Tax Vision
รายจ่ายเพื่อการลงทุน หรือค่าซ่อมแซม (ตอนจบ)
ชลลดา ฟูวัฒนศิลป์

บทความฉบับที่ผ่านมา ผู้เขียนได้นำเสนอกรณีศึกษารายจ่ายเพื่อการลงทุนที่ไม่สามารถนำไปคำนวณหักเป็นรายจ่าย แต่อาจหักเป็นค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทรัพย์สิน ตามพระราชกฤษฎีกาฯ ฉบับที่ 145 พ.ศ. 2527 และตามมาตรา 65 ตรี (5) ได้ในกรณีต่าง ๆ เพื่อความระมัดระวัง เพราะหากตีความผิดพลาดอาจทำให้การชำระภาษีผิด เป็นเหตุให้มีเบี้ยปรับ เงินเพิ่มได้
ทั้งนี้ ได้นำเสนอกรณีศึกษาไปแล้วในประเด็น 1. รายจ่ายเพื่อการลงทุนบนพื้นที่ที่ไม่ใช่ของบริษัท 2. รายจ่ายเพื่อการลงทุนกรณีการซื้อหุ้นทุน 3. รายจ่ายเพื่อการลงทุนสร้างอาคารบนพื้นที่เช่า กรณียกอาคารให้และกรณีไม่ยกอาคารให้ผู้ให้เช่า และ 4. รายจ่ายเพื่อการลงทุน กรณีดอกเบี้ยและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนของเงินกู้ยืมมาเพื่อสร้างทรัพย์สิน
กรณีศึกษา (ต่อ)
การตัดจำหน่ายรายจ่ายลงทุน
สำหรับบทความฉบับนี้จะนำกรณีศึกษาของการตัดจำหน่ายรายจ่ายลงทุน ซึ่งจะแบ่งได้เป็น 2 กรณี
1. กรณีรายจ่ายลงทุนที่ทรัพย์สินนั้นยังไม่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
2. กรณีรายจ่ายลงทุนที่ทรัพย์สินพร้อมใช้งานแล้ว
ทั้ง 2 กรณีนี้มีประเด็นของการรับรู้รายได้-รายจ่ายทางภาษีอย่างไร พิจารณาตามแนวทางดังนี้
กรณีศึกษาที่ 1 : รายจ่ายลงทุนที่ทรัพย์สินนั้นยังไม่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน อ้างอิงแนวหนังสือตอบข้อหารือกรมสรรพากรที่ กค 0706/11988 ลงวันที่ 3 ธันวาคม 2550 (ค้นหาจาก https://www.rd.go.th) มีประเด็นสาระสำคัญโดยย่อดังนี้
ประเด็นหารือโดยสรุป : บริษัทได้ก่อสร้างอาคารโกดัง โดยว่าจ้างผู้ออกแบบ ผู้รับเหมาก่อสร้าง และเป็นผู้ดำเนินการด้านการขุดเจาะและตรวจสภาพชั้นดิน ในระหว่างการก่อสร้างดินเกิดการพังทลายจึงหยุดการก่อสร้าง
ต่อมาบริษัทฯ ได้ตัดสินใจไม่ดำเนินการก่อสร้างอาคารต่อและยกเลิกสัญญาเช่าที่ดิน และได้ขนย้ายเครื่องมือออกจากพื้นที่ก่อสร้าง โดยค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างทางบริษัทฯ บันทึกบัญชีเป็นทรัพย์สินระหว่างก่อสร้าง ในกรณีนี้บริษัทสามารถถือเป็นรายจ่ายทั้งจำนวนได้หรือไม่
แนววินิจฉัย :
ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการดำเนินการก่อสร้างอาคารโกดัง เข้าลักษณะเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุน มิให้นำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ ตามมาตรา 65 ตรี (5) แห่งประมวลรัษฎากร และบริษัทฯ จะนำค่าใช้จ่ายดังกล่าว มาหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาก็ไม่ได้เช่นกัน เพราะการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินจะเริ่มหักนับตั้งแต่วันที่ได้ทรัพย์สินนั้นมา กล่าวคือ วันที่ทรัพย์สินนั้นอยู่ในสภาพพร้อมที่จะใช้งานหรือใช้ประโยชน์ได้แล้ว
แต่กรณีอาคารโกดังของบริษัทฯ เป็นทรัพย์สินที่ก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ หากบริษัทฯ ประสงค์จะนำมาหักเป็นรายจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีใด บริษัทฯ ก็จะต้องทำการรื้อหรือทำลายสิ่งก่อสร้างดังกล่าวในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น ทั้งนี้ เนื่องจากไม่มีกฎหมายใดให้อำนาจกรมสรรพากรอนุมัติเป็นอย่างอื่นได้ อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ไม่ได้เลิกกิจการและยังคงประกอบกิจการต่อไป ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจ การออกแบบ และการจัดโครงการก็ยังมีอยู่ และยังเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทฯ จึงควรบันทึกบัญชีเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุน
ในอนาคต หากบริษัทฯ มีการดำเนินการโครงการต่อหรือกรณีบริษัทฯ ขายแบบอาคารโกดัง บริษัทฯ จะนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้หรือไม่ เมื่อใด ย่อมขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงที่จะเกิดขึ้นในภายหน้า
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
