กฎหมายใหม่
กฎหมายใหม่ ฉบับตุลาคม 2569
รังสรรค์ หลวงเมือง
รวมกฎหมายที่เกี่ยวกับการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเกี่ยวกับการบริจาค
ภายใต้โครงสร้างของประมวลรัษฎากร สิทธิในการหักลดหย่อนภาษีเงินได้ไม่ได้เป็นเพียงมาตรการเพื่อบรรเทาภาระภาษีของผู้มีเงินได้เท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือทางนโยบายภาษี (Tax Policy) ที่รัฐนำมาใช้เพื่อกระจายความมั่งคั่งและสนับสนุนภารกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เงินบริจาค” ซึ่งเป็นกลไกที่รัฐใช้แรงจูงใจทางภาษีเพื่อดึงดูดเม็ดเงินจากภาคเอกชนและประชาชนให้เข้าไปสนับสนุนกิจการสาธารณะ การศึกษา และสาธารณสุขต่าง ๆ ได้ แต่สิ่งที่รัฐจะตอบแทนให้กับประชาชนด้วยวิธีการบรรเทาภาระทางภาษี คือ การใช้วิธีการต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดการลดภาระทางภาษี โดยรัฐจะกำหนดมาตรการทางภาษีต่าง ๆ เช่น การหักค่าลดหย่อน การยกเว้นภาษี และการหักค่าใช้จ่ายเพื่อบรรเทาภาระทางภาษี อันเป็นการสร้างแรงจูงใจในการเสียภาษีเพื่อให้การจัดเก็บภาษีมีความเป็นธรรมและเพื่อสนับสนุนการดำเนินการของกิจกรรมในด้านต่าง ๆ ของรัฐ
รัฐได้ใช้มาตรการทางภาษีต่าง ๆ เช่น การหักค่าใช้จ่าย การยกเว้นภาษี และการหักค่าลดหย่อน เป็นกลไกสร้างแรงจูงใจและกระตุ้นให้ประชาชนเกิดพฤติกรรมที่สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เงินบริจาค” ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่รัฐใช้จูงใจให้ภาคเอกชนและประชาชน นำเงินทุนเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนกิจการสาธารณะ การศึกษา และสาธารณสุข โดยรัฐได้ตอบแทนความช่วยเหลือดังกล่าวด้วยการให้สิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีเพื่อสร้างความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษีและบรรเทาภาระให้แก่ผู้บริจาค
แม้เป้าหมายของการบริจาคคือการสร้างประโยชน์สาธารณะเช่นเดียวกัน แต่ในมุมมองของกฎหมายภาษีอากร สิทธิประโยชน์ของ “บุคคลธรรมดา” และ “นิติบุคคล” กลับออกมาในรูปแบบต่างกัน คือ โดยปกติวัตถุประสงค์ของการตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อ “แสวงหากำไรสูงสุด” ดังนั้นรายจ่ายใดเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว การให้โดยเสน่หา หรือการกุศล ซึ่งเป็นรายจ่ายที่จ่ายไปโดยไม่ได้มุ่งหวังผลกำไรทางธุรกิจ เช่น เงินบริจาค ถือเป็น “รายจ่ายต้องห้าม”
อย่างไรก็ตาม เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจทำกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) รัฐจึงได้บัญญัติ “ข้อยกเว้นทางกฎหมาย” เพื่อเปิดโอกาสให้นำเงินบริจาคมาหักเป็นรายจ่ายได้ ตามมาตรา 65 ตรี (3) (ก) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร ได้กำหนดให้รายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ตามที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ แต่ทั้งนี้ ต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และเพดานจำกัดสิทธิที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
เนื่องจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นเครื่องมือที่สะท้อนนโยบายของรัฐในแต่ละช่วงเวลา หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการหักลดหย่อนจึงมักมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในทุก ๆ ปี ทั้งนี้ เพื่อให้การนำเงินบริจาคมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษี หรือการกำหนดเป็นรายจ่ายของนิติบุคคลให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด
ปัจจุบันกรมสรรพากรได้แบ่งหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการบริจาคสำหรับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลออกเป็น 1. กรณีเงินบริจาคที่หักลดหย่อนได้เท่ากับจำนวนเงินที่บริจาคจริง 2. กรณีเงินบริจาคที่ได้สิทธิลดหย่อนเป็นจำนวน 2 เท่าของเงินบริจาค และ 3. กรณีการบริจาคอื่น ๆ
1. กรณีเงินบริจาคที่หักลดหย่อนได้เท่ากับจำนวนเงินที่บริจาคจริง
มาตรา 47 (7) แห่งประมวลรัษฎากร, มาตรา 65 ตรี (3) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร
เงินบริจาคที่ได้สิทธิทางภาษีในการลดหย่อนเท่ากับจำนวนเงินที่จ่ายจริงตามมาตรา 47 (7) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้บุคคลธรรมดาเมื่อใช้สิทธิหักลดหย่อนตามมาตรา 47 (1) (2) (3) (4) (5) หรือ (6) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว เหลือเท่าใดให้หักลดหย่อนได้อีก โดยให้หักได้เท่าจำนวนที่บริจาคแต่ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินที่เหลือ โดยจะต้องเป็นการบริจาคแก่องค์การหรือสถานสาธารณกุศลต่าง ๆ เช่น สถานพยาบาลและสถานศึกษาของทางราชการ หรือองค์การของรัฐ หรือมูลนิธิต่าง ๆ ตามที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ จะต้องเป็นองค์กรที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย หากเป็นการบริจาคเงินให้วัดที่ก่อตั้งขึ้นในต่างประเทศไม่สามารถลดหย่อนได้
ตามประกาศกระทรวงการคลัง ว่าด้วยภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 2) เรื่อง กำหนดองค์การ สถานสาธารณกุศล สถานพยาบาลและสถานศึกษา ตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร และมาตรา 3 (4) (ข) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 239) พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 254) พ.ศ. 2535 ได้กำหนดให้สภากาชาดไทย วัดวาอาราม สถานพยาบาลขององค์การของรัฐบาล หรือสถานศึกษาของรัฐ แต่ไม่รวมถึงสถานศึกษาของทางราชการ เป็นองค์การสถานสาธารณกุศล สถานพยาบาล และสถานศึกษา
ดังนั้นหากบุคคลธรรมดาได้บริจาคแก่องค์การสถานสาธารณกุศล สถานพยาบาล และสถานศึกษาดังกล่าวย่อมได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในการลดหย่อนเท่ากับจำนวนที่จ่ายจริงตามมาตรา 47 (7) แห่งประมวลรัษฎากร แต่อย่างไรก็ตาม ในการรับบริจาคตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป สำหรับวัดวาอารามต้องมีและใช้ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ตามประกาศกรมสรรพากร เกี่ยวกับการบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ในการรับบริจาคซึ่งข้อมูลการบริจาคที่ปรากฏในระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) สามารถใช้เป็นหลักฐานประกอบการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรของผู้บริจาคได้โดยไม่ต้องแสดงเอกสารหลักฐานการบริจาคต่อเจ้าพนักงานประเมิน
สำหรับนิติบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล มาตรา 65 ตรี (3) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้รายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ตามที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้หักได้ในส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ และรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬาตามที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้หักได้อีกในส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ
ทั้งนี้ การจะพิจารณาเรื่องรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะจะต้องไปตามข้อ 1 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 44) เรื่อง กำหนดรายจ่ายเพื่อการสาธารณประโยชน์ รายจ่ายเพื่อการศึกษาและรายจ่ายเพื่อการกีฬา ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2535 ซึ่งจะกำหนดรายจ่ายเพื่อการสาธารณประโยชน์จะต้องเป็นการจ่ายให้กิจการในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการกีฬา ด้านการศึกษา และด้านการส่งเสริมและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
อีกทั้งยังมีกรณีอื่น ๆ ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ได้กำหนดสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับเงินบริจาคที่สามารนำมาลดหย่อนภาษีได้เท่ากับจำนวนเงินที่บริจาคตามจริง โดยกำหนดให้บุคคลธรรมดาสามารถหักค่าลดหย่อนได้ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมกันเงินบริจาคตามมาตรา 47 (7) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังหักค่าใช้จ่ายและหักค่าลดหย่อน และสำหรับนิติบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้เป็นจำนวนเงินหรือมูลค่าของทรัพย์สินเท่าที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะ
สำหรับตัวอย่างกฎหมายที่ให้สิทธิในการหักลดหย่อนหรือใช้เป็นค่าใช้จ่ายได้
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
