Tax Practice
ภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับนักบัญชีภาษีอากร กิจกรรมที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (ตอนที่ 3)
สุเทพ พงษ์พิทักษ์
ตามหลักการทั่วไป ภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาษีอากรที่มุ่งจัดเก็บภาษีจากการกระทำกิจกรรมหรือการประกอบกิจการเป็นสำคัญ โดยไม่คำนึงว่าผู้กระทำกิจกรรมหรือผู้ประกอบกิจการนั้นจะมีสถานภาพเป็นอย่างใด เช่น บุคคลธรรมดา บริษัท ห้างหุ้นส่วน คณะบุคคล มูลนิธิ สมาคม หรือนิติบุคคลอื่น รวมทั้งองค์การของรัฐบาล เช่น กระทรวง ทบวง กรม หรือรัฐวิสาหกิจ เป็นต้น
ตามบทบัญญัติมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเป็นบทบัญญัติว่าด้วยหลักการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ยังกำหนดกิจกรรมที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มดังนี้
“มาตรา 77/2 การกระทำกิจการดังต่อไปนี้ในราชอาณาจักร ให้อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามบทบัญญัติในหมวดนี้
(1) การขายสินค้าหรือการให้บริการโดยผู้ประกอบการ
(2) การนำเข้าสินค้าโดยผู้นำเข้า
การให้บริการในราชอาณาจักร ให้หมายถึง บริการที่ทำในราชอาณาจักร โดยไม่คำนึงว่าการใช้บริการนั้นจะอยู่ในต่างประเทศหรือในราชอาณาจักร
การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ถือว่าการให้บริการนั้นเป็นการให้บริการในราชอาณาจักร”
ดังจะเห็นได้ว่ากิจกรรมการขายสินค้าหรือการให้บริการโดยผู้ประกอบการนั้น ต้องนำนิยามศัพท์คำว่า “ผู้ประกอบการ” ตามมาตรา 77/1 (5) แห่งประมวลรัษฎากร มาพิจารณาประกอบ รวมทั้งนิยามศัพท์คำว่า “ขาย” “สินค้า” “บริการ” และ “ส่งออก” ตามมาตรา 77/1 (8) (9) (10) และ (14) แห่งประมวลรัษฎากร ตามลำดับ ก็จะได้ความเป็นว่า การขายสินค้าหรือให้บริการโดยบุคคลใด ๆ ที่ได้ขายสินค้าหรือให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพ ซึ่งเป็นการบัญญัติกฎหมายตามหลักการบริโภค (Consumption Principle) นั่นเอง และกิจกรรมการนำเข้าสินค้าโดยผู้นำเข้า รวมทั้งความในวรรคสองและวรรคสาม เกี่ยวกับการบริการที่ทำในราชอาณาจักรและมีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ และการให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักรนั้น เป็นไปตามหลักปลายทางของสินค้าหรือบริการ (Destination Principle) แล้วแต่กรณี
ซึ่งในบทนี้จะได้กล่าวถึงเฉพาะกิจกรรมที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามประเด็นดังต่อไปนี้
1. การขายสินค้าในทางธุรกิจหรือวิชาชีพในราชอาณาจักร
2. การให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพในราชอาณาจักร
3. การนำเข้าในราชอาณาจักร และ
4. บทสรุป
1. การขายสินค้าในทางธุรกิจหรือวิชาชีพในราชอาณาจักร
1.4 การจำหน่าย จ่าย โอนสินค้า ไม่ว่าจะได้รับประโยชน์หรือค่าตอบแทนที่ไม่นับรวมเป็นมูลค่าของฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม (Non VAT Base)
1.4.4 กรณีที่ไม่ต้องมาถือรวมเป็นมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) เรื่อง กำหนดลักษณะและเงื่อนไขค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2535 ดังต่อไปนี้ (ต่อ)
(8) การแจกสินค้าหรือของขวัญ ที่เป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
(ก) ต้องเป็นการแจกสินค้าหรือของขวัญ เนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี เช่น เทศกาลปีใหม่ เทศกาลสงกรานต์ หรือเนื่องในโอกาสเปิดแนะนำสินค้าใหม่ เป็นต้น
(ข) สินค้าที่แจกหรือให้เป็นของขวัญต้องเป็นสินค้าที่เป็นปฏิทิน สมุดบันทึกประจำวัน (Diary) หรือสินค้าที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน
(ค) ในกรณีสินค้าที่แจกหรือให้เป็นของขวัญ เป็นของขวัญ ของชำร่วย ต้องมีชื่อผู้ประกอบการ ชื่อการค้าหรือเครื่องหมายการค้าของผู้ประกอบการปรากฏอยู่ โดยของขวัญหรือของชำร่วยดังกล่าวต้องเป็นสิ่งของที่พึงให้แก่กันตามประเพณีทางธุรกิจทั่วไป และต้องมีราคาหรือมูลค่าไม่เกินสมควร ผู้ประกอบการไม่ต้องนำค่าตอบแทนที่พึงได้รับมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 (6) ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2535
(9) การแจกสินค้าตัวอย่างเนื่องจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ผู้ประกอบการไม่ต้องนำค่าตอบแทนที่พึงได้รับมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 (7) ประกาศอธิบดีฯ เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40)ฯ ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2535 เช่น บริษัทจำกัดแห่งหนึ่งผลิตผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปจำหน่าย เนื่องในการส่งเสริมการขาย ทางบริษัทฯ นำสินค้าที่ผลิตไปแจกให้แก่ผู้บริโภคทดลองบริโภคเป็นตัวอย่าง เช่นนี้ บริษัทฯ ไม่ต้องนำมูลค่าสินค้าตัวอย่างที่ได้แจกไปในกรณีดังกล่าวไปเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
(10) มูลค่าของอาหารและเครื่องดื่ม ที่นายจ้างจัดหาให้กับพนักงานหรือลูกจ้างในระหว่างเวลาปฏิบัติงาน ตามระเบียบเกี่ยวกับสวัสดิการของพนักงานหรือลูกจ้าง โดยมูลค่าของอาหารและเครื่องดื่มดังกล่าวต้องมีราคาไม่เกินสมควร (ข้อ 2 (8))ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40)ฯ ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2535
(11) มูลค่าของสินค้าที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้ขายให้แก่ผู้ซื้อ โดยสินค้าดังกล่าวผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ขายได้นำเข้าจากต่างประเทศและได้โอนสินค้าให้แก่ผู้ซื้อยื่นใบขนสินค้าขาเข้าต่อเจ้าพนักงานศุลกากร ณ ด่านศุลกากร เพื่อชำระภาษีมูลค่าเพิ่มต่อเจ้าพนักงานศุลกากรตามมาตรา 83/8 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร แล้ว ทั้งนี้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ขายสินค้าจะต้องมีสำเนาในเสร็จรับเงินของกรมศุลกากรที่ออกให้ผู้ซื้อพร้อมที่จะให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้ ผู้ประกอบการไม่ต้องนำค่าตอบแทนที่พึงได้รับมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 (9) ของประกาศอธิบดีฯ เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40)ฯ ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2535
(12) การส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าทดลองใช้งานก่อนซื้อโดยผู้ประกอบการจดทะเบียน และเมื่อลูกค้าพอใจในสินค้าดังกล่าว ผู้ขายจะส่งมอบสินค้าตัวใหม่ไปให้ ผู้ประกอบการไม่ต้องนำค่าตอบแทนที่พึงได้รับมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 (11) ของประกาศอธิบดีฯ เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40)ฯ ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2535 ดังนี้
(ก) สินค้าที่มอบให้ลูกค้าทดลองใช้ก่อนซื้อนั้น จะต้องเป็นสินค้าที่ผู้ขายมีไว้สำหรับให้ทดลองใช้โดยเฉพาะเท่านั้น และเมื่อลูกค้าตกลงซื้อสินค้า ผู้ขายต้องมอบสินค้าตัวใหม่ที่เป็นชนิดเดียวกันให้ลูกค้า
(ข) ระยะเวลาที่ให้ลูกค้าทดลองใช้สินค้านั้น จะต้องเป็นกรณีที่ให้ทดลองใช้เพียงชั่วคราวเพียงเพื่อทดลองคุณภาพหรือประสิทธิภาพของสินค้าเท่านั้น และต้องไม่เกินความจำเป็นแก่การทดลอง โดยผู้ซื้อสินค้าจะต้องส่งมอบสินค้าดังกล่าวคืนให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนผู้ขายสินค่าเมื่อทดลองใช้เสร็จ และ
(ค) สินค้าที่มอบให้ลูกค้าทดลองใช้ก่อนซื้อนั้น จะต้องมิใช่เป็นสินค้าชนิดที่เป็นของใช้สิ้นเปลือง
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
