ภาษีสรรพากร
ความสำคัญของสถานประกอบการ ย้าย-ลดสาขา มีเครดิตพันยอดทำอย่างไร (ตอนที่ 2)
ชุมพร เสนไสย

สถานประกอบการนอกจากที่เป็นสถานที่ดำเนินกิจการที่เป็นสำนักงานใหญ่ สถานที่อื่นมักจะใช้เรียกกันว่าเป็น “สาขา” ซึ่งเป็นคำเรียกที่ใช้สื่อความหมายว่านั่นคือสถานประกอบการตามความหมายที่กล่าวในตอนที่ 1 ซึ่งจะเห็นได้จากใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่มีการระบุว่าเป็นสาขาที่เท่าใด (เป็นสถานประกอบการที่เท่าใด) ในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสถานประกอบการหลายแห่ง ดังนั้นหากจะสื่อกันให้เข้าใจว่า “สาขา” ที่ใช้สื่อความหมายกันว่าคืออะไร (แม้ไม่ใช่คำในกฎหมาย) ก็ให้เข้าใจได้ว่าคือ “สถานประกอบการ”
สถานประกอบการเป็นสำนักงานใหญ่หรือสาขาในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
ความสำคัญของสถานประกอบการเป็นสำนักงานใหญ่หรือสาขาในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น มีความสำคัญในแต่ละเรื่องตามที่กฎหมายกำหนดไว้ดังนี้ และหากปฏิบัติไม่ถูกต้องก็จะมีความผิดตามกฎหมายได้
(1) ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยแจ้งในการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มให้ครบทุกสถานประกอบการ (มาตรา 85)
(2) ต้องออกใบกำกับภาษีเป็นรายสถานประกอบการ (มาตรา 86)
(3) ต้องจัดทำรายงานภาษีเป็นรายสถานประกอบการ (มาตรา 87)
(4) ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นรายสถานประกอบการตามมาตรา 83 แห่งประมวลรัษฎากร (เว้นแต่ได้รับอนุมัติให้ยื่นแบบฯ รวมกัน)
(5) ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีซึ่งระบุสถานที่อยู่เป็นของสถานประกอบการใดถือเป็นภาษีซื้อของสถานประกอบการนั้น แต่ถ้าระบุที่อยู่ของสถานที่ซึ่งไม่อยู่ในความหมายของสถานประกอบการ ต้องนำภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีนั้นไปใช้ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มของสถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่
ตัวอย่างที่ 1
บริษัทฯ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ XXX ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 ประกอบกิจการจัดสรรที่ดินเพื่อขาย เนื่องจากมีรายได้จากค่าบริการส่วนกลาง เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าดูแลบำรุงรักษาพื้นที่ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2551 ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มขอเพิ่มสำนักงานสาขา 1 แห่ง ตั้งอยู่เลขที่ XXX หมู่ที่ 6 ซอยเทศบาล 12 ถนนสุขุมวิท ตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งโครงการพัฒนาจัดสรรที่ดินเพื่อขาย เนื่องจากพื้นที่ของโครงการบางส่วนยังก่อสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์และบางส่วนขายไปแล้ว บริษัทฯ จึงยังต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนกลาง รวมทั้งค่าไฟฟ้าทั้งหมดก่อน แล้วจึงเรียกเก็บจากผู้ใช้ที่อยู่ในโครงการที่ขายไปแล้ว
บริษัทฯ มีมิเตอร์ไฟฟ้า 3 แห่งอยู่ภายในโครงการก่อสร้างเพื่อใช้ร่วมกัน มิเตอร์ไฟฟ้าดังกล่าวเป็นชื่อของบริษัทฯ ทั้งหมด แต่ที่อยู่ของสำนักงานซึ่งระบุในใบกำกับภาษีของกิจการไฟฟ้า ส. สัตหีบ (กิจการไฟฟ้า ส.) ผู้ให้บริการแตกต่างกัน 3 ฉบับ ดังนี้คือ
1. เลขที่ XXX หมู่ที่ 6 ตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งตั้งอยู่ภายในโครงการก่อสร้าง บริษัทฯ สร้างสำนักงานชั่วคราวขึ้นเพื่อรอการขายและใช้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานก่อสร้างระหว่างรอการขาย
2. เลขที่ XXX หมู่ที่ 6 ซอยเทศบาล 12 ถนนสุขุมวิท กม.166 ตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 20250 ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานสาขาที่จดทะเบียน
3. เลขที่ XXX หมู่ที่ 6 ซอยเทศบาล 12 ตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นมิเตอร์ชั่วคราวระหว่างก่อสร้างที่ตั้งอยู่ที่ดินภายในโครงการก่อสร้าง บริษัทฯ สร้างสำนักงานชั่วคราวขึ้นเพื่อรอการขายและใช้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานก่อสร้างระหว่างรอการขาย
จำนวนค่าไฟฟ้าที่ทางบริษัทฯ เรียกเก็บจากผู้ใช้มาจากมิเตอร์ไฟฟ้าที่บริษัทฯ ติดตั้งในที่ดินของบริษัทฯ เพื่อใช้ร่วมกันในโครงการคือ ไฟถนนในโครงการและไฟเข้าบ้านแต่ละหลังในโครงการ บริษัทฯ จึงได้บันทึกใบกำกับภาษีดังกล่าวเป็นภาษีซื้อของสำนักงานใหญ่ และบริษัทฯ ได้ออกใบกำกับภาษีเรียกเก็บค่าบริการส่วนกลางและนำส่งภาษีขายต่อกรมสรรพากรในนามของสำนักงานใหญ่
บริษัทฯ จึงหารือว่า บริษัทฯ สามารถใช้ใบกำกับภาษีที่ระบุชื่อของบริษัทฯ และที่อยู่ของสถานประกอบการสาขาและสำนักงานชั่วคราวตามที่กิจการไฟฟ้า ส. ออกให้เป็นภาษีซื้อของสำนักงานใหญ่หรือสำนักงานสาขาได้หรือไม่
คำวินิจฉัย
1. กรณีบริษัทฯ ได้จดทะเบียนสำนักงานสาขา ย่อมถือได้ว่าสาขาเป็นนิติบุคคลเดียวกันกับสำนักงานใหญ่ สาขาจึงเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตั้งแต่วันที่เริ่มเปิดสาขา แต่บริษัทฯ ต้องแจ้งการเปิดสาขาเพิ่มเติมตามมาตรา 85/7 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร กรณีที่บริษัทฯ ได้รับใบกำกับภาษีที่กิจการไฟฟ้า ส. ออกให้นั้นระบุชื่อและที่อยู่ของสำนักงานสาขา ก็ให้ถือเป็นภาษีซื้อของสำนักงานสาขาที่ได้รับใบกำกับภาษีและสามารถนำไปใช้เป็นภาษีซื้อสำหรับสำนักงานสาขานั้น
2. กรณีบริษัทฯ ได้รับใบกำกับภาษีที่กิจการไฟฟ้า ส. ออกให้โดยระบุชื่อของบริษัทฯ แต่ที่อยู่ในใบกำกับภาษีเป็นที่อยู่ของสำนักงานชั่วคราวที่ติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าที่บริษัทฯ ได้ขอติดตั้งในที่ดินของบริษัทฯ เพื่อใช้ร่วมกันในโครงการก่อสร้าง เนื่องจากสำนักงานชั่วคราวที่ติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าดังกล่าว ไม่เข้าลักษณะเป็นสถานประกอบการตามมาตรา 77/1 (20) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้นบริษัทฯ มีสิทธินำภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีดังกล่าวไปหักออกจากภาษีขายของสถานประกอบการซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของบริษัทฯ
(หนังสือกรมสรรพากรที่ กค 0702/พ./3602 ลงวันที่ 13 พฤษภาคม 2552)
ตัวอย่างที่ 2
บริษัท บ. หารือเกี่ยวกับภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยมีข้อเท็จจริงสรุปได้ดังนี้
1. บริษัท บ. ได้จัดหารถกอล์ฟมาให้บริการในสนามกอล์ฟของบริษัท ก. ตามสัญญาสัมปทานรถกอล์ฟ
2. ในการนำรถกอล์ฟไปให้บริการในสนามกอล์ฟของบริษัท ก. นั้น บริษัท บ. ได้นำใบกำกับภาษีอย่างย่อที่ออกในนามของบริษัท บ. ไปฝากไว้ที่บริษัท ก. และเมื่อมีผู้มาใช้บริการรถกอล์ฟ บริษัท ก. จะนำใบกำกับภาษีอย่างย่อมอบให้กับผู้มาใช้บริการพร้อมทั้งรับเงินค่าใช้บริการ และรวบรวมใบกำกับภาษีอย่างย่อที่ได้ออกไปพร้อมทั้งค่าใช้บริการรถกอล์ฟให้กับบริษัท บ. ซึ่งบริษัท บ. จะจ่ายเงินจำนวนร้อยละ 40 ของค่าใช้บริการรถกอล์ฟให้แก่บริษัท ก. โดยบริษัท ก. จะออกใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงินให้แก่บริษัท บ.
3. โดยปกติมีผู้มาใช้บริการรถกอล์ฟประมาณ 60 รายต่อวัน หรือประมาณ 1,000 รายต่อเดือน
4. บริษัท บ. ได้หารือดังนี้
4.1 บริษัท บ. สามารถออกใบกำกับภาษีอย่างย่อได้หรือไม่
4.2 เงินที่บริษัท บ. จ่ายให้แก่บริษัท ก. เป็นจำนวนร้อยละ 40 ของค่าใช้บริการรถกอล์ฟ บริษัท บ. ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 3 ของเงินจำนวนดังกล่าวหรือไม่
4.3 ในกรณีที่บุคคลธรรมดามาใช้บริการ บุคคลธรรมดานั้นต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ค่าใช้บริการรถกอล์ฟหรือไม่
คำวินิจฉัย
1. การให้บริการรถกอล์ฟตามข้อเท็จจริงดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นการให้บริการรายย่อยแก่บุคคลจำนวนมาก บริษัท บ. มีสิทธิออกใบกำกับภาษีอย่างย่อได้ เว้นแต่ผู้รับบริการจะเรียกร้องขอใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป ผู้ให้บริการย่อมมีหน้าที่ต้องจัดทำใบกำกับภาษีซึ่งมีรายการครบถ้วนตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร เพื่อส่งมอบให้แก่ผู้รับบริการ ทั้งนี้ ตามมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 32) เรื่อง กำหนดลักษณะและเงื่อนไขของการประกอบกิจการขายสินค้าในลักษณะปลีกหรือประกอบกิจการให้บริการในลักษณะบริการรายย่อยแก่บุคคลจำนวนมากให้เป็นกิจการค้าปลีกตามมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2535
2. กรณีที่บริษัท บ. ใช้สถานที่ของบริษัท ก. ในการประกอบกิจการเพื่อให้บริการรถกอล์ฟเป็นประจำ เข้าลักษณะเป็นสถานประกอบการที่จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/1 (20) แห่งประมวลรัษฎากร โดยบริษัท บ. ต้องแจ้งเปิดสถานประกอบการเพิ่มเติม ณ สถานที่ที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ก่อนวันเปิดสถานประกอบการเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 15 วัน ตามมาตรา 85/7 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร
3. กรณีที่บริษัท บ. จ่ายค่าตอบแทนจำนวนร้อยละ 40 ของค่าใช้บริการรถกอล์ฟที่ได้รับจากลูกค้าให้แก่บริษัท ก. เข้าลักษณะเป็นการจ่ายเงินได้ตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัท บ. มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3 ของเงินได้ที่จ่าย ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 12/1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528
4. กรณีที่บุคคลธรรมดาจ่ายเงินค่าใช้บริการรถกอล์ฟให้กับบริษัท บ. บุคคลธรรมดาผู้จ่ายเงินได้ไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 แต่อย่างใด
(หนังสือกรมสรรพากรที่ กค 0702/3360 ลงวันที่ 4 พฤษภาคม 2552)
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
