Custom Duty
เจาะลึกพิธีการศุลกากรการนำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทางเรือ (Tanker) (ตอนจบ)
รติรัตน์ คงเอียด

จากครั้งที่แล้วผู้เขียนได้อธิบายถึงรากฐานความเข้าใจในนิยามของผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ตลอดจนพิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ และพันธะหน้าที่ต่อกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปแล้วนั้น สำหรับในตอนจบนี้จะนำเสนอเนื้อหาในภาคปฏิบัติการที่เข้มข้นยิ่งขึ้น ครอบคลุมตั้งแต่มาตรการควบคุมการลำเลียงและการชดเชยค่าสูญเสีย ระเบียบวิธีตรวจปล่อยในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อกำหนดปริมาณนำเข้าที่แท้จริงหรือ Outturn อันเป็นหัวใจสำคัญของการคำนวณภาษีอากร รวมถึงพิธีการเฉพาะสำหรับก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่มีมาตรฐานการตรวจวัดระดับพลังงานความร้อนเป็นกรณีพิเศษ นอกจากนี้ ยังครอบคลุมถึงมาตรฐานการตรวจสอบรับรองโครงสร้างพื้นฐานถังเก็บและเครื่องมือวัด ตลอดจนสิทธิประโยชน์ในการผ่อนผันและการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานรัฐเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า
1. มาตรการควบคุมและขั้นตอนปฏิบัติในการลำเลียงผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเข้าสู่ถังเก็บ
เมื่อเรือบรรทุกสินค้าเหลว (Tanker) เคลื่อนเข้าสู่เขตท่าและพร้อมที่จะถ่ายลำสินค้ามหาศาลลงสู่ถังเก็บบนบก กระบวนการนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่เปราะบางและต้องมีการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดที่สุดในทางศุลกากร เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ทุกหยดจะถูกนำเข้าสู่อารักขาของศุลกากรอย่างครบถ้วนตามเกณฑ์ที่ประกาศกรมศุลกากรที่ 37/2566 กำหนดไว้ โดยมีขั้นตอนที่เป็นบรรทัดฐานการปฏิบัติดังนี้
(1) การยื่นคำร้องขออนุญาตและความพร้อมทางบัญชีอากร เมื่อเรือบรรทุกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเคลื่อนเข้าสู่เขตท่าที่ได้รับอนุมัติ นายเรือหรือตัวแทนเรือมีหน้าที่สำคัญประการแรกตามกฎหมายคือ การยื่นคำร้องต่อพนักงานศุลกากรเพื่อขออนุมัติขนถ่ายผลิตภัณฑ์เข้าสู่ถังเก็บที่เตรียมไว้ กระบวนการนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้นำของเข้าได้ดำเนินการส่งข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าตามมาตรฐานที่กรมศุลกากรกำหนดเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อย่างถูกต้องแล้วเท่านั้น นอกจากนี้ ความพร้อมทางบัญชีอากรนับเป็นเงื่อนไขที่ขาดเสียมิได้ โดยผู้นำของเข้าต้องดำเนินการชำระค่าภาษีอากรให้เสร็จสิ้น หรือในกรณีที่มีเหตุจำเป็นก็ต้องวางประกันเพิ่มเติมให้ครบถ้วนตามความเหมาะสม เพื่อให้สถานะทางการเงินและบัญชีอากรมีความมั่นคงเพียงพอต่อภาระภาษีที่อาจเกิดขึ้นจริงก่อนที่สินค้ามหาศาลจะเริ่มการเคลื่อนย้าย
(2) กลไกการกำกับดูแลเชิงกายภาพด้วยการประทับตราศุลกากร ในสถานการณ์ที่เรือสินค้าได้เดินทางเข้ามาภายในเขตท่าแล้ว แต่ยังมิได้มีการยื่นคำร้องขออนุญาตสูบถ่ายอย่างเป็นทางการ พนักงานศุลกากรประจำเรือจะเข้าดำเนินมาตรการเชิงป้องกันเพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐด้วยการ “มัดลวดประทับตรา กศก.” หรือการ Sealing ณ บริเวณท่อทางจ่ายของเรือทุกลำเพื่อล็อกระบบการจ่ายสินค้าไว้มิให้มีการสูบถ่ายโดยพลการ ข้อมูลรายละเอียดการประทับตราดังกล่าวจะถูกบันทึกไว้อย่างละเอียดในสมุดประจำเรือขาเข้าหรือแบบที่ 94 โดยพนักงานศุลกากรจะให้นายเรือหรือตัวแทนเรือลงนามรับทราบการประทับตราไว้เป็นหลักฐานสำคัญ มาตรการนี้เป็นหลักประกันว่าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในระวางจะยังคงอยู่อย่างครบถ้วนภายใต้อารักขาของศุลกากรจนกว่าจะเข้าสู่กระบวนการสูบถ่ายที่ได้รับอนุญาตแล้วเท่านั้น
(3) ความครบถ้วนสมบูรณ์ของสถานะใบขนสินค้า ก่อนที่พนักงานศุลกากรจะยินยอมให้มีการทำลายตราประทับและเริ่มเดินเครื่องสูบถ่ายผลิตภัณฑ์ออกจากเรือ ผู้นำของเข้ามีหน้าที่ต้องตรวจสอบและยืนยันสถานะของใบขนสินค้าขาเข้าในระบบคอมพิวเตอร์ให้แน่ชัดว่ามีสถานะเป็น “ฉบับสมบูรณ์” แล้วอย่างแท้จริง สถานะดังกล่าวเป็นตัวบ่งชี้ว่าข้อมูลสินค้าได้ผ่านกระบวนการคัดกรองและบริหารความเสี่ยง รวมถึงได้รับการตรวจสอบเบื้องต้นจากพนักงานศุลกากรผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องจนเป็นที่เรียบร้อย หากพบว่าใบขนสินค้ายังมีความคลาดเคลื่อนหรือติดขัดในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง กระบวนการสูบถ่ายจะไม่สามารถดำเนินการได้จนกว่าจะมีการแก้ไขให้ถูกต้องตามบทบัญญัติของกฎหมายศุลกากรทุกประการ
2. มาตรการควบคุมการลำเลียงผ่านยานพาหนะขนส่ง : หลักเกณฑ์การชดเชยค่าสูญเสียและการบริหารจัดการ กรณีเรือไม่สามารถเทียบท่าโดยตรง
ในกระบวนการโลจิสติกส์การค้าน้ำมันระหว่างประเทศนั้น บ่อยครั้งที่อุปสรรคทางกายภาพกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พิธีการศุลกากรต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เท่าทันสถานการณ์ ท่านผู้อ่านพึงทราบว่าเรือบรรทุกสินค้าเหลวขนาดใหญ่หรือเรือ Tanker มักจะมีข้อจำกัดเรื่องระดับน้ำลึกหรือขนาดของร่องน้ำที่ไม่เอื้ออำนวยให้สามารถเข้าจอดเทียบท่าเพื่อสูบถ่ายผลิตภัณฑ์เข้าสู่ถังเก็บบนบกได้โดยตรง ด้วยเหตุนี้ กฎหมายศุลกากรจึงอนุญาตให้มีการปฏิบัติที่เรียกว่า “การถ่ายลำ” (Transshipment) ซึ่งหมายถึงการเคลื่อนย้ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากระวางเรือใหญ่ลงสู่ยานพาหนะตัวกลาง ไม่ว่าจะเป็น “เรือลำเลียง” (Lighter) ที่มีขนาดเล็กกว่าและสามารถเข้าถึงพื้นที่ชายฝั่งได้ หรือการถ่ายลงสู่ “รถยนต์บรรทุกของเหลว” เพื่อลำเลียงต่อไปยังคลังสินค้าปลายทาง อย่างไรก็ดี เนื่องจากกระบวนการนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการรั่วไหลหรือการลักลอบนำสินค้าออกจากอารักขาของศุลกากรระหว่างทาง กรมศุลกากรจึงกำหนดให้ผู้นำของเข้ามีหน้าที่ต้องยื่นคำร้องขออนุญาตต่อสำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่กำกับดูแลพื้นที่นั้น ๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าสู่ระบบการควบคุมอย่างเป็นทางการและรัดกุมที่สุด
นอกจากมาตรการควบคุมการถ่ายลำแล้ว อีกหนึ่งประเด็นทางกฎหมายที่มีความสำคัญยิ่งคือ “หลักเกณฑ์การชดเชยค่าสูญเสีย” (Loss Compensation) ซึ่งตั้งอยู่บนหลักการทางกายภาพที่ว่าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและเคมีภัณฑ์เหลวนั้นมีคุณสมบัติที่ระเหยได้ง่ายและมักมีการตกค้างอยู่ในระบบท่อหรือก้นถังในทุกขั้นตอนที่มีการเคลื่อนย้าย ส่งผลให้ปริมาณที่ตรวจวัดได้ ณ ถังเก็บปลายทางมักจะมีค่าน้อยกว่าปริมาณที่สูบออกจากเรือใหญ่เสมอ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐมิให้รายได้ภาษีอากรต้องสูญเสียไปตามการระเหยหรือการตกค้างดังกล่าว ประกาศกรมศุลกากรที่ 37/2566 จึงได้วางหลักการให้ผู้นำของเข้าต้องยื่นคำร้องแสดงความยินยอมล่วงหน้าในการ “เพิ่มน้ำหนักและปริมาณ” ของผลิตภัณฑ์ที่ตรวจวัดได้จริง ณ ถังเก็บบนบกเพื่อใช้เป็นฐานที่ถูกต้องในการคำนวณค่าภาษีอากร โดยมีการจำแนกอัตราการบวกเพิ่มตามความยากง่ายในการสูญเสียของแต่ละกลุ่มสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเคมีและไขมันซึ่งมีความหนืดสูงและตกค้างในระบบได้ง่ายให้เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 สำหรับกลุ่มสิ่งปรุงแต่งผสมน้ำมันหล่อลื่นให้เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.5 และสำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มพลังงาน รวมถึงน้ำมันอุปโภค เช่น น้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันพืชให้เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 ซึ่งถือเป็นเกณฑ์มาตรฐานสำหรับการระเหยและการสูญเสียปกติในทางสากล
ขั้นตอนสุดท้ายที่ถือเป็นกำแพงเหล็กในการป้องกันการทุจริตคือ “ระบบการควบคุมทางกายภาพ” หรือที่เรียกกันว่า Double Check System ซึ่งเป็นการบูรณาการการตรวจสอบแบบ 2 ชั้นระหว่างต้นทางและปลายทาง โดยพนักงานศุลกากรผู้ควบคุม ณ จุดถ่ายสินค้าจากเรือใหญ่หรือจุดเติมรถจะดำเนินการเชิงป้องกันด้วยการ “มัดลวดประทับตรา กศก.” (Sealing) ณ บริเวณท่อทางรับและจ่ายของเรือลำเลียงหรือรถยนต์ลำเลียงทุกลำอย่างรัดกุม พร้อมทั้งจัดทำบันทึกรายละเอียดตำแหน่งและหมายเลขดวงตราประทับส่งไปยังพนักงานศุลกากร ณ ปลายทาง เมื่อยานพาหนะลำเลียงเหล่านั้นเดินทางมาถึงถังเก็บปลายทาง พนักงานศุลกากรปลายทางจะมีหน้าที่ตรวจสอบสภาพของดวงตราประทับอย่างถี่ถ้วนว่ายังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์และมีหมายเลขตรงตามที่ได้รับแจ้งมาหรือไม่ หากตรวจสอบแล้วพบความถูกต้องครบถ้วน จึงจะอนุญาตให้ทำลายดวงตราประทับและเริ่มกระบวนการสูบถ่ายผลิตภัณฑ์เข้าสู่ถังเก็บบนบกเพื่อทำการตรวจปล่อยต่อไป มาตรการเหล่านี้คือหัวใจสำคัญในการรักษาความสมบูรณ์ของรายได้รัฐและสร้างความโปร่งใสในอุตสาหกรรมพลังงานอย่างแท้จริง
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
