Accounting for Executives
ความรู้พื้นฐานด้านบัญชี ภาษี กฎหมาย สำหรับเจ้าของธุรกิจ (ตอนจบ)
คำนึง สาริสระ
ความรู้พื้นฐานด้านบัญชี ภาษี กฎหมาย สำหรับเจ้าของธุรกิจที่เราได้สื่อสารกันผ่านตัวอักษรตั้งแต่ตอนที่ 1 ถึงตอนที่ 16 จะเห็นได้ว่าการเริ่มต้นและดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงแค่ว่า “ขายหรือบริการอย่างไร” แต่ยังต้องคำนึงการเลือกรูปแบบธุรกิจที่เหมาะสม ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหุ้นส่วนบริษัท กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำบัญชี และรวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภาษีอากร ซึ่งหากปฏิบัติไม่ถูกต้องย่อมจะมีความเสี่ยงต่อบทลงโทษที่จะตามมา
ดังนั้นเจ้าของธุรกิจพึงควรมีความรู้พื้นฐาน (เพื่อพัฒนาต่อยอด) เพื่อเสริมสร้างความระมัดระวัง รวมไปถึงจะช่วยให้การพิจารณาสรรหาเพื่อรับพนักงานหรือจ้างปรึกษาภายนอกที่จะมาช่วยงานได้อย่างเหมาะสม ตรงตามความต้องการ อันเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงและเป็นองค์ประกอบสร้างความมั่นคงให้กับการดำเนินธุรกิจต่อไป
สำหรับในตอนจบนี้ ผู้เขียนขอสรุปภาพรวมทั้งหมดเพื่อให้เห็นภาพได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ดี เพื่อให้ก่อเกิดความเข้าใจขอแนะนำให้เจ้าของธุรกิจย้อนกลับไปอ่านบทความนี้ให้ครบทุกตอน เชื่อว่าจะทำให้ทุกท่านเกิดความเข้าใจได้ดียิ่งขึ้น
1. บทสรุป : การตัดสินใจในการพิจารณาเลือกรูปแบบธุรกิจ
เวลาจะตัดสินใจประกอบธุรกิจเรื่องที่สำคัญคือ จะต้องพิจารณารูปแบบที่จะดำเนินการ โดยควรเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสีย ซึ่งขอเน้นใน 3 รูปแบบดังนี้
รูปแบบธุรกิจ | ข้อดี | ข้อเสีย |
1. กิจการเจ้าของคนเดียว (บุคคลธรรมดา) | ● ง่าย คล่องตัว มีอิสระในการตัดสินใจ | ● เงินทุนจำกัด ขึ้นอยู่กับเจ้าของเพียงคนเดียว ● รับผิดชอบหนี้สินทั้งหมดแบบไม่จำกัด ● ความน่าเชื่อถือ ธุรกิจอาจจะไม่ยืนยาวและต่อเนื่อง หากเจ้าของมีปัญหาสุขภาพหรือเสียชีวิต |
2. ห้างหุ้นส่วนจำกัด (นิติบุคคล)
| ● ความน่าเชื่อถือมีมากกว่าเจ้าของคนเดียว ● ระดมทุนได้มากกว่าเจ้าของคนเดียว ● มีผู้ช่วยเหลือในการบริหารงาน | ● หุ้นส่วนที่ไม่จำกัดความรับผิดชอบ รับผิดชอบในหนี้สินไม่จำกัด ● หากหุ้นส่วนถอนตัวหรือเสียชีวิตอาจจะกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ● การขยายงานอาจมีข้อจำกัด ● ต้องปฏิบัติตามข้อกฎหมายและข้อกำหนดทางบัญชีอย่างเข้มงวด |
3. บริษัทจำกัด (นิติบุคคล) | ● ระดมทุนได้ง่ายกว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด ● ผู้ถือหุ้นรับผิดชอบจำกัดเฉพาะค่าหุ้นที่ค้างชำระ ● มีผู้ช่วยเหลือในการบริหารงาน ● การขยายธุรกิจได้ง่าย ภาพลักษณ์น่าเชื่อถือ | ● การตัดสินใจอาจจะไม่คล่องตัว ● ต้องปฏิบัติตามข้อกฎหมายและข้อกำหนดทางบัญชีอย่างเข้มงวด |
บทสรุป
ปัจจุบันการเลือกรูปแบบในการดำเนินธุรกิจ เห็นควรให้พิจารณาดังนี้
● ธุรกิจประเภทกิจการเจ้าของคนเดียว (บุคคลธรรมดา) เหมาะสมกับธุรกิจขนาดเล็ก (ยังมีความไม่แน่นอน อยากทดลองทำธุรกิจของตนเอง) ต้องการความคล่องตัว (อยากจะเลิกก็ไม่ค่อยยุ่งยาก)
● บริษัทจำกัด (นิติบุคคล) เหมาะสำหรับธุรกิจที่แผนงานธุรกิจต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และเตรียมการขยายตัวในอนาคต (ซึ่งอาจจะไปไกลถึงการยกระดับเป็นบริษัทมหาชนในการเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์)
2. บทสรุปกฎหมายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ “รูปแบบบริษัทจำกัด - นิติบุคคล”
แหล่งข้อมูลสำคัญที่ควรศึกษา (แหล่งข้อมูล www.dbd.go.th)
● ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 22 หุ้นส่วนและบริษัท
● พระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด และมูลนิธิ พ.ศ. 2499
ข้อควรระวังในการจัดตั้งบริษัทจำกัด
1. ผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ยังชำระค่าหุ้นไม่ครบ (มาตรา 1096), การจัดตั้งบริษัท “บุคคล 2 คนขึ้นไป” เริ่มก่อการและจัดตั้งเป็นบริษัทได้ (มาตรา 1097)
2. การลงทุนในรูปแบบที่เรียกว่า “หุ้น” (หุ้นสามัญ) โดยมูลค่าต่อหุ้นมิให้ต่ำกว่า 5 บาท (มาตรา 1117), และทุนที่นำมาลงแบ่งออกเป็นหุ้นละเท่ากัน หุ้นต้องมีราคาไม่น้อยกว่าหุ้นละ 5 บาท/ทุนที่นำมาลงจะเป็นเงินสด ทรัพย์สิน และแรงงานก็ได้ แต่ขอแนะนำให้ชำระค่าหุ้นเป็นเงินสดเพื่อลดปัญหา
3. การเรียกชำระค่าหุ้นต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 แห่งมูลค่าของหุ้นที่ตั้งไว้ (มาตรา 1105)
4. บริษัทจำกัดต้องทำใบหุ้นและสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น (มาตรา 1127 และมาตรา 1138 ) หากไม่จัดทำจะมีความผิด
บทสรุป
การดำเนินธุรกิจในรูปแบบบริษัทจำกัด (นิติบุคคล) ในสาระสำคัญคือ ต้องมี “ผู้ร่วมลงทุน” ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป (ผู้ถือหุ้น)/กำหนดทุนในการจดทะเบียนเพื่อลงทุน เช่น ทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ 10,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท ผู้ถือหุ้นแต่ละคนก็ไปตกลงกันว่าจะถือสัดส่วนคนละเท่าไร
ประเด็นต่อมาก็คือ “การลงทุน” ถึงแม้ข้อกฎหมายจะระบุให้สามารถลงเป็นเงินสด ทรัพย์สิน และแรงงานได้ก็ตาม ขอแนะนำว่าเพื่อลดปัญหาในการจัดการควรพิจารณาลงทุนในรูปแบบ “เงินสด” จะดีที่สุด และข้อควรระมัดระวังคือ ผู้ถือหุ้นแต่ละคนควรพิจารณาความสามารถในการนำเงินสดมาลงทุนได้จริง
ข้อพึงระวัง (เพิ่มเติม) : การทำบทบาทหน้าที่ของกรรมการ (อ้างอิง : ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 22 หุ้นส่วนและบริษัท)
▪ มาตรา 1167 : กำหนดความเกี่ยวพันกันระหว่างกรรมการกับบริษัทและบุคลภายนอก กฎหมายบังคับตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วย “ตัวแทน” (ร่วมรับผิดหากกรรมการกระทำการเกินขอบอำนาจ)
▪ มาตรา 1168 : กำหนดให้กรรมการต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังและซื่อสัตย์สุจริต กรรมการต้องรับผิดชอบร่วมกันในเรื่องการรับเงินค่าหุ้นจริง, การจัดทำบัญชีและการเก็บรักษาเอกสารและสมุดบัญชี, การจ่ายปันผลปฏิบัติโดยถูกต้องตามกฎหมายกำหนด, การบังคับปฏิบัติโดยถูกต้องตามมติของที่ประชุมใหญ่ และที่สำคัญห้ามมิให้กรรมการประกอบกิจการแข่งขันกับบริษัท หากฝ่าฝืนและทำให้บริษัทเสียหายกรรมการต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหม
▪ มาตรา 1169 : ระบุถึงหากกรรมการทำให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท บริษัทสามารถฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนกับกรรมการก็ได้ หรือกรณีบริษัทไม่ยอมฟ้อง ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดหรือเจ้าหนี้สามารถเป็นโจทก์ฟ้องร้องแทนบริษัทได้เช่นกัน
3. บทสรุป : กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบในการจัดทำบัญชี
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
