Accounting for Executives
ความรู้พื้นฐานด้านบัญชี ภาษี กฎหมาย สำหรับเจ้าของธุรกิจ (ตอนที่ 13)
คำนึง สาริสระ
ตอนนี้เรายังอยู่ในเนื้อหาสำคัญของ “ภาษีมูลค่าเพิ่ม” โดยจะมาทำความเข้าใจในสาระสำคัญ หากเจ้าของธุรกิจที่จดทะเบียนในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มได้รับใบกำกับภาษีมาจากซื้อสินค้าหรือการใช้บริการเพื่อใช้ในกิจการ เช่น หากเจ้าของธุรกิจซื้อสินค้าและได้รับใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ มูลค่าสินค้า 100 บาท และมีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 บาท รวม 107 บาท ดังนั้น 7 บาท คือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเรียกว่า “ภาษีซื้อ”
ประเภทภาษี
3. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax : VAT) ต่อ
ภาษีซื้อ
ความสำคัญของภาษีซื้อ คือ สิทธิประโยชน์ของเจ้าของธุรกิจที่จดทะเบียนในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม กฎหมายกำหนดสามารถนำภาษีซื้อมาใช้ในการหักออกจากภาษีขายเพื่อหาจำนวนภาษีสุทธิที่ต้องนำส่ง
ตัวอย่าง : ในเดือนมกราคม 25xx มีภาษีขายเท่ากับ 1,000 บาท และมีภาษีซื้อ 600 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องจ่ายชำระในเดือนมกราคม 25xx เท่ากับ 400 บาท
ทำนองเดียวกัน กฎหมายกำหนดว่าหากเดือนใดภาษีขายน้อยกว่าภาษีซื้อ เจ้าของธุรกิจที่จดทะเบียนในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มสามารถเลือกขอคืนเป็นเงินสดหรือเลือกเก็บไว้หักกับภาษีขายในเดือนถัดไป (เครดิตภาษี)
ตัวอย่าง : ในเดือนมกราคม 25xx มีภาษีขายเท่ากับ 1,000 บาท และมีภาษีซื้อ 1,200 บาท มีภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย 200 บาท ดังนั้นในเดือนมกราคม 25xx จึงไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชำระและภาษีซื้อ 200 บาท สามารถขอคืนเป็นเงินสดหรือจะเก็บไว้หัก (เครดิตภาษี) กับภาษีขายในเดือนกุมภาพันธ์ 25xx ก็ได้
กฎเหล็กสำคัญในหลักการภาษีมูลค่าเพิ่มในการนำภาษีซื้อที่ได้รับนำไปหักภาษีขาย ต้องระมัดระวังในหลักการสำคัญดังนี้
1. ใบกำกับภาษีที่ได้รับต้องเป็นใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ : ดังนั้นภาษีซื้อที่จะนำมาใช้ได้ต้องเป็นใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบที่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด (ต้องเป็นต้นฉบับ)
2. ระวัง “ภาษีซื้อต้องห้าม” กฎหมายมีข้อกำหนดไว้ว่า ไม่ใช่ว่าภาษีซื้อที่เกิดขึ้นทุกรายการสามารถนำมาหักจากภาษีขายได้ เช่น
• ภาษีซื้อจากค่ารับรองลูกค้า
• ภาษีซื้อที่ใบกำกับภาษีมีข้อความไม่ครบถ้วนหรือภาษีซื้อที่ไม่มีใบกำกับภาษี
• ภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ (ถึงแม้ว่าจะเป็นใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบที่มีสาระสำคัญครบถ้วนก็ตาม)
• ภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์นั่งไม่เกิน 10 ที่นั่ง : ค่าซ่อมแซมรถยนต์นั่งไม่เกิน 10 ที่นั่ง
• ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีที่ออกโดยผู้ไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีตามกฎหมาย
3. สิทธิการใช้ภาษีซื้อภายใน 6 เดือน : หากเจ้าของธุรกิจที่จดทะเบียนในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดลืมนำใบกำกับภาษี-ภาษีซื้อในเดือนที่เกิดรายการมาหักภาษีขายในเดือนที่เกิดรายการ เจ้าของธุรกิจยังมีสิทธินำใบกำกับภาษี - ภาษีซื้อมาใช้หักจากภาษีขายได้ภายใน 6 เดือน นับแต่เดือนถัดจากเดือนที่ออกใบกำกับภาษีนั้น
หมายเหตุ : สำหรับภาษีซื้อต้องห้ามที่กฎหมายกำหนดไม่ให้นำไปหักออกจากภาษีขาย ผู้อ่านสามารถศึกษาจาก ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) เรื่อง การกำหนดภาษีซื้อที่ไม่ให้นำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 82/5 (6) แห่งประมวลรัษฎากร
ภาษีซื้อที่ไม่ให้นำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกว่า “ภาษีซื้อต้องห้าม” ยังมีประเด็นที่เจ้าของกิจการที่จดทะเบียนในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มควรพึงต้องมีความเข้าใจเพิ่มเติมเพื่อความระมัดระวังดังนี้
1. ภาษีซื้อต้องห้ามที่ถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม กฎหมายกำหนดไม่สามารถถือเป็นรายจ่ายในคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล (รายจ่ายบวกกลับ) ประกอบด้วย
o ภาษีซื้อที่ไม่มีใบกำกับภาษี (มาตรา 82/5 (1))
o เป็นภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ แต่ไม่มีข้อความครบถ้วนสมบูรณ์ (มาตรา 86/4, มาตรา 82/5(2))
o เป็นภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ (มาตรา 82/5 (3))
o เป็นภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีที่ออกโดยผู้ไม่สิทธิที่จะออกตามกฎหมาย (มาตรา 82/5 (5))
o ภาษีซื้อที่เครดิตได้ แต่ไม่นำไปใช้ ก็ถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม (มาตรา 65 ตรี (6ทวิ))
(ข้อมูลอ้างอิง : เอกสารภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีซื้อต้องห้าม กองกฎหมาย กรมสรรพากร)
2. ภาษีต้องห้ามที่ถือเป็นรายจ่ายได้ (ไม่ต้องบวกกลับ) ในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลตามที่ระบุในมาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) โดยมีเนื้อหาดังนี้
“ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ชำระหรือพึงชำระ และภาษีซื้อของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนเป็นรายจ่ายต้องห้าม เนื่องจากภาษีมูลค่าเพิ่มมิใช่รายได้หรือรายจ่ายของกิจการ เพราะผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อถูกเรียกเก็บภาษีขายจากผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการ ผู้ที่ถูกเรียกเก็บภาษีก็นำภาษีนั้นมาเครดิตโดยหักออกจากภาษีขายของตนในแต่ละเดือนภาษีหรือขอคืนภาษีที่ถูกเรียกเก็บนั้น ดังนั้นภาษีที่ถูกเรียกเก็บนั้นเรียกว่า ภาษีซื้อ จึงไม่ถือเป็นรายจ่ายของกิจการ เว้นแต่ภาษีซื้อต้องห้ามบางลักษณะที่กำหนดไว้ในมาตรา 82/5 (4) และ (6) แห่งประมวลรัษฎากร นำมาเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ เนื่องจากผู้ประกอบการไม่สามารถนำไปเครดิตภาษีได้ ซึ่งเป็นภาระแก่ผู้เสียภาษี อาทิ
1. ภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายเพื่อการรับรองหรือเพื่อการอันมีลักษณะทำนองเดียวกัน
2. ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อ เช่าซื้อ เช่า หรือรับโอนรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน และภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อสินค้าหรือการรับบริการที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต
3. ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีอย่างย่อ
4. ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อทรัพย์สินเพื่อใช้หรือจะใช้ในกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายของกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
5. ภาษีซื้อที่เกิดจากการก่อสร้างอาคารหรืออสังหาริมทรัพย์อื่นเพื่อนำมาใช้ในกิจการของตนเอง ซึ่งเป็นกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีซื้อดังกล่าวให้มีสิทธินำมาหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ต่อมาผู้ประกอบการได้ขายหรือให้เช่าอาคารหรืออสังหาริมทรัพย์นั้นหรือนำไปใช้ในกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 3 ปี นับแต่เดือนภาษีที่ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์
6. ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปที่คำว่า “ใบกำกับภาษี” ไม่ได้ถูกตีพิมพ์หรือไม่ได้จัดทำขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์ ในกรณีจัดทำใบกำกับภาษีด้วยคอมพิวเตอร์ทั้งฉบับ
7. ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปซึ่งมีข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนดในใบกำกับภาษีที่ไม่ได้จัดทำขึ้นด้วยวิธีการตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
8. ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปซึ่งมีรายการในใบกำกับภาษีเป็นสำเนา (Copy) เป็นภาษีซื้อต้องห้าม แต่ไม่รวมถึงใบกำกับภาษีที่ได้จัดทำรวมกับเอกสารทางการค้าอื่นซึ่งมีจำนวนหลายฉบับ และใบกำกับภาษีซึ่งมีรายการในใบกำกับภาษีเป็นสำเนามีข้อความว่า “เอกสารออกเป็นชุด” ปรากฏอยู่ด้วย
9. ภาษีซื้อส่วนที่เฉลี่ยเป็นของกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งได้คำนวณตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
10. ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อสินค้าหรือรับบริการ ซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มนำไปใช้หรือจะใช้ในการประกอบกิจการทั้งประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มใช้สิทธิเลือกไม่นำภาษีซื้อทั้งหมดไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มมีรายได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของรายได้ของกิจการทั้งหมด
11. ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปซึ่งรายการต่าง ๆ ได้ถูกแก้ไขหรือถูกเปลี่ยนแปลงเป็นภาษีซื้อต้องห้าม เว้นแต่รายการซึ่งได้ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกำหนด
12. ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อ เช่าซื้อ หรือรับโอนรถยนต์ที่ไม่ใช่รถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตเพื่อใช้หรือจะใช้ในกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และต่อมาภายใน 3 ปี นับแต่เดือนภาษีที่ได้รถยนต์ไว้ในครอบครองได้มีการดัดแปลงรถยนต์ดังกล่าวเป็นรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต
13. ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปซึ่งมีรายการชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ออกหรือตัวแทนผู้ออกใบกำกับภาษี ไม่ได้พิมพ์ขึ้นหรือไม่ได้จัดทำขึ้นด้วยระบบคอมพิวเตอร์ในกรณีจัดทำใบกำกับภาษีขึ้นด้วยระบบคอมพิวเตอร์ทั้งฉบับ
(ข้อมูลอ้างอิง : มาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) แห่งประมวลรัษฎากร)
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
