custom duty
ไร้เจตนา แต่ไม่รอดพ้นความผิดทางศุลกากร
รติรัตน์ คงเอียด
ในระบบกฎหมายอาญาทั่วไป หลักการพื้นฐานที่ทรงคุณค่าและได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย คือ หลัก “บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา” ซึ่งได้รับการรองรับไว้อย่างชัดแจ้งในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 วรรคหนึ่ง โดยมีเจตนารมณ์เพื่อมุ่งคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชน เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครต้องรับโทษทางอาญา เว้นแต่ผู้นั้นจะได้กระทำโดยรู้สำนึกและมีจิตใจอันชั่วร้าย (Mala in se) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 17 จึงได้เปิดช่องทางให้นำบทบัญญัติภาค 1 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ไปใช้แก่ความผิดตามกฎหมายอื่นด้วย เว้นแต่กฎหมายนั้น ๆ จะได้บัญญัติไว้อย่างอื่น
อย่างไรก็ดี ในบริบทของกฎหมายว่าด้วยศุลกากร กฎหมายฉบับนี้มีสภาวะเป็น “กฎหมายมหาชนทางเศรษฐกิจ” (Economic Public Law) ซึ่งจัดอยู่ในประเภทคดีอาญาทางเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการจัดเก็บภาษีอากร การคุ้มครองเสถียรภาพทางการเงินการคลังของประเทศ ตลอดจนการควบคุมการนำเข้าและการส่งออกสินค้าเพื่อความมั่นคง ความปลอดภัย และประโยชน์สาธารณะ ความผิดทางศุลกากรส่วนใหญ่จึงมีลักษณะเป็นความผิดที่เกิดจากการที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิด (Mala Prohibita) ซึ่งหากผู้มีหน้าที่เสียภาษีหรือผ่านพิธีการฝ่าฝืน ย่อมเกิดสภาพบังคับทางกฎหมายภาษีอากร (Tax Law Enforcement) และต้องรับโทษทางอาญาตามที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
สรุปเปรียบเทียบสาระสำคัญเชิงทฤษฎีกฎหมาย
• กฎหมายอาญาทั่วไป (Mala in se) เน้นการลงโทษผู้มีจิตใจชั่วร้าย มุ่งพิจารณา “เจตนา” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59
• กฎหมายศุลกากร (Mala Prohibita) เป็นกฎหมายมหาชนทางเศรษฐกิจ มุ่งคุ้มครองเสถียรภาพทางการเงินการคลังและการควบคุมสินค้า โดยอาศัยสภาพบังคับทางกฎหมายที่เข้มงวด
1. โครงสร้างความรับผิดทางอาญากับการยกเว้นหลักเจตนาตามมาตรา 252
เนื่องจากกฎหมายศุลกากรต้องการประสิทธิภาพในการควบคุมทางเศรษฐกิจ พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 จึงได้ใช้อำนาจตามข้อยกเว้นในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 17 โดยการกำหนดบทบัญญัติยกเว้นเรื่องเจตนาไว้อย่างชัดเจนในมาตรา 252 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ซึ่งบัญญัติว่า
มาตรา 252 “การกระทำความผิดตามมาตรา 202 มาตรา 242 หรือมาตรา 244 ให้ผู้กระทำต้องรับผิดแม้ได้กระทำโดยไม่มีเจตนา”
การที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยชัดแจ้งเช่นนี้ ส่งผลให้โครงสร้างความรับผิดทางอาญาสำหรับ “3 ฐานความผิดสำคัญ” ถูกเปลี่ยนไปใช้ “หลักความรับผิดโดยเด็ดขาด” หรือ “หลักความรับผิดเคร่งครัด” (Strict Liability) กล่าวคือ
(1) “ความผิดฐานสำแดงเท็จ” (มาตรา 202) การยื่น จัดให้ หรือยอมให้ผู้อื่นยื่นใบขนสินค้า เอกสาร หรือข้อมูลอันไม่ถูกต้องหรือไม่บริบูรณ์ ต่อพนักงานศุลกากร (ระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท)
(2) “ความผิดฐานลักลอบหนีศุลกากร” (มาตรา 242) การนำเข้าหรือส่งออกของที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต (ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับ 4 เท่าของราคารวมอากร หรือทั้งจำทั้งปรับ
(3) “ความผิดฐานหลีกเลี่ยงข้อจำกัดหรือข้อห้าม” (มาตรา 244) การนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่าน/ถ่ายลำของที่ผ่านหรือกำลังผ่านพิธีการศุลกากร โดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดหรือข้อห้าม (ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)
นัยทางกฎหมายที่สำคัญคือ เมื่อปรากฏว่าผู้กระทำได้กระทำการอันครบองค์ประกอบภายนอกของความผิดดังกล่าวแล้ว ผู้กระทำย่อมต้องรับผิดทางอาญาโดยเด็ดขาดทันที โดยกฎหมายไม่เปิดช่องให้ผู้กระทำความผิดยกข้อต่อสู้เรื่อง “ความไม่รู้” “ขาดเจตนา” หรือ “ประมาทเลินเล่อ” ขึ้นมาปฏิเสธความรับผิดได้เลย
2. ข้อเท็จจริงและประเด็นข้อโต้แย้งทางกฎหมายในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 7/2569
ประเด็นเรื่องการใช้หลักความรับผิดโดยเด็ดขาดในกฎหมายศุลกากรได้กลายเป็นข้อถกเถียงอย่างกว้างขวางว่า การลงโทษทางอาญาโดยตัดข้อต่อสู้เรื่องเจตนา เป็นการเพิ่มภาระหรือจำกัดสิทธิเสรีภาพเกินสมควรแก่เหตุ ขัดต่อหลักนิติธรรมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคหนึ่ง หรือไม่ ? จนกระทั่งศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยที่ 7/2569 ฉบับลงวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569 วางบรรทัดฐานไว้อย่างชัดเจน
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
