภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเส้นแบ่งระหว่าง “ค่าใช้จ่ายส่วนตัว” ของพนักงาน และ “ค่าใช้จ่ายทางธุรกิจ” ของบริษัทมีความซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้นทั้งพนักงานและฝ่าย HR กับผู้บริหารจึงต้องรู้และเข้าใจเรื่องนี้ให้ถูกต้อง
1. วิวัฒนาการของรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไป
วิวัฒนาการของรูปแบบการทำงานจากออฟฟิศสู่ที่พักอาศัย (Work from Home - WFM) ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงข้ามคืน แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
1.1 ยุคอินเทอร์เน็ตและเศรษฐกิจดิจิทัล อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและเครื่องมือการทำงานร่วมกันทางออนไลน์ (Collaboration Tools) เปิดโอกาสให้พนักงานสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) และหลุดพ้นจากข้อจำกัดของสำนักงานแบบเดิม
1.2. ยุคการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดที่ผลักดันให้การทำงานที่บ้าน (WFH) กลายเป็นมาตรฐานใหม่ (New Normal) เกือบทุกอุตสาหกรรมถูกบังคับให้ปรับตัวเพื่อลดการแพร่ระบาด
1.3. บริบทการทำงานในยุคปัจจุบันและอนาคต (Post-Pandemic & Hybrid Work) ปัจจุบันองค์กรส่วนใหญ่ไม่ได้กลับไปทำงานออฟฟิศ 100% แต่เปลี่ยนเป็นรูปแบบ Hybrid Work (ผสมผสานระหว่างบ้านและออฟฟิศ) โดยให้ความสำคัญกับ
• Work-Life Integration การผสานชีวิตส่วนตัวและงานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
• Wellbeing เน้นความสุขและสุขภาพจิตของพนักงาน
• Technology-Driven ใช้ AI และข้อมูล (Data-Driven) มาช่วยบริหารจัดการพื้นที่ทำงานและผลลัพธ์ของงาน
การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้บ้านไม่ใช่แค่ที่พักผ่อน แต่กลายเป็น “สำนักงานขนาดย่อม” ที่ต้องออกแบบพื้นที่ให้เอื้อต่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
2. นิยามของ “สถานประกอบการ” และ “การทำงานที่บ้าน” ในมุมมองของประมวลรัษฎากร
ในทางภาษีตามประมวลรัษฎากร นิยามของ “สถานประกอบการ” มีความชัดเจนในเชิงกฎหมายเพื่อใช้ในการจดทะเบียนและจัดเก็บภาษี (โดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในขณะที่ “การทำงานที่บ้าน” (Work from Home) ยังไม่มีนิยามโดยตรงในประมวลรัษฎากร แต่มีแนวปฏิบัติทางภาษีที่รองรับดังนี้
2.1. สถานประกอบการ (Place of Business) ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 77/1 (20) ของกรมสรรพากร นิยามไว้ว่า
• สถานที่หลัก สถานที่ซึ่งผู้ประกอบการใช้ประกอบกิจการเป็นประจำ
• ขอบเขต รวมถึงสถานที่ที่เป็นที่ผลิตหรือเก็บสินค้าเป็นประจำด้วย
• กรณีไม่มีสถานที่ประจำ หากผู้ประกอบการไม่มีสถานประกอบการตามนิยามข้างต้น ให้ถือเอา “ที่อยู่” ตามทะเบียนบ้านของผู้ประกอบการเป็นสถานประกอบการ และหากมีที่อยู่หลายแห่ง ให้เลือกแห่งใดแห่งหนึ่งเป็นสถานประกอบการ
2.2. การทำงานที่บ้าน (Work from Home) ประมวลรัษฎากรมิได้กำหนดนิยามไว้โดยเฉพาะ อย่างไรก็ดี แนวปฏิบัติและการตีความทางภาษีสามารถพิจารณาได้จากหลักเกณฑ์และมาตรการภาษีที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงาน โดยมีหลักการสำคัญดังนี้
• สถานะทางภาษี การทำงานที่บ้านยังคงถือเป็นการปฏิบัติงานตามลักษณะของนิติสัมพันธ์เดิม กล่าวคือ อาจเข้าข่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) (เงินได้จากการจ้างแรงงาน) หรือมาตรา 40 (2) (เงินได้จากการรับทำงานให้หรือให้บริการ) แล้วแต่กรณี
3. รายจ่ายที่หักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้
การวิเคราะห์มาตรา 65 ตรี (3) และ (13) แห่งประมวลรัษฎากร โดยมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร เป็นบทบัญญัติที่กำหนด “รายจ่ายต้องห้าม” หรือรายการที่ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล แม้ในทางบัญชีจะถือเป็นค่าใช้จ่ายก็ตาม โดยการวิเคราะห์อนุมาตรา (3) และ (13) มีสาระสำคัญดังนี้
3.1 มาตรา 65 ตรี (3) รายจ่ายส่วนตัว การให้โดยเสน่หา หรือการกุศล อนุมาตรานี้ห้ามนำรายจ่ายที่เป็นเรื่องส่วนตัวหรือการให้เปล่ามาหักเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการ
• รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว เช่น ค่าอาหารหรือค่าท่องเที่ยวของครอบครัวผู้บริหารที่เบิกจากบริษัทโดยไม่มีระเบียบสวัสดิการรองรับ
• การให้โดยเสน่หา การให้เงินหรือทรัพย์สินแก่บุคคลอื่นโดยไม่มีผลตอบแทนหรือข้อผูกพันทางธุรกิจ
• รายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะ โดยปกติห้ามหัก แต่มีข้อยกเว้นตามมาตรา 65 ตรี (3) ตอนท้าย คือ
o การกุศลสาธารณะ หักได้ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ
o การศึกษาหรือการกีฬา หักได้ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ
3.2. มาตรา 65 ตรี (13) รายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ อนุมาตรานี้ถือเป็น “บทบัญญัติครอบจักรวาล” ที่เจ้าพนักงานประเมินมักใช้ตรวจสอบรายจ่ายที่ดูไม่สมเหตุสมผลกับธุรกิจ
• หลักการ รายจ่ายที่จะนำมาหักภาษีได้ต้องเป็นไปเพื่อ “หากำไร” หรือ “เพื่อกิจการ” ของบริษัทนั้น ๆ โดยเฉพาะ
• ประเด็นวิเคราะห์
o หากบริษัทจ่ายค่าใช้จ่ายแทนบริษัทในเครือ หรือจ่ายค่าที่ปรึกษาที่ไม่มีหลักฐานว่าช่วยให้บริษัทได้กำไรเพิ่มขึ้นอย่างไร อาจถูกมองว่าเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามข้อนี้
o รายจ่ายนั้นต้องมีความจำเป็นและสมควรตามจารีตประเพณีทางธุรกิจ หากจ่ายสูงเกินความจำเป็น หรือจ่ายในเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับประเภทธุรกิจของตนเองเลยจะติดเงื่อนไขข้อนี้ทันที
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
