custom duty
อัปเดตกฎหมายใหม่ พิธีการศุลกากรของนำเข้าทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ
รติรัตน์ คงเอียด
อัปเดตมาตรการใหม่ที่ผู้ซื้อและผู้ขายออนไลน์ต้องรู้ เมื่อการซื้อขายสินค้าออนไลน์เป็นไปในทิศทางที่เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ระบบธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) จึงช่วยให้ระบบเศรษฐกิจของโลกขยายตัวในวงกว้าง ซึ่งมีส่วนสำคัญให้พฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนแปลงไป เพราะการซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศมีความสะดวกและเข้าถึงได้ง่าย สามารถชำระเงินออนไลน์ได้สะดวกสบาย มีมากมายหลายช่องทาง ไม่ว่าผู้ซื้อและผู้ขายจะอยู่ที่ใดในโลกก็ติดต่อซื้อขายกันได้ ซึ่งแน่นอนว่าการซื้อขายระหว่างประเทศที่สะดวกเช่นนี้ย่อมทำให้การใช้บริการการขนส่งสินค้าผ่านไปรษณีย์ระหว่างประเทศเติบโตและมีปริมาณสูงมากขึ้นตามไปด้วย
ในประเทศไทยพบว่า สินค้าที่มาจากต่างประเทศโดยเฉพาะสินค้าจากจีนที่เข้ามาจำหน่ายตีตลาดสินค้าในไทยผ่านช่องทางแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์ เพราะสินค้าจีนราคาถูกกว่าสินค้าที่ผลิตในประเทศและสินค้ามีหลากหลายชนิด รวมทั้งประเภทของสินค้าจำนวนมากจึงทำให้เกิดความหลากหลายและเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค ทำให้ผู้บริโภคในไทยหันไปซื้อสินค้าจีนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศที่กระทบต่อผู้ประกอบการ ผู้ผลิต และผู้ค้ารายย่อยของไทยได้รับผลกระทบจากการไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ เนื่องจากสินค้านำเข้าส่วนใหญ่ราคาถูกกว่าเพราะได้รับการยกเว้นอากรตามประกาศกรมศุลกากรที่ 105/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการปฏิบัติพิธีการศุลกากร สำหรับการนำของเข้าและการส่งของออกทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2561 กำหนดให้ “ของที่นำเข้าโดยทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศซึ่งแต่ละหีบห่อมีราคารวมค่าขนส่งและค่าประกันภัยไม่เกิน 1,500 บาท ตามประเภท 12 ของภาค 4 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 เป็นของที่ได้รับยกเว้นอากรศุลกากร”
จากสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว รัฐบาลได้มีการออกนโยบายด้านภาษีอากรเพื่อบริหารและกำหนดกรอบบังคับใช้กฎหมายภาษีอากรผ่านทางมาตรการจัดเก็บภาษีอากรสำหรับสินค้าทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ โดยกำหนดให้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ได้ยกเลิกการกำหนดมูลค่าขั้นต่ำในการนำเข้าสินค้าที่ไม่ต้องเสียภาษีอากรนำเข้า (De Minimis Value : DMV) มีผลทำให้สินค้าออนไลน์นำเข้าที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 บาท จะต้องเสียภาษีอากรทันที ซึ่งการกำหนดมาตรการภาษีดังกล่าวมีเจตนารมณ์ที่สำคัญเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางการค้าและมุ่งคุ้มครองผู้ประกอบการไทย ธุรกิจ SMEs (Small and Medium Enterprises) หรือเรียกว่าวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของไทย ให้คนไทยหันมาสนับสนุนสินค้าไทยและร้านค้าของผู้ประกอบการไทย และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวยังมีส่วนสำคัญที่ช่วยลดการกระทำความผิดในกรณีการสำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริงได้ ป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษีอากร และยังช่วยลดการนำเข้าสินค้าราคาถูกผิดปกติเข้ามากระทบตลาดในประเทศ
ทั้งนี้ ได้มีกำหนดมาตรการหลักเกณฑ์ใหม่ในเรื่องราคาสินค้านำเข้าตามนโยบายของรัฐบาล โดยตราอนุบัญญัติศุลกากรฉบับใหม่ขึ้นตามประกาศกรมศุลกากรที่ 219/2568 เรื่อง หลักเกณฑ์ของนำเข้าที่ได้รับยกเว้นอากรตามประเภท 12 ของภาค 4 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ลงวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568 กำหนดให้ของที่นำเข้าซึ่งแต่ละรายมีราคาไม่เกิน 1 บาท ได้รับยกเว้นอากร ดังนั้นหากสินค้าที่ราคาตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไป จะถูกเรียกเก็บอากรนำเข้าต้องเสียอากรศุลกากร จากเดิมที่ได้รับยกเว้นอากรนำเข้า ซึ่งการปฏิบัติพิธีการศุลกากร สำหรับการนำของเข้าและการส่งของออกทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศนั้น มีการตราอนุบัญญัติศุลกากรขึ้นเพื่อประโยชน์แก่การตรวจคัดและการปฏิบัติกับสิ่งของทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในประกาศกรมศุลกากรที่ 243/2568 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการปฏิบัติพิธีการศุลกากร สำหรับการนำของเข้าและการส่งของออกทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2568
อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติพิธีการทางไปรษณีย์ในหลักการสำคัญอื่น ๆ เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในประกาศกรมศุลกากรที่ 105/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการปฏิบัติพิธีการศุลกากรสำหรับการนำของเข้าและการส่งของออกทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2561 เช่นเดิม ซึ่งหลักเกณฑ์การตรวจคัดและการปฏิบัติกับสิ่งของทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศมีสาระสำคัญดังนี้
1. การตรวจคัดสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ
แต่เดิมการปฏิบัติพิธีการศุลกากรและการจัดเก็บอากรทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศนั้น พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 62 บัญญัติให้พนักงานศุลกากร สังกัดกรมศุลกากร มีอำนาจดำเนินการตรวจห่อพัสดุไปรษณีย์ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรได้ และหากมีเหตุอันควรสงสัย พนักงานศุลกากรอาจดำเนินการกักจดหมายหรือห่อพัสดุไปรษณีย์ไว้ได้จนกว่าผู้นำของส่งหรือผู้มีชื่อที่จะรับของหรือผู้รับของได้แสดงต่อพนักงานศุลกากรว่าไม่มี “ของต้องห้าม” (Prohibited Goods)[1] ไม่มี “ของต้องกำกัด” (Restricted Goods) และไม่มี “ของที่ยังมิได้เสียอากร” ในจดหมายหรือในห่อพัสดุนั้น การปฏิบัติพิธีการศุลกากรและจัดเก็บอากรเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในประกาศกรมศุลกากรที่ 105/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการปฏิบัติพิธีการศุลกากร สำหรับการนำของเข้าและการส่งของออกทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2561 โดยพนักงานศุลกากรจะทำการคัดแยกสิ่งของที่นำเข้าทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่
(1) พิธีการศุลกากรสำหรับ “ของยกเว้นอากร” (ประเภทที่ 1)
ของที่นำเข้าทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศที่จะได้รับการยกเว้นอากรขาเข้านั้น มี 2 กรณี ดังนี้
1.1 ของที่มีราคารวมค่าขนส่งและค่าประกันภัยไม่เกิน 1,500 บาท ทั้งนี้ เป็นไปตามพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ภาค 4 ประเภทที่ 12 ประกอบกับประกาศกรมศุลกากรที่ 191/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ของนำเข้าที่ได้รับยกเว้นอากร ตามประเภท 12 ของภาค 4 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ลงวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 ที่กำหนดให้ของที่นำเข้าแต่ละรายหากมีราคาไม่เกิน 1,500 บาท จะได้รับการยกเว้นอากรแก่ของดังกล่าว
1.2 ของที่นำเข้ามาเพื่อใช้เป็นตัวอย่างสินค้าที่ใช้ได้แต่เพียงเป็นตัวอย่างและไม่มีราคาทางการค้า ตามภาค 4 ประเภทที่ 14 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 “ตัวอย่างสินค้า” (Sample) คือ ตัวอย่างของสินค้าที่เห็นได้ชัดเจนว่าใช้ได้แต่เพียงเป็นตัวอย่าง ซึ่งสินค้าที่เป็นตัวอย่างจะผลิตขึ้นมาเพื่อแสดงแบบอย่างหรือคุณภาพของสินค้าจริง โดยให้ลูกค้าทดลองใช้หรือดูคุณลักษณะบางส่วนหรือทั้งหมดของสินค้าเพื่อช่วยในการตัดสินใจซื้อและทำให้เป็นที่รู้จัก และ “สินค้าไม่มีราคาในทางการค้า” คือ สินค้าที่ไม่ได้มีไว้เพื่อขาย เช่น สินค้ามีตำหนิ ฉีกหรือขาดไม่สามารถนำไปขายได้ หรือเศษชิ้นส่วนต่าง ๆ เป็นต้น
ดังนั้นเมื่อพิจารณาเจตนารมณ์ของคำว่า “สินค้าที่ใช้ได้แต่เพียงเป็นตัวอย่าง” และ “สินค้าไม่มีราคาในทางการค้า” จึงมีความมุ่งหมายที่ตัวของที่เป็นสินค้าเป็นหลัก โดยผู้นำเข้ามีวัตถุประสงค์ใช้เพื่อเป็นตัวอย่างของสินค้าเท่านั้น ไม่ได้นำเข้ามาเพื่อขายในทางการค้าหรือหากำไรแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ของที่จะได้รับยกเว้นอากรใน 2 กรณีข้างต้น ต้องมิใช่เป็นของต้องห้าม (Prohibited Goods) หรือของต้องกํากัด (Restricted Goods) ดังนั้นหากพนักงานศุลกากรดำเนินการตรวจของเสร็จสิ้นแล้วพบว่าเป็นของที่ได้รับยกเว้นอากรตามที่กล่าวมาข้างต้น
(2) พิธีการศุลกากรสำหรับ “ของซึ่งมีราคา FOB รวมกันไม่เกิน 40,000 บาท” (ประเภทที่ 2)
ในกรณีของที่นำเข้าโดยทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ซึ่งส่งจากผู้ส่งคนหนึ่งถึงผู้รับคนหนึ่งในคราวเดียวกันหรือเข้ามาถึงพร้อมกัน ไม่ว่าจะมีจำนวนกี่หีบห่อก็ตาม หากพบว่าของมีราคา FOB (Free On Board) รวมกันไม่เกิน 40,000 บาท และไม่เป็นของต้องห้าม หรือของต้องกำกัด หรือไม่เป็นของที่ต้องส่งตัวอย่างวิเคราะห์สินค้าก่อนการตรวจปล่อยสินค้าซึ่งเป็นของที่ต้องเสียอากร
(3) พิธีการศุลกากรสำหรับ “ของประเภทที่ 3” ซึ่งหมายถึง ของอื่น ๆ นอกจากประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2
ของอื่น ๆ นอกจากประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 ให้ส่งมอบแก่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อส่งมอบเข้าเก็บรักษาในโรงพักสินค้าบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือส่งไปที่สำนักงานหรือด่านศุลกากร แล้วแต่กรณี เพื่อปฏิบัติพิธีการศุลกากรให้ถูกต้องครบถ้วน
อ้างอิง
- “ของต้องห้าม” (Prohibited Goods) คือ ของที่มีกฎหมายกำหนดห้ามมิให้นำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร หรือนำผ่านราชอาณาจักร ส่วน “ของต้องกำกัด” (Restricted Goods) คือ ของที่มีกฎหมายกำหนดว่าหากจะมีการนำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร หรือนำผ่านราชอาณาจักรจะต้องได้รับอนุญาตหรือปฏิบัติให้ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ↩
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
