ตอบข้อหารือกรมสรรพากร
ตอบข้อหารือ ฉบับมีนาคม 2569
กรมสรรพากร
ภาษีเงินได้นิติบุคคล
กรณีการปรับปรุงผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
Q ปัญหา
บริษัทฯ กู้เงินจากต่างประเทศเมื่อปี 2539 จำนวน 2,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ อัตราแลกเปลี่ยนในขณะนั้น 26 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทย 52,000,000 บาท ซึ่งบริษัทฯ ได้บันทึกบัญชีเป็นเจ้าหนี้เงินกู้ต่างประเทศทั้งจำนวน ณ วันได้รับมาเรียบร้อยแล้ว และระหว่างปี 2539 บริษัทฯ ได้ชำระเงินกู้ดังกล่าวไป 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในอัตราแลกเปลี่ยน 26.12 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ และมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 24,000 บาท เมื่อสิ้นงวดบัญชี ปี 2539 คือวันที่ 31 ธันวาคม 2539 บริษัทฯ มีหนี้สินเป็นเงินตราต่างประเทศ 1,800,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่บริษัทฯ มิได้ปรับปรุงกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ต่อมาในปี 2540 เมื่อเดือนมิถุนายน 2540 บริษัทฯ ชำระเงินกู้ดังกล่าวเป็นงวดที่ 2 อีก จำนวน 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ อัตราแลกเปลี่ยนเป็น 26.45 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 90,000 บาท ต่อมาบริษัทฯ ชำระเงินกู้งวดที่ 3 เมื่อเดือนกันยายน 2540 จำนวน 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ อัตราแลกเปลี่ยน 47.2445 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 4,248,000 บาท ดังนั้นเมื่อสิ้นงวดบัญชี ณ 31 ธันวาคม 2540 บริษัทฯ มีหนี้สินคงเหลือ 1,400,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันสิ้นงวดบัญชีเท่ากับ 39.2206 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ แต่บริษัทฯ มิได้ปรับปรุงในทางบัญชี ณ วันสิ้นงวดบัญชีถึงผลกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน เพราะบริษัทฯ มีเหตุผล 3 ประการ ดังนี้
1. งวดบัญชีปี 2540 บริษัทฯ มีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน (ซึ่งรวมถึงผลกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในระหว่างงวดบัญชีแล้ว) ซึ่งถ้าบริษัทฯ ปรับปรุงผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนอีกจำนวน 18,508,000 บาท จะทำให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนเพิ่มขึ้น 21,508,000 บาท
2. บริษัทฯ เห็นว่าจากกรณีข้อ 1 จะทำให้สรรพากรได้เปรียบ ซึ่งถ้าหากปี 2541 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิเกินกว่า 3 ล้านบาท (เท่าที่บริษัทฯ มีผลขาดทุนจากปี 2540) บริษัทฯ พร้อมที่จะชำระค่าภาษีเงินได้นิติบุคคล
3. เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรายังผันผวนอยู่มาก บริษัทฯ จึงมิได้ปรับปรุงอัตราแลกเปลี่ยนผลกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันสิ้นงวดบัญชี
ขอทราบว่าบริษัทฯ มีสิทธิที่จะไม่ปรับปรุงผลกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันสิ้นงวดบัญชีปี 2540 ได้หรือไม่
A คำวินิจฉัย
กรณีตามข้อเท็จจริง บริษัทฯ มีหนี้สินซึ่งมีค่าหรือราคาเป็นเงินตราต่างประเทศที่เหลืออยู่ในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีให้คำนวณค่าหรือราคาของหนี้สินเป็นเงินตราไทยตามอัตราถัวเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์ขายซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยคำนวณไว้ ผลของการคำนวณถ้ามีผลกำไรหรือขาดทุนจากการตีราคาหนี้สินดังกล่าว ให้นำมารวมคำนวณเป็นรายได้หรือรายจ่ายแล้วแต่กรณี ในรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าวได้ทั้งจำนวนตามมาตรา 65 ทวิ (5) วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.72/2540 เรื่อง การปฏิบัติเกี่ยวกับการคำนวณรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเนื่องจากการปรับปรุงระบบการแลกเปลี่ยนเงินตรา ลงวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 ดังนั้นบริษัทฯ จึงไม่มีสิทธิที่จะไม่ปรับปรุงผลกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันสิ้นงวดบัญชีแต่อย่างใด
หนังสือกรมสรรพากรที่ กค 0811/12918 ลงวันที่ 2 กันยายน 2541
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
