Cover Story
Financial Reporting จากงบการเงิน สู่เครื่องมือเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหาร
อภิวัฒน์ หวังมีชัย
ในโลกของบริษัทจดทะเบียนและองค์กรขนาดใหญ่ งบการเงินไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงเอกสารที่จัดทำขึ้นเพื่อปิดงบการเงินประจำปีเมื่อสิ้นสุดรอบบัญชีในแต่ละปี หรือการจัดทำงบการเงินเป็นภารกิจของฝ่ายบัญชีและการเงินเพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป
งบการเงินในวันนี้ คือ ผลลัพธ์ของการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ผู้บริหารระดับสูงของแต่ละองค์กรที่สะท้อนถึงผลการดำเนินงาน ผลการบริหารงาน ตลอดจนผลการเลือกดำเนินกลยุทธ์การตัดสินใจ บริหารธุรกิจตามสิ่งที่ทีมผู้บริหารได้ตัดสินใจลงมือปฏิบัติ ซึ่งเป็นผลสะท้อนจากเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้นมาผ่านงบการเงินประจำปี
และในขณะเดียวกัน งบการเงินก็เป็นข้อมูลตั้งต้นที่กำหนดทิศทางการตัดสินใจในอนาคตสำหรับนักลงทุนจำนวนมากที่ใช้ข้อมูลประกอบเพื่อตัดสินใจในการนำเงินลงทุนของตนเองเลือกลงทุนกับบริษัทฯ เพื่อความหวังว่าเงินออมของตนเองนั้นจะเติบโต งอกเงย ผ่านฝีมือการบริหารกิจการของผู้บริหารบริษัทฯ ซึ่งสะท้อนตัวเลขข้อมูลได้ผ่านงบการเงินประจำปีที่ตนเองได้อ่านและวิเคราะห์ผลลัพธ์ที่แสดงออกมานั่นเอง
งบการเงินจึงเป็น “ภาษา” ที่แต่ละองค์กรใช้สื่อสารกับตลาดทุน เป็นภาษาที่สะท้อนว่า องค์กรนี้คิดอย่างไร บริหารงานอย่างไร และสร้างคุณค่าให้ผู้ถือหุ้นอย่างไร ตัวเลขในงบการเงินไม่ได้บอกเพียงว่า “กำไรเท่าไร” แต่จะบอกถึงว่า กำไรนั้นมาจากอะไร มีคุณภาพแค่ไหน และสามารถเกิดซ้ำได้หรือไม่
งบการเงินสำหรับผู้บริหาร คือ “แดชบอร์ดขององค์กร” ที่สะท้อนประสิทธิภาพของการตัดสินใจที่ผ่านมา ทั้งในเรื่องกลยุทธ์ ต้นทุน การลงทุน และการบริหารความเสี่ยง งบการเงินที่ดีจึงไม่ใช่งบที่สวยงาม แต่เป็นงบที่ทำให้ผู้บริหารมองเห็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าและสามารถปรับทิศทางได้ก่อนที่ปัญหาจะปรากฏชัด
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พบได้บ่อยในองค์กรขนาดใหญ่ คือ ผู้บริหารจำนวนมาก “อ่านงบการเงินเป็น” แต่ยัง “อ่านงบการเงินในมุมของนักลงทุนไม่เป็น”
การอ่านงบการเงินในมุมผู้จัดทำ มักโฟกัสที่ความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นไปตามมาตรฐานบัญชี และรายงานทางการเงิน แต่การอ่านงบการเงินในมุมผู้ใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ ต้องมองลึกไปถึงคุณภาพของกำไร ความแข็งแรงของกระแสเงินสด และความสามารถขององค์กรในการเติบโตอย่างยั่งยืน
บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อชวนผู้บริหาร “เปลี่ยนมุมมองการอ่านงบการเงิน” จากมุมมองงบการเงินในฐานะเอกสารทางเทคนิค ไปสู่การใช้ Financial Reporting เป็น “เครื่องมือคิดเชิงกลยุทธ์” ที่ช่วยให้ผู้บริหาร นักลงทุน และคณะกรรมการ พูดภาษาเดียวกันและตัดสินใจบนข้อมูลชุดเดียวกันอย่างมั่นใจ
นักลงทุนอ่านงบการเงิน “ต่าง” จากนักบัญชีอย่างไร เมื่อคำถามเริ่มต้นไม่เหมือนกัน คำตอบที่ได้รับจึงต่างกัน
ความเข้าใจที่พบได้ในองค์กรขนาดใหญ่เป็นประจำคือ ผู้บริหารทุกคนเชื่อว่า “ถ้างบการเงินถูกต้องและผ่านการตรวจสอบแล้ว นักลงทุนก็น่าจะเข้าใจและเชื่อมั่นในองค์กร”
ซึ่งในความเป็นจริง การที่งบการเงิน “ถูกต้องตามมาตรฐานรายงานทางการเงิน” นั้นเป็นเพียงเงื่อนไขขั้นต่ำที่ต้องมีอยู่แล้วเป็นปกติ ไม่ใช่เงื่อนไขเพียงพอสำหรับการสร้างความเชื่อมั่นจากนักลงทุน
นักบัญชีกับนักลงทุนอ่านงบการเงินโดยมี “จุดเริ่มต้นของคำถาม” ต่างกัน นักบัญชีมุ่งพิจารณาความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นไปตามมาตรฐานทางบัญชี ขณะที่นักลงทุนตั้งคำถามถึงศักยภาพการเติบโต ความสามารถในการทำกำไร และความเสี่ยงในอนาคต เมื่อคำถามตั้งต้นไม่เหมือนกัน คำตอบที่แต่ละฝ่ายมองเห็นจากงบการเงินจึงแตกต่างกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
มุมมองของนักบัญชี : มองเรื่องความถูกต้องและการปฏิบัติตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินเป็นหลัก
เนื่องจากบทบาทของนักบัญชี คือ การทำให้มั่นใจว่าตัวเลขถูกต้อง ครบถ้วน การรับรู้รายได้ ค่าใช้จ่าย และสินทรัพย์เป็นไปตามมาตรฐาน งบการเงินสะท้อนสถานะทางการเงิน ณ วันที่รายงานอย่างถูกต้อง ส่วนประกอบเหล่านี้คือรากฐานที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจและเป็นหน้าที่ที่ขาดไม่ได้
ในมุมมองของนักลงทุน : มองเรื่องคุณภาพของธุรกิจและการตัดสินใจ
นักลงทุนไม่ได้ลงทุนใน “งบการเงิน” แต่นักลงทุนลงทุนในธุรกิจและทีมผู้บริหาร ดังนั้นคำถามที่นักลงทุนใช้ในการอ่านงบการเงินจึงเป็นคำถามเชิงธุรกิจและเชิงกลยุทธ์ ได้แก่
• ธุรกิจนี้มีคุณภาพแค่ไหน
• โมเดลรายได้ธุรกิจนี้มีความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจมากน้อยขนาดไหน
• กำไรที่เกิดขึ้นสามารถเกิดซ้ำได้หรือไม่
• กระแสเงินสดสามารถรองรับการเติบโตในอนาคตเพียงพอไหม
• ผู้บริหารเข้าใจความเสี่ยงและบริหารความเสี่ยงได้อย่างเป็นระบบมากน้อยเพียงใด
ดังนั้นตัวเลขที่รายงานในงบการเงินจึงไม่ได้ถูกใช้เป็น “คำตอบ” ให้นักลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่ถูกใช้เป็นหลักฐานประกอบเพื่อพิสูจน์สมมติฐานที่นักลงทุนตั้งขึ้นมาประกอบการตัดสินใจในการลงทุนแต่ละกิจการ
นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มต้นอ่านข้อมูลจากรายงานงบกำไรขาดทุนของกิจการ
นักลงทุนเริ่มจากอ่านและศึกษาข้อมูลของแต่ละกิจการจากเรื่องราวของธุรกิจ ทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรม ตลอดจนกลยุทธ์ที่ผู้บริหารสื่อสารข้อมูลกิจการไปยังสื่อต่าง ๆ หลังจากศึกษาข้อมูลที่กล่าวมาแล้วเบื้องต้น นักลงทุนจึงเข้ามาดูตัวเลขรายงานทางการเงินว่ามีความสอดคล้องกับเรื่องราวเหล่านั้นหรือไม่
หากผู้บริหารบริษัทฯ สื่อสารว่า “มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน” แต่ข้อมูลในรายงานงบการเงินสะท้อนว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบ เงินลงทุนถูกตัดทอนในส่วนพัฒนาบุคลากรหรือการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน หนี้สินระยะสั้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนจะตั้งคำถามหรือตั้งข้อสงสัยภายในใจทันที แม้ว่างบกำไรขาดทุนจะรายงานออกมาว่า “มีกำไรสุทธิ” ซึ่งจะเป็นตัวเลขข้อมูลที่ดูดีในระยะสั้นทันทีในความเข้าใจของนักลงทุน
ดังนั้นงบการเงินในสายตานักลงทุน คือ กระจกสะท้อนวิธีการคิดของผู้บริหาร นักลงทุนอ่านข้อมูลงบการเงินเพื่อประเมิน “วิธีการคิด” ของผู้บริหาร ไม่ได้เป็นเพียงผลลัพธ์ทางตัวเลข แต่มองถึง....
▪ การตัดสินใจเรื่องราคา
▪ โครงสร้างต้นทุน
▪ การลงทุน
▪ การบริหารเงินสด
▪ การบริหารความเสี่ยง
ทั้งหมดนี้จะถูกบันทึกข้อมูลอยู่ในงบการเงินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ งบการเงินจึงเปรียบเสมือนเป็น “บันทึกข้อมูลการตัดสินใจของผู้บริหาร” ที่ผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดทุนสามารถเปิดอ่านย้อนหลังได้เป็นประจำทุกๆ ไตรมาสและทุก ๆ ปี
งบการเงินที่ดีต้องตอบคำถามนักลงทุนได้
งบการเงินที่ดีในสายตานักลงทุน ไม่ใช่งบการเงินที่ไม่มีข้อสังเกต แต่คือ “งบการเงินที่สามารถอธิบายได้อย่างมีเหตุผล” นักลงทุนสามารถยอมรับในความผันผวนของผลการดำเนินงานกิจการ สามารถยอมรับกำไรที่ลดลงได้ในบางช่วงเวลา เมื่อผู้บริหารสามารถอธิบายได้ว่า....
▪ เกิดจากปัจจัยและสาเหตุอะไร
▪ เป็นเรื่องราวเพียงชั่วคราวหรือเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง
▪ ภายในองค์กรมีแผนการรับมืออย่างไร
ทว่าในทางกลับกัน งบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบอย่างถูกต้อง ครบถ้วน แต่ถ้าผู้บริหารไม่สามารถตอบคำถามเชิงธุรกิจกับนักลงทุนได้ผ่านข้อมูลงบการเงินที่รายงานออกมา นักลงทุนก็อาจจะไม่เกิดความเชื่อมั่นระยะยาวต่อผู้บริหารกิจการนั้น ๆ ได้
การอ่านงบการเงินแบบนักลงทุนจึงไม่ใช่การหาจุดผิดพลาดในงบการเงิน แต่เป็นการมองหา “ความหมายของตัวเลข” ที่แสดงออกมาในงบการเงิน เมื่อผู้บริหารสามารถอ่านงบการเงินในมุมเดียวกับนักลงทุน การสื่อสารกับผู้คนที่อยู่ในตลาดทุนจะมีความคมชัดมากขึ้น ส่งผลต่อการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ให้มีคุณภาพมากขึ้น และองค์กรจะได้รับความเชื่อมั่นที่ยั่งยืนมากกว่าตัวเลขกำไรระยะสั้นที่รายงานออกมาในงบการเงินนั่นเอง
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
