Accounting How to
การเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อพิชิตเป็นนักบัญชีมืออาชีพ ตอนที่ 105 การหักภาษี ณ ที่จ่าย กับการบัญชี (6)
สุพัฒน์ อุปนิกขิต
ในตอนนี้จะเขียนถึงการหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร และประมวลรัษฎากร
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้และภาษีการค้า ฉบับที่ 4 เรื่อง กำหนดให้ผู้มีหน้าที่หักภาษีเงินได้หรือภาษีการค้า ณ ที่จ่ายมีบัญชีพิเศษ
ข้อ 1 ให้ผู้มีหน้าที่หักภาษีเงินได้หรือภาษีการค้า ณ ที่จ่าย ตามประมวลรัษฎากร มีบัญชีพิเศษแสดงหักภาษี ณ ที่จ่าย และการนำส่งภาษี และบัญชีพิเศษดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีข้อความตามแบบแนบท้ายประกาศ
ข้อ 2 การกรอกข้อความในบัญชีพิเศษดังกล่าวสำหรับรายการการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้แยกเป็น 2 กรณี คือ กรณีตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร กรณีหนึ่ง และกรณีอื่น ๆ อีกกรณีหนึ่ง ส่วนรายการการนำส่งภาษีให้แยกตามใบเสร็จรับชำระภาษีอากรของกรมสรรพากรเป็นรายฉบับ
ข้อ 3 วิธีกรอกข้อความในบัญชีพิเศษให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้
(1) กรอกรายการหักภาษี ณ ที่จ่าย โดยรวมจำนวนเงินหักภาษี ณ ที่จ่าย ประจำวันของแต่ละกรณีตามข้อ 2 โดยให้แยกเป็นรายการหักจากบุคคลธรรมดาหรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล และกรอกรายการการนำส่งภาษีประจำวัน โดยให้แยกตามใบเสร็จรับชำระภาษีอากรของกรมสรรพากรเป็นรายฉบับ เรียงลำดับก่อนหลังตามวันที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือการนำส่งภาษี
(2) เมื่อสิ้นวันสุดท้ายของเดือน ให้รวมยอดจำนวนเงินภาษีหัก ณ ที่จ่าย และจำนวนภาษีที่นำส่งแล้วทั้งสิ้นในเดือนนั้นของแต่ละรายการด้วย
ข้อ 4 การกรอกข้อความในบัญชีพิเศษให้ทำเป็นภาษาไทย ถ้าทำเป็นภาษาต่างประเทศให้มีภาษาไทยกำกับ ส่วนตัวเลขจะใช้เลขไทยหรือเลขอารบิกก็ได้ หรือจะลงเป็นรหัสด้วยเครื่องจักรทำบัญชีก็ได้ แต่ต้องส่งคำแปลรหัสเป็นภาษาไทยต่อเจ้าพนักงานประเมินสำหรับท้องที่ที่สำนักงานของผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย นั้นตั้งอยู่
การกรอกข้อความตามวรรคหนึ่ง ต้องให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันถัดจากวันที่รายการดังกล่าวเกิดขึ้น
ข้อ 5 ให้ผู้มีหน้าที่หักภาษีเงินได้หรือภาษีการค้า ณ ที่จ่าย เก็บรักษาบัญชีพิเศษดังกล่าวไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปีที่สำนักงานที่มีการจ่ายเงินได้ และพร้อมที่จะให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้ทันที
ข้อ 6 กรณีดังต่อไปนี้ ไม่อยู่ในบังคับตามประกาศนี้
- การจ่ายเงินที่มีการตั้งฎีกาเบิกเงินจากคลัง
- การจ่ายดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยตั๋วเงินของธนาคาร สหกรณ์ บริษัทตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม
- กรณีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอยู่ในบังคับต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และต้องนำส่งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ผู้รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในขณะที่มีการจดทะเบียน
- กรณีอื่นตามที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด
ข้อ 7 การปฏิบัติตามประกาศนี้ ให้อธิบดีกรมสรรพากรมีอำนาจสั่งการเป็นอย่างอื่นก็ได้ตามที่เห็นสมควร
ประกาศนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 เป็นต้นไป
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ เรื่อง กำหนดให้อิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มมีบัญชีพิเศษ ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2566
ข้อ 1 ในประกาศนี้
“อิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม” หมายความว่า ผู้ให้บริการผ่านสื่อกลางทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการบริหารจัดการข้อมูลเพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อกันโดยใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ระหว่างผู้ประกอบการกับผู้บริโภคเพื่อให้เกิดธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ แต่ไม่รวมถึงกิจการของอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มที่มีกฎหมายกำหนดให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทยหรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
“ผู้ประกอบการ” หมายความว่า บุคคลซึ่งเสนอสินค้าหรือบริการต่อผู้บริโภคผ่านอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม
“ผู้ให้บริการจัดทำและนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า บุคคลซึ่งใด้รับมอบหมายจากอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มให้จัดทำและนำส่งข้อมูลบัญชีพิเศษผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร
“บัญชีพิเศษ” หมายความว่า บัญชีที่แสดงข้อมูลรายรับของอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มที่ได้รับจากผู้ประกอบการ
ข้อ 2 ให้อิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นในประเทศไทยและมีรายได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีเกิน 1,000 ล้านบาท มีบัญชีพิเศษ
อิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มที่มีรอบระยะเวลาบัญชีเกิน 1,000 ล้านบาท ตามวรรคหนึ่งแล้ว และต่อมามีรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีหนึ่งรอบระยะเวลาบัญชีใดไม่เกิน 1,000 ล้านบาทให้ยังคงมีหน้าที่จัดทำบัญชีพิเศษ
ข้อ 3 ให้อิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มจัดทำข้อมูลบัญชีพิเศษขึ้นเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และสร้างลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Signature) ตามมาตรฐานที่กรมสรรพากรประกาศไว้บนเว็บไซต์กรมสรรพากร แนบหรือรวมไปกับข้อมูลดังกล่าว เพื่อส่งให้แก่กรมสรรพากรโดยใช้ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Certificate) ในการสร้างลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ซึ่งใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Certificate) นั้นต้องไม่หมดอายุในขณะสร้างลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Signature)
ข้อ 4 ให้อิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มยื่นคำขออนุญาตเชื่อมต่อระบบอิเล็กทรอนิกส์ของตนกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร เพื่อนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ต่อกรมสรรพากร โดยอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มนั้นต้องมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีลักษณะตามข้อ 6 (1) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 384 (พ.ศ. 2565) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานหรือหนังสือด้วยกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์และมีความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มที่ได้เชื่อมต่อกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร ต้องมีลักษณะตามวรรคหนึ่งเสมอ
ให้อธิบดีมีอำนาจไม่อนุญาตหรือยกเลิกการอนุญาตการเชื่อมต่อกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร
ข้อ 5 อิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มจะมอบหมายให้ผู้ให้บริการจัดทำและนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จัดทำและนำส่งข้อมูลบัญชีพิเศษแทนก็ได้ โดยอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มต้องแจ้งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร
ให้ผู้ให้บริการจัดทำและนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับมอบหมายตามวรรคหนึ่ง ยื่นคำขออนุญาตเชื่อมระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่ออธิบดี โดยผู้นั้นต้องมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีลักษณะตามข้อ 7 (1) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 384 (พ.ศ. 2565) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานหรือหนังสือด้วยกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศตามที่สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ประกาศกำหนด
ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ให้บริการจัดทำและนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้เชื่อมต่อกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรต้องมีลักษณะตามวรรคสองเสมอ
ให้อธิบดีประกาศรายชื่อผู้ให้บริการจัดทำและนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้รับอนุญาตตามวรรคสอง
ให้อธิบดีมีอำนาจไม่อนุญาตหรือยกเลิกการอนุญาตการเชื่อมต่อกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรและลบชื่อออกจากประกาศตามวรรคสี่
ข้อ 6 ผู้ให้บริการจัดทำและนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามข้อ 5 รายใดมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ไม่เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ฉบับที่ 384 (พ.ศ. 2565) ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานหรือหนังสือด้วยกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ และไม่ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาที่กรมสรรพากรมีหนังสือแจ้งหรือที่ได้รับแจ้งผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ กรมสรรพากรอาจยกเลิกการอนุญาตให้เชื่อมต่อระบบและลบรายชื่อออกจากบัญชีผู้ให้บริการจัดทำและนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามที่ได้ประกาศไว้
ข้อ 7 ให้อิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มตามข้อ 2 หรือผู้ให้บริการจัดทำและนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามข้อ 5 นำส่งข้อมูลนั้นบนระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร ภายใน 150 วัน นับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น
ข้อ 8 กรณีอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มหรือผู้ให้บริการจัดทำและนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้นำส่งข้อมูลบัญชีพิเศษตามข้อ 7 แล้ว แต่มีความประสงค์จะขอแก้ไข ยกเลิก หรือเพิ่มเติมข้อมูลดังกล่าวนั้น ให้อิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มหรือผู้ให้บริการจัดทำและนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวแจ้งและส่งข้อมูลบัญชีพิเศษเกินกำหนดเวลาผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร
ข้อ 9 ประกาศนี้ให้มีผลใช้บังคับสำหรับการส่งข้อมูลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2567 เป็นต้นไป
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
