คำพิพากษาศาลฎีกา
คำพิพากษาศาลฎีกา และหมายเหตุ เรื่อง “ทักษิณ” ต้องเสียภาษีการขายหุ้นชินคอร์ปจริงหรือ ? (ตอนที่ 1)
ศ.ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม

เนื่องจากมีท่านผู้อ่านจำนวนมากขอให้ผู้เขียนวิพากษ์คำพิพากษาศาลฎีกาที่วินิจฉัยให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชำระภาษีจำนวน 17,629 ล้านบาท จากการขายหุ้นชินคอร์ป ผู้เขียนจึงขอพักการเขียนบทความชุด “นวัตกรรมการบริหารจัดการภาษีอากร” ไว้ก่อน และนำเสนอคำพิพากษาศาลฎีกาในประเด็นนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6890/2568
นายทักษิณ ชินวัตร โจทก์
กรมสรรพากรกับพวก จำเลย
คำวินิจฉัยย่อ
บุตรทั้งส องของโจทก์ซื้อหุ้นบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจากบริษัทแอมเพิลริช อินเวสต์เมนต์ จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลในหมู่เกาะ British Virgin ในราคาหุ้นละ 1 บาท ขณะที่ราคาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหุ้นละ 49.25 บาท จึงได้รับประโยชน์จากการซื้อหุ้นในราคาต่ำกว่าราคาตลาดกว่า 40 เท่า โดยไม่มีเหตุอันสมควร และในวันเดียวกัน บุตรทั้งสองของโจทก์ได้ขายหุ้นดังกล่าวให้กลุ่มบริษัทในเครือกองทุนเทมาเส็ก (Temasek) ของสิงคโปร์ในราคาหุ้นละ 49.25 บาท จึงก่อให้เกิดเงินได้พึงประเมินตามความหมายในประมวลรัษฎากร มาตรา 39 และมาตรา 40 (2)
เมื่อบุตรทั้งสองของโจทก์เป็นตัวแทนซื้อหุ้นและขายหุ้นแทนโจทก์ โจทก์ซึ่งเป็นตัวการจึงเป็นผู้มีเงินได้ที่แท้จริงและต้องเสียภาษี แม้เจ้าพนักงานประเมินจะไม่ได้ออกหมายเรียกตรวจสอบภาษีโจทก์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 19 แต่การออกหมายเรียกตรวจสอบภาษีบุตรทั้งสองของโจทก์ ก็ถือว่าออกหมายเรียกตรวจสอบภาษีโจทก์ซึ่งเป็นตัวการแล้ว เจ้าพนักงานประเมินจึงมีอำนาจประเมินให้โจทก์เสียภาษีในฐานะตัวการได้
การที่โจทก์ปกปิดการถือหุ้นบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ของตน โดยให้บุคคลอื่นรวมถึงบุตรทั้งสองของโจทก์ถือหุ้นแทน เพราะประสงค์ที่จะเข้ารับตำแหน่งทางการเมืองที่กฎหมายห้ามมิให้โจทก์ถือหุ้นบริษัท เป็นการทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ที่ขาดคุณธรรมทางภาษีและไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายภาษีอากรในการจัดเก็บภาษีอากร ส่งผลให้รัฐไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้อย่างถูกต้องและแน่นอนตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ทั้งเป็นธุรกรรมที่ไม่มีเหตุผลทางเศรษฐกิจ นอกเหนือจากการหาประโยชน์อื่นรวมถึงภาษีเงินได้ และเป็นธุรกรรมที่ทำขึ้นเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมายอย่างร้ายแรง กรณีจึงไม่มีเหตุงดหรือลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มแก่โจทก์
คำพิพากษาย่อ
โจทก์ฟ้องว่า คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ได้ตรวจสอบธุรกรรมการขายหุ้นของโจทก์แล้วสรุปว่า โจทก์โอนหุ้นบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SHIN-F) ให้แก่บริษัทแอมเพิล ริช อินเวสต์เมนต์ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่เกาะ British Virgin และต่อมาบริษัทแอมเพิล ริช อินเวสต์เมนต์ จำกัด โอนให้นายพานทองแท้ ชินวัตร และนางสาวพินทองทา ชินวัตร และบุคคลทั้งสองได้โอนขายหุ้นทั้งหมดให้แก่กลุ่มบริษัทในเครือเทมาเส็ก
คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐมีความเห็นว่า การที่บริษัทแอมเพิล ริช อินเวสต์เมนต์ จำกัด โอนหุ้นให้นายพานทองแท้และนางสาวพินทองทาในราคาต่ำกว่าราคาตลาดเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2549 ถือว่าส่วนต่างของราคาหุ้นระหว่างราคาตลาดกับราคาที่นายพานทองแท้และนางสาวพินทองทาได้รับโอนมาจากบริษัทแอมเพิล ริช อินเวสต์เมนต์ จำกัด เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร และเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษี
คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐจึงแจ้งให้จำเลยที่ 1 ประเมินภาษี จำเลยที่ 1 ประเมินภาษีนายพานทองแท้และนางสาวพินทองทา บุคคลทั้งสองอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากรกลาง
ต่อมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ อม.1/2553 ว่า การถือหุ้นในบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ของโจทก์และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ผ่านทางบริษัทวิน มาร์ค จำกัด ในขณะที่ยังมีอำนาจทางการเมืองในการสั่งการอยู่ ถือว่าเป็นการกระทำที่ขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนร่วม ทรัพย์สินและผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจึงเป็นการได้มาโดยมิชอบ เนื่องจากการปฏิบัติตามหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่อันเป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 พระราชบัญญัติการจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ศาลเห็นว่า โจทก์ยังเป็นเจ้าของหุ้นอยู่จึงมีคำสั่งให้ริบเงินจากการขายหุ้นหลังหักราคาหุ้นที่มีอยู่เดิมและผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับหุ้น โดยระบุในคำพิพากษาว่านายพานทองแท้และนางสาวพินทองทาเป็นผู้ถือหุ้นและรับเงินปันผลจากบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แทนโจทก์
ต่อมารองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม) ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม ได้ข้อสรุปว่า เมื่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาว่าเจ้าของหุ้นที่แท้จริงยังคงเป็นโจทก์ มิใช่นายพานทองแท้และนางสาวพินทองทา และให้ริบเงินจากการขายหุ้นหลังหักราคาหุ้นที่มีอยู่เดิมและผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับหุ้น กรณีถือได้ว่าผู้มีเงินได้จากการโอนหุ้นดังกล่าวคือโจทก์ การประเมินภาษีจึงต้องกระทำต่อโจทก์ แต่เนื่องจากมิได้มีการออกหมายเรียกโจทก์ไว้ภายใน 5 ปี คือ ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2555 เมื่อข้อเท็จจริงที่ยุติตามคำพิพากษาของศาลแล้วว่า นายพานทองแท้และนางสาวพินทองทาถือหุ้นไว้แทนโจทก์ ย่อมถือว่าบุคคลทั้งสองเป็นตัวแทนเชิดของโจทก์ และเมื่อได้มีการออกหมายเรียกตรวจสอบภาษีต่อนายพานทองแท้และนางสาวพินทองทาไว้แล้วภายใน 5 ปี ก็ย่อมมีผลผูกพันต่อตัวการด้วย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 797 มาตรา 820 และมาตรา 821 จึงถือว่า การที่จำเลยที่ 1 เคยออกหมายเรียกนายพานทองแท้และนางสาวพินทองทาย่อมผูกพันโจทก์ซึ่งเป็นตัวการ เท่ากับว่าได้มีการออกหมายเรียกโจทก์แล้ว สามารถประเมินภาษี เบี้ยปรับและเงินเพิ่มได้โดยไม่ต้องมีการออกหมายเรียกอีก
จำเลยที่ 1 จึงประเมินภาษีโจทก์ โดยอ้างว่ามีการออกหมายเรียกไว้ต่อนายพานทองแท้และนางสาวพินทองทาซึ่งถือว่าเป็นตัวแทนของโจทก์แล้ว และใช้ข้อมูลเดิมที่มีการตรวจสอบและประเมินภาษีไว้มาประเมินภาษีโจทก์
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
