Cover Story
ธรรมาภิบาลทางการเงิน กลไกสร้างรากฐานองค์กรอย่างยั่งยืน
ดร.วิทยา จั่นคล้าย
โลกาภิวัตน์ได้เปลี่ยนโลกของธุรกิจจากในอดีตที่ผู้ประกอบการต่างทำการค้าในชุมชนขนาดเล็ก ธุรกรรมเกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียง มีกฎ ระเบียบ กติกา วัฒนธรรม และจารีตประเพณีที่ชัดเจน ความซับซ้อนน้อย ชื่อเสียงและความสัมพันธ์เป็นสิ่งที่สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่กันและกัน จากทศวรรษเก่าสู่ทศวรรษใหม่ การเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ธุรกิจสามารถติดต่อและเชื่อมโยงถึงกันได้ภายในระยะเวลาอันสั้น นำพาสู่การตลาดที่ไร้พรมแดน ปัจจัยการผลิตสินค้าหรือบริการอาจผ่านธุรกิจมากกว่า 10 ประเทศ คู่ค้าต่างไม่เคยพบกัน สัญญาทางการค้าที่ข้ามเขตอำนาจศาลของแต่ละประเทศ ความรวดเร็วของการสื่อสารและข้อมูลข่าวสารในยุค 5G ซึ่งหากเกิดข่าวร้ายขึ้นอาจส่งผลให้ชื่อเสียงที่ธุรกิจสร้างมาอย่างยาวนานนั้นพังลงได้ภายในชั่วพริบตา อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหนึ่งที่ยังคงสร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจหรือการทำการค้าให้เจริญรุดหน้ามาจนถึงปัจจุบันนั้น คือ “ความไว้วางใจ” ที่แต่ละองค์กรต่างมีให้กัน
การสร้างความไว้วางใจนั้น มิใช่เป็นสิ่งที่องค์กรสามารถป่าวประกาศหรือโฆษณาตนเองได้ หากแต่องค์กรจะต้องพิสูจน์จากการกระทำซ้ำ ๆ การแสดงจุดยืน จังหวะเวลาที่สม่ำเสมอ กลายเป็นความคุ้นเคยที่คู่ค้ามองเห็นหรือสังเกตได้ และเมื่อการดำเนินธุรกิจร่วมกันประสบความสำเร็จ โปร่งใส ตรงไปตรงมา ไม่มีผลประโยชน์อื่นใดแอบแฝง จึงก่อให้เกิดความน่าเชื่อถือขึ้น แต่บททดสอบที่สำคัญของความไว้วางใจนั้นไม่ได้เกิดขึ้นในยามที่ธุรกิจดำเนินการราบรื่นเพียงอย่างเดียว เมื่อเกิดปัญหา แรงกดดัน หรือข้อพิพาทระหว่างกัน คู่ค้าจะสังเกตว่าองค์กรมีวิธีการในการจัดการเช่นไร มีความรับผิดชอบหรือมีความพยายามในการหลีกเลี่ยงอย่างไร หากผ่านบทพิสูจน์นี้ไปได้ ระยะเวลาที่มีความผูกกันมาอย่างยาวนานนี้เองที่ก่อให้เกิดความเชื่อมั่นและความไว้วางใจขึ้น โดยหากมองย้อนกลับไปนึกถึงคุณลักษณะต่าง ๆ ที่ช่วยให้องค์กรและคู่ค้าฝ่าฟันวิกฤตต่าง ๆ มาจนถึงปัจจุบันได้นั้น ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย (หลักนิติธรรม) ความซื่อสัตย์สุจริต จริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ (หลักคุณธรรม) ข้อมูลที่ถูกต้องและความตรงไปตรงมา (หลักความโปร่งใส) การเปิดโอกาสให้คู่ค้ามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นหรือการตัดสินใจ (หลักการมีส่วนร่วม) การรับผลของการกระทำและแก้ไขในสิ่งที่เกิดขึ้น (หลักความรับผิดชอบ) และการปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด (หลักความคุ้มค่า) สิ่งเหล่านี้ คือ “ธรรมาภิบาล” ที่องค์กรได้สร้างไว้ ซึ่งคู่ค้าสามารถรับรู้ได้และนำไปสู่ความไว้วางใจที่มีต่อกันในที่สุด สิ่งสำคัญที่ต้องตระหนักคือความไว้วางใจที่สร้างจากความมีธรรมาภิบาลขององค์กรเองอาจใช้เวลาสร้างหลายปี แต่สามารถถูกทำลายได้ด้วยหลักนาที นี่คือเหตุผลสำคัญขององค์กรที่มีระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนานมักปกป้องชื่อเสียงของตนและระมัดระวังการดำเนินธุรกิจโดยไม่ให้ขาดธรรมาภิบาล เพราะพวกเขารู้ดีว่าสิ่งที่สะสมมาหลายสิบปีนั้น เมื่อเสียไปแล้วไม่สามารถซื้อคืนกลับมาได้ด้วยเงิน
ธรรมาภิบาลและการเงิน ความสัมพันธ์ที่ไม่สามารถแยกออกจากกัน
แนวคิดธรรมาภิบาล (Good Governance : GG) ที่องค์กรของภาครัฐและภาคเอกชนนิยมนำมาประยุกต์ใช้นั้นมาจากหลักธรรมาภิบาลตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ซึ่งมุ่งเน้นการบริหารจัดการราชการหรือองค์กรที่ดี ยกระดับองค์กรให้มีความโปร่งใส และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนหรือคู่ค้าเป็นหลัก มีความหมายใกล้เคียงกับแนวคิดบรรษัทภิบาลหรือการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance : CG) กำหนดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี พ.ศ. 2555 ที่มุ่งเน้นสิทธิและการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้น ผู้มีส่วนได้เสีย คณะกรรมการบริษัท และข้อมูลที่โปร่งใส หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2560 ได้พัฒนาเป็น CG Code ที่มุ่งเน้นการจัดการเกี่ยวกับคณะกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ อีกทั้งยังมีแนวคิดบรรษัทบริบาล (Corporate Social Responsibility : CSR) ที่ให้แนวคิดว่า องค์กรควรดำเนินธุรกิจภายใต้หลักจริยธรรมและการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการแบ่งปันและสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว รวมถึงแนวคิด ESG (Environment Social and Governance) ที่ปรากฏอยู่ในรายงานความยั่งยืน ดังนั้นหากพิจารณาทั้ง 4 แนวคิดแล้ว ถึงแม้ว่าจะมีคำนิยามที่แตกต่างกัน แต่สรุปได้ว่า แนวคิดเหล่านี้พยายามส่งเสริมให้องค์กรมีการบริหารจัดการภายในองค์กรที่ดี มีคุณธรรมและจริยธรรมในการประพฤติปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสีย การมีส่วนร่วม ใส่ใจสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงข้อมูลจากการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจขององค์กรจะต้องได้รับการตรวจสอบและมีความโปร่งใสโดยเฉพาะข้อมูลด้านการเงิน
หลักการที่เกี่ยวข้องกับธรรมาภิบาล | |||
ธรรมาภิบาล (ก.พ.ร.) | บรรษัทภิบาล (CG Code) | บรรษัทบริบาล (ISO26000) | ESG มิติด้าน Governance |
1) หลักประสิทธิผล 2) หลักประสิทธิภาพ 3) หลักการตอบสนอง 4) หลักภาระรับผิดชอบ 5) หลักความเปิดเผย/โปร่งใส 6) หลักนิติธรรม 7) หลักความเสมอภาค 8) หลักการกระจายอำนาจ 9) หลักการมีส่วนร่วม 10) หลักคุณธรรมและจริยธรรม | 1) บทบาทและความรับผิดชอบของคณะกรรมการ 2) วัตถุประสงค์และเป้าหมาย 3) เสริมสร้างคณะกรรมการ 4) สรรหาและพัฒนาผู้บริหาร 5) ส่งเสริมนวัตกรรม 6) บริหารความเสี่ยง 7) ความน่าเชื่อถือทางการเงิน 8) การมีส่วนร่วมของผู้ถือหุ้น | 1) การกำกับดูแลองค์กร 2) สิทธิมนุษยชน 3) แนวปฏิบัติด้านแรงงาน 4) สิ่งแวดล้อม 5) แนวปฏิบัติที่เป็นธรรม 6) ประเด็นของผู้บริโภค 7) การมีส่วนร่วมและการพัฒนาชุมชน | 1) นโยบาย โครงสร้าง และระบบกำกับดูแลกิจการ 2) นโยบายและกลยุทธ์ความยั่งยืน 3) การบริหารความเสี่ยงด้านความยั่งยืน 4) การจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน 5) การพัฒนานวัตกรรม |
ธรรมาภิบาลทางการเงินในโครงสร้าง
“หากธรรมาภิบาลเปรียบเสมือนโครงสร้างของร่างกาย การเงินก็คือเลือดที่หล่อเลี้ยงให้องค์กรเติบโตได้อย่างแข็งแรง”
ธรรมาภิบาลในมิติของโครงสร้างหรือการกำกับดูแลจะกำหนดว่า “ใคร” คือผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจทางการเงินขององค์กร เช่น การจัดสรรงบประมาณ การลงทุน และการกู้ยืมเงิน เป็นต้น องค์กรจะมีรายละเอียดในการดำเนินงานที่ชัดเจนว่าใครมีสิทธิ์ทำอะไร ภายใต้เงื่อนไขใด และต้องมีการรายงานอย่างไร หากปราศจากเงื่อนไขเหล่านี้ การเงินอาจกลายเป็นช่องทางการแสวงหาผลประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่งและนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชัน
ดังนั้นโครงสร้างที่ดีจะทำให้เลือดหล่อเลี้ยงไปยังส่วนต่าง ๆ ขององค์กรได้อย่างถูกทิศ ในขณะเดียวกันเลือดที่มีสุขภาพดีก็เป็นข้อบ่งชี้ที่สำคัญว่าโครงสร้างนั้นใช้งานได้จริงและสนับสนุนการทำงานขององค์กร
ธรรมาภิบาลทางการเงินในการดำเนินธุรกิจ
“การเงินเป็นเครื่องวัดธรรมาภิบาลที่ชัดเจนที่สุด”
องค์กรมีหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินธุรกิจและกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ทั้งในด้านของโครงสร้างการกำกับดูแลดังที่กล่าวไว้ข้างต้น การระบุบทบาทหน้าที่ที่ชัดเจนของกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และฝ่ายปฏิบัติการ การประเมินและจัดการความเสี่ยงในกระบวนการทำงาน กำหนดให้มีขั้นตอนการปฏิบัติงานตามมาตรฐาน (Standard Operating Procedure : SOP) ที่ชัดเจน สามารถใช้ KPI ในการติดตามผลลัพธ์ของการดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย การปลูกฝังค่านิยมต่อบุคลากรถึงวัฒนธรรมองค์กรที่ดี รวมถึงการปฏิบัติงานร่วมกันของทุกฝ่ายในองค์กรผ่านห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ปัจจัยในการดำเนินธุรกิจทั้งหมดนี้จะถูกขับเคลื่อน วัดมูลค่า และแสดงผลลัพธ์ด้วยจำนวนเงินในรูปแบบของรายงานทางการเงิน ดังนั้นธรรมาภิบาลทางการเงินจึงเป็นหัวใจสำคัญในการควบคุม ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้องครบถ้วน การมีระบบการตรวจสอบจากทั้งภายในและภายนอกที่มีความน่าเชื่อถือ มีกลไกในการป้องกันการทุจริต ผู้บริหารมีความรับผิดชอบต่อการใช้ทรัพยากรทางการเงิน และองค์กรได้ดำเนินการตามมาตรฐานการบัญชี ภาษีอากร รวมถึงกฎระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้อง หรืออาจกล่าวได้อีกนัยว่า การดำเนินงานที่ดีต้องการทรัพยากรทางการเงินที่มีธรรมาภิบาลทั้งในด้านประสิทธิภาพและประสิทธิผล ในขณะเดียวกันการเงินที่โปร่งใสจะต้องมีกระบวนการทำงานที่รัดกุมและรอบคอบด้วยเช่นกัน
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
