Accounting Practice
ภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax)
สมเดช โรจน์คุรีเสถียร

กิจการที่ขายสินค้าหรือให้บริการจะต้องเสียภาษีอากร ซึ่งอาจต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น เนื่องจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มมีข้อจำกัดสำหรับกิจการบางประเภทซึ่งมีความยุ่งยากในการกำหนดมูลค่าเพิ่ม ดังนั้นกรมสรรพากรจึงได้กำหนดให้ธุรกิจเฉพาะเสียภาษีในลักษณะพิเศษอยู่นอกระบบภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกว่า “ภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax)” ซึ่งเป็นภาษีอากรประเมิน
การเสียภาษีประเภทนี้จะเสียภาษีในลักษณะเช่นเดียวกันกับภาษีการค้า (Business Tax) ที่กรมสรรพากรเคยเรียกเก็บก็จะมีการยกเลิกมาใช้ภาษีมูลค่าเพิ่มแทน ภาษีธุรกิจเฉพาะจะคำนวณจากยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆ ซึ่งภาษีธุรกิจเฉพาะที่กิจการได้จ่ายไปแล้วนำมาถือเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ หรือมาตรา 65 ตรี ดังนั้นการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะจึงเสียจากรายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆ โดยควรทราบส่วนสำคัญซึ่งมีความหมายดังนี้
รายรับ หมายถึง เงิน ทรัพย์สิน ค่าตอบแทน หรือประโยชน์ใด ๆ อันมีมูลค่าที่ได้รับหรือพึงได้รับ ไม่ว่าในหรือนอกราชอาณาจักรอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการ
มูลค่า หมายถึง ราคาตลาดของทรัพย์สินของกิจการ ของค่าตอบแทน หรือของประโยชน์ใด ๆ
ราคาตลาด หมายถึง ราคาที่ซื้อขายกันหรือที่คิดค่าบริการกันตามความเป็นจริงทั่วไป ในขณะใดขณะหนึ่ง ในกรณีที่ราคาตลาดมีหลายราคาหรือไม่อาจทราบราคาตลาดได้แน่นอนให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศใช้เกณฑ์คำนวณเพื่อให้ได้ราคาตลาดเป็นมูลค่าของสินค้าหรือบริการได้
ขาย หมายความรวมถึงสัญญาจะขาย ขายฝาก แลกเปลี่ยน ให้ ให้เช่าซื้อ หรือจำหน่าย จ่าย โอน ไม่ว่าจะมีประโยชน์ตอบแทนหรือไม่
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
ผู้ที่มีหน้าที่จะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ คือ ผู้ประกอบการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามประมวลรัษฎากร อยู่ในรูปแบบของ
1. บุคคลธรรมดา
2. คณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล
3. กองมรดก
4. ห้างหุ้นส่วนสามัญ
5. กองทุน
6. มูลนิธิ
7. หน่วยงานหรือกิจการของเอกชนที่กระทำโดยบุคคลธรรมดาตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปอันมิใช่นิติบุคคล
8. บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
9. องค์การของรัฐบาล สหกรณ์
10. นิติบุคคลในรูปแบบใดก็ตาม
ในกรณีผู้ประกอบการอยู่นอกราชอาณาจักร ให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการประกอบกิจการรวมตลอดถึงลูกจ้าง ตัวแทน หรือผู้ทำการแทน ซึ่งมีอำนาจในการจัดทำการแทนโดยตรงหรือโดยปริยายที่อยู่ในราชอาณาจักรเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะร่วมกับผู้ประกอบกิจการ
กิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
ธุรกิจที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะได้ถูกแยกออกมาต่างหากจากธุรกิจที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม การประกอบกิจการดังต่อไปนี้ในราชอาณาจักรอยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
1. การธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์หรือกฎหมายเฉพาะ
2. การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์
3. การรับประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต
4. การรับจำนำตามกฎหมายว่าด้วยโรงรับจำนำ
5. การประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ เช่น การให้กู้ยืมเงินค้ำประกัน แลกเปลี่ยนเงินตรา ออก ซื้อหรือขายตั๋วเงิน หรือรับ ส่งเงินไปต่างประเทศด้วยวิธีต่าง ๆ
6. การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร ไม่ว่าอสังหาริมทรัพย์นั้นจะได้มาโดยวิธีใดก็ตาม ทั้งนี้ เฉพาะที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
7. การขายหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในตลาดหลักทรัพย์
8. การประกอบกิจการอื่นตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
ในกรณีที่บุคคลอยู่นอกราชอาณาจักรประกอบกิจการโดยผ่านสถานประกอบการหรือตัวแทนของตนที่อยู่ในราชอาณาจักรให้ถือว่าประกอบกิจการในราชอาณาจักร
กิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ
กิจการบางประเภทกฎหมายให้ได้รับสิทธิยกเว้น ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ มีดังต่อไปนี้
(1) กิจการของธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
(2) กิจการของบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
(3) กิจการของสหกรณ์ออมทรัพย์ เฉพาะการให้กู้ยืมแก่สมาชิกหรือแก่สหกรณ์ออมทรัพย์อื่น
(4) กิจการของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
(5) กิจการของการเคหะแห่งชาติ เฉพาะการขายหรือให้เช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์
(6) กิจการรับจำนำของกระทรวง ทบวง กรม และราชการส่วนท้องถิ่น
(7) กิจการอื่นตามมาตรา 91/2 ตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
กิจการเฉพาะอย่างที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
ผู้ประกอบกิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะหากประกอบกิจการเฉพาะอย่างดังต่อไปนี้ มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนและเสียภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย กิจการเฉพาะอย่างที่ไม่ใช่กิจการที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับกิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะมีดังต่อไปนี้
1. การให้บริการเช่าสังหาริมทรัพย์
2. การให้บริการใช้บัตรเครดิตหรือในลักษณะทำนองเดียวกัน
3. การให้บริการที่ปรึกษาทางธุรกิจ
4. การให้เช่าซื้อทรัพย์สิน
5. การให้บริการนายหน้าและตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์
6. การให้บริการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์
7. การให้บริการอื่นที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับกิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะและไม่มีรายรับหรือฐานภาษีธุรกิจเฉพาะ
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
