Accounting How to
การเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อพิชิตเป็นนักบัญชีมืออาชีพ ตอนที่ 106 การหักภาษี ณ ที่จ่าย กับการบัญชี (7)
สุพัฒน์ อุปนิกขิต
ในตอนนี้จะเขียนถึงการหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามประมวลรัษฎากร
ประมวลรัษฎากร มาตรา 50
มาตรา 50 ให้บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคม หรือคณะบุคคล ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 หักภาษีเงินได้ไว้ทุกคราวที่จ่ายเงินได้พึงประเมินตามวิธีดังต่อไปนี้
กรณีที่ 1 : กรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) (2) ให้คูณเงินได้ที่จ่ายด้วยจำนวนคราวที่ต้องจ่าย เพื่อให้ได้จำนวนเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี แล้วคำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา 48 เป็นเงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใด ให้หารด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย ได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใด ให้หักเป็นเงินภาษีไว้เท่านั้น
• ถ้าการหารนั้นไม่ลงตัว เหลือเศษเท่าใดให้รวบเข้ากับเงินภาษีที่จะต้องหักไว้ครั้งสุดท้ายในปีนั้น ให้ได้ภาษีที่จะต้องเสียรวมทั้งปี
• กรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) (2) ซึ่งเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน ซึ่งได้คำนวณจ่ายจากระยะเวลาที่ทำงานและได้จ่ายตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ให้คำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา 48 (5) เป็นเงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใด ให้หักเป็นเงินภาษีไว้เท่านั้น
• ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) นอกจากระบุในวรรค 3 ที่จ่ายให้แก่ผู้รับซึ่งมิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย ให้คำนวณหักในอัตรา 15% ของเงินได้
กรณีที่ 2 : กรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (3) (4) ให้คำนวณหักตามอัตราภาษีเงินได้ เว้นแต่
(ก) กรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (3) (4) นอกจากที่ระบุไว้ใน (ข) (ค) (ง) และ (จ) ที่จ่ายให้แก่ผู้รับซึ่งมิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย ให้หัก 15% ของเงินได้
(ข) กรณีเงินได้พึงประเมินที่ระบุในมาตรา 48 (3) (ก) และ (ค) ให้หัก 15% ของเงินได้
(ค) กรณีเงินได้พึงประเมินที่ระบุในมาตรา 48 (3) (ข) ให้ถือว่าผู้ออกตั๋ว ผู้ออกตราสารแสดงสิทธิในหนี้ หรือนิติบุคคลผู้โอนตั๋วเงินหรือตราสารดังกล่าวให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ตามส่วนนี้เป็นผู้จ่ายเงินได้ฯ และให้เรียกเก็บภาษีเงินได้จากผู้มีเงินได้ในอัตรา 15% ของเงินได้ และให้ถือว่าภาษีที่เรียกเก็บนั้นเป็นภาษีที่หักไว้
(ง) กรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4) (ก) (ดอกเบี้ย) ที่มิได้ระบุใน (ข) (ค) ในมาตรานี้ ถ้าผู้จ่ายเงินได้มิใช่นิติบุคคล และจ่ายให้ผู้รับซึ่งเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย ไม่ต้องหักภาษีตามมาตรานี้
(จ) กรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4) (ข) ให้หัก 10% ของเงินได้
(ฉ) กรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4) (ซ) (เงินส่วนแบ่งกำไร) และ (ฌ) (ผลประโยชน์จากการโอนคริปโทฯ หรือโทเคนดิจิทัลฯ เฉพาะซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน) ให้หัก 15% ของเงินได้
กรณีที่ 3 : กรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5) (6) ที่จ่ายให้แก่ผู้รับซึ่งมิได้เป็นผู้อยู่ในไทย ให้หัก 15% ของเงินได้ (ดูคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 6 และข้อ 7)
กรณีที่ 4 : นอกจากกรณีตามกรณีที่ 5
(1) ในกรณีผู้จ่ายเงินตามมาตรานี้เป็นรัฐบาล องค์การของรัฐบาล เทศบาล สุขาภิบาล หรือองค์การบริหารราชการท้องถิ่นอื่น
(2) ซึ่งจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5) (6) (7) หรือ (8) แต่ไม่รวมถึงการจ่ายค่าซื้อพืชผลทางการเกษตร
(3) ให้กับผู้รับรายหนึ่ง ๆ มีจำนวนทั้งสิ้นตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป แม้การจ่ายนั้นจะได้แบ่งจ่ายครั้งหนึ่ง ๆ ไม่ถึง 10,000 บาท
(4) ให้หัก 1% ของเงินได้ เว้นแต่เงินได้ในการประกวดหรือแข่งขัน ให้หักตามอัตราภาษีเงินได้
กรณีที่ 5 : กรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) เฉพาะที่จ่ายให้แก่ผู้รับซึ่งขายอสังหาริมทรัพย์ ให้คำนวณหักดังนี้
(ก) สำหรับอสังหาริมทรัพย์อันเป็นมรดกหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับจากการให้โดยเสน่หา ให้หักตามเกณฑ์ในมาตรา 48 (4) (ก) เป็นภาษีทั้งสิ้นเท่าใด ให้หักเป็นภาษีไว้เท่านั้น
(ข) สำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยทางอื่นนอกจาก (ก) ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาตามพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 165 พ.ศ. 2529 แล้วคำนวณตามเกณฑ์ในมาตรา 48 (4) (ข) เป็นเงินภาษีเท่าใด ให้หักไว้เท่านั้น
กรณีที่ 6 : กรณีการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มีค่าตอบแทน ให้ถือว่าผู้โอนเป็นผู้จ่ายเงินได้โดยให้ผู้โอนหักภาษีตามเกณฑ์ในกรณีที่ 5 เว้นแต่การโอนให้บุตรชอบด้วยกฎหมายซึ่งไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม ให้ผู้โอนหักไว้ 5% ของเงินได้เฉพาะส่วนที่เกิน 20 ล้านบาท
ประมวลรัษฎากร มาตรา 48
มาตรา 48 เงินได้พึงประเมินต้องเสียภาษีเงินได้ มีดังต่อไปนี้
(1) เงินได้พึงประเมินเมื่อได้หักตามมาตรา 42 ทวิ - มาตรา 47 แล้วเหลือเท่าใด เป็นเงินได้สุทธิต้องเสียภาษีตามอัตราภาษีเงินได้ที่กำหนด (ดูผังหักค่าใช้จ่าย-ค่าลดหย่อน)
(2) ผู้มีเงินได้ไม่รวมมาตรา 40 (1) ตั้งแต่ 120,000 บาท ให้คำนวณภาษีตาม (1) และเสียไม่น้อยกว่า 0.5% ของเงินได้ (ถ้ามีภาษีที่เสียไม่เกิน 5,000 บาท ยกเว้นไม่ต้องเสียตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 480) พ.ศ. 2552)
(3) ผู้มีเงินได้จะเลือกเสียภาษี 15% โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตาม (1) และ (2) สำหรับเงินได้ตามมาตรา 40 (4) (ก) และ (ช) ดังต่อไปนี้
(ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในไทย ดอกเบี้ยเงินฝากสหกรณ์ ดอกเบี้ยหุ้นกู้ฯ (ดูพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 290) พ.ศ. 2538 และดูคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรที่ 19/2533)
(ข) ผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินฯ
(ค) ผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนพันธบัตร หุ้นกู้ ตั๋วเงินฯ
หมายเหตุ ผู้มีเงินได้ที่อยู่ในไทยจะเลือกเสียภาษี 10% ของเงินได้ตามมาตรา 40 (4) (ข) (เงินปันผล) ที่ได้จากบริษัทไทยหรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายไทยตั้งขึ้นฯ โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตาม (1) และ (2) (ดูคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรที่ 20/2533)
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
