คำพิพากษาศาลฎีกา
นวัตกรรมการบริหารจัดการภาษีอากร (Tax Management Innovation) ตอนที่ 22
ศ.ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม , ผศ.ดุลยลักษณ์ ตราชูธรรม , พิจิต ตราชูธรรม
การบริหารจัดการภาษีอากร (Tax Management) ประกอบด้วยนโยบายภาษีอากร, การปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอากร, การระงับข้อพิพาททางภาษีอากร, การใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร, การจัดทำบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชี, การบริหารความเสี่ยงทางภาษีอากร, การควบคุมภายในเกี่ยวกับภาษีอากร, การตรวจสอบภาษีอากร และการจัดทำคู่มือเกี่ยวกับภาษีอากร โดยตอนนี้จะพูดถึงมูลเหตุที่ทำให้กำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิทางภาษีแตกต่างจากกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิทางบัญชี
8. การบริหารความเสี่ยงทางภาษีอากร (Tax Risk Management)
8.1 การจัดทำแผนภาษีอากร (Tax Plan)
8.2 การศึกษาความผิดพลาดทางภาษีเพื่อป้องกันความเสี่ยงทางภาษี (ต่อ)
มูลเหตุที่ทำให้กำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิทางภาษีแตกต่างจากกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิทางบัญชีมี 7 มูลเหตุ ได้กล่าวไปแล้ว 4 มูลเหตุ ตอนนี้จะกล่าวถึงมูลเหตุที่ 5
8.2.4.5 รายจ่ายบางรายการประมวลรัษฎากรให้หักเป็นรายจ่ายได้มากกว่าหลักบัญชี
ตามหลักบัญชีเมื่อกิจการมีรายจ่ายที่แท้จริงเท่าใดก็หักเป็นรายจ่ายได้เท่านั้น แต่ในทางภาษี เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมบางประเภทจึงมีการกำหนดให้หักเป็นรายจ่ายเพิ่มขึ้นจากที่มีการจ่ายจริง และเป็นผลให้รายจ่ายทางภาษีมากกว่ารายจ่ายทางบัญชี เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้กำไรสุทธิทางภาษีน้อยกว่ากำไรสุทธิทางบัญชี หรือขาดทุนทางภาษีมากกว่าขาดทุนสุทธิทางบัญชี
รายจ่ายที่ทางภาษีหักได้มากกว่าทางบัญชีมีดังนี้
1) รายจ่ายค่าส่งลูกจ้างเข้าศึกษาหรือฝึกอบรมหรือฝึกเตรียมเข้าทำงาน
เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้มีการพัฒนาฝีมือแรงงานของลูกจ้างมากยิ่งขึ้น รัฐบาลได้ตราพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 437) พ.ศ. 2548 มาตรา 4 กำหนดให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ส่งลูกจ้างเข้าศึกษาหรือฝึกอบรมหรือฝึกเตรียมเข้าทำงานมีสิทธิหักรายจ่ายได้ 2 เท่าของรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเป็นค่าใช้จ่ายดังนี้
(1) ค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมลูกจ้างเข้ารับการศึกษาหรืออบรมในสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงานที่ทางราชการจัดตั้งขึ้นหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ขอให้สังเกตว่าการหักค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่านั้นไม่จำกัดเฉพาะการส่งลูกจ้างเข้ารับการศึกษา (Studying) เช่น การศึกษาต่อปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการส่งลูกจ้างเข้ารับการฝึกอบรม (Training) ด้วย เช่น การฝึกอบรมการซ่อมและบำรุงรักษารถยนต์ไฟฟ้า การติดตั้งและซ่อมและบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ การทำอาหาร การตัดเย็บเสื้อผ้า
มีข้อสังเกตต่อไปว่า ถ้าเป็นการส่งลูกจ้างเข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรมในสถานศึกษาหรือฝึกอบรมฝีมือแรงงานที่ทางราชการจัดตั้งขึ้น เช่น มหาวิทยาลัยของรัฐ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ย่อมหักรายจ่ายได้ 2 เท่า แต่ถ้าสถานศึกษาหรือสถาบันฝึกอบรมฝีมือแรงงานนั้นมิได้จัดตั้งขึ้นโดยทางราชการก็ต้องเป็นสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงานที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา จึงจะหักรายจ่าย 2 เท่าได้ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ออกประกาศ เรื่อง การกำหนดสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงานที่รับลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเข้าศึกษาหรือฝึกอบรมลงวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 ที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว กำหนดสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงานตามขอบเขตและเงื่อนไขดังต่อไปนี้
ก. ต้องเป็นสถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน สถาบันอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือสถาบันอุดมศึกษาซึ่งคณะกรรมการพัฒนาการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ อนุมัติโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 29/2560 เรื่อง การส่งเสริมการจัดการการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ ลงวันที่ 26 พฤษภาคม พุทธศักราช 2560 หรือสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงานเฉพาะที่มีฐานะเป็นมูลนิธิ สมาคม บริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือนิติบุคคลอื่นที่ตั้งขึ้นโดยกฎหมายเฉพาะ
ขอให้สังเกตว่า ค่าใช้จ่ายการฝึกอบรมที่จ่ายให้แก่สถานฝึกอบรมฝีมือแรงงานที่มีฐานะเป็นบริษัทที่ตั้งตามกฎหมายไทยก็หักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่าเช่นเดียวกัน
ข. การให้บริการการศึกษาหรือฝึกอบรมต้องเป็นการศึกษาหรือฝึกอบรมในประเทศไทยเพื่อพัฒนาคุณภาพ ความรู้ความสามารถ ทักษะ ฝีมือของลูกจ้างให้สูงขึ้น ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของกิจการของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นนายจ้าง
ค. หลักสูตรที่สถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมฝีมือแรงงานใช้ในการให้บริการการศึกษาหรือฝึกอบรมลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น ต้องมีลักษณะดังนี้
(1) กรณีสถานศึกษา
(ก) ต้องจัดการศึกษาตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือการศึกษาในระดับที่ต่ำกว่าอุดมศึกษา หรือ
(ข) ต้องจัดการศึกษาตามหลักสูตรที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำหรับการศึกษาในระดับอุดมศึกษา หรือ
(ค) ต้องจัดการศึกษาตามหลักสูตรที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการสำหรับโรงเรียนนอกระบบตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน หรือ
(ง) ต้องจัดการศึกษาตามหลักสูตรที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการพัฒนาศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ อนุมัติโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 29/2560 เรื่อง การส่งเสริมการจัดศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ ลงวันที่ 26 พฤษภาคม พุทธศักราช 2560 หรือ
(จ) ต้องจัดการฝึกอบรมให้แก่สาธารณชนเป็นการทั่วไป (Public Training) หรือให้แก่ลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกันตามหลักสูตรที่สถานศึกษานั้น ๆ ได้จัดขึ้น
ทั้งนี้ ความใน (ข) ใช้บังคับสำหรับหลักสูตรที่ได้รับอนุมัติตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
