ภาษีสรรพากร
ความสำคัญของสถานประกอบการ ย้าย ลด สาขา มีเครดิตพันยอดทำอย่างไร (ตอนที่ 1)
ชุมพร เสนไสย

ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าและให้บริการที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมายกำหนด เมื่อมีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกิน 1,800,000 บาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน ตามมาตรา 85 และมาตรา 85/1 แห่งประมวลรัษฎากร โดยการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ถ้าผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสถานประกอบการหลายแห่ง ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนตามแบบ ภ.พ.01 ณ สรรพากรพื้นที่ซึ่งอยู่ในเขตท้องที่สถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ โดยต้องแจ้งว่ามีสถานประกอบการอยู่ที่ใดบ้างให้ครบ
อย่างไรก็ดี คำว่า “สถานประกอบการ” มักจะใช้เรียกกันว่าเป็น “สาขา” ซึ่งเป็นคำเรียกที่ใช้สื่อความหมายว่านั่นคือสถานประกอบการตามความหมายข้างต้นได้ ดังจะเห็นได้จากใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่มีการระบุว่าเป็นสาขาที่เท่าใด (เป็นสถานประกอบการที่เท่าใด) กรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสถานประกอบการหลายแห่ง ดังนั้นหากจะสื่อกันให้เข้าใจว่าสาขาที่ใช้สื่อความหมายกันว่าคืออะไร (แม้ไม่ใช่คำในกฎหมาย) ก็ให้เข้าใจได้ว่าคือสถานประกอบการ
มีปัญหาในการตีความว่าสถานที่ใดเป็นสถานประกอบการ (สาขา) หรือไม่เป็นสถานประกอบการ (สาขา) ตามความหมายของกฎหมายดังกล่าว ซึ่งมีแนววินิจฉัยของกรมสรรพากรดังนี้
ความหมายของ “สถานประกอบการ”
ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม “สถานประกอบการ” นับว่ามีความสำคัญต่อผู้ประกอบการในหลายกรณี ได้แก่ การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องแจ้งจดให้ครบทุกสถานประกอบการ ตลอดทั้งการดำเนินการต่อมาของสถานประกอบการ เช่นเปิด ปิด ย้าย เป็นต้น การยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มต้องยื่นเป็นรายสถานประกอบการ การออกใบกำกับภาษี การนำภาษีซื้อไปหักออกจากภาษีขายต้องทำเป็นรายสถานประกอบการ การจัดทำรายงานต้องทำเป็นรายสถานประกอบการ ซึ่งหากปฏิบัติผิดพลาดไปจะทำให้ผู้ประกอบการฯ ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม หรือค่าปรับทางอาญาได้
คำว่า “สถานประกอบการ” หมายความถึง สถานที่ดังต่อไปนี้ (มาตรา 77/1 (20))
(1) สถานที่ซึ่งผู้ประกอบการใช้ประกอบกิจการเป็นประจำ
(2) สถานที่ซึ่งเป็นที่ผลิตสินค้าเป็นประจำ และ
(3) สถานที่ซึ่งเก็บสินค้าเป็นประจำ
ในกรณีผู้ประกอบการไม่มีสถานประกอบการดังกล่าวตาม (1) (2) และ (3) ให้ถือว่าที่อยู่อาศัยของผู้ ประกอบการนั้นเป็นสถานประกอบการ ถ้าผู้ประกอบการมีที่อยู่อาศัยหลายแห่งให้ผู้ประกอบการเลือกเอาที่อยู่อาศัยแห่งหนึ่งเป็นสถานประกอบการ
จากลักษณะตามคำนิยามที่กฎหมายได้ให้คำนิยามไว้ดังกล่าว จึงแยกพิจารณาลักษณะของสถานประกอบการได้ดังนี้
(1) สถานที่ซึ่งผู้ประกอบการใช้ประกอบกิจการเป็นประจำ
ลักษณะของสถานประกอบการในข้อนี้ ผู้ประกอบการต้องมีการประกอบกิจการ กล่าวคือ จะต้องมีผู้ดำเนินกิจการ ขายสินค้าหรือให้บริการ ถ้าหากมีเพียงสถานที่แต่ไม่มีผู้ดำเนินกิจการก็ไม่เข้าลักษณะเป็นสถานประกอบการ เช่น ห้องเช่าที่มีไว้ให้ผู้อื่นเช่า ตู้แช่เครื่องดื่มโดยหยอดเหรียญซึ่งตั้งไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ สถานที่ดังกล่าวไม่ใช่สถานประกอบการแต่อย่างใด การดำเนินกิจการอาจจะมีลักษณะเข้ามาครอบครองสถานที่โดยผู้ประกอบการเข้ามาดูแลสถานที่ที่ขายสินค้าหรือให้บริการตลอด เช่น อาจจะจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดสถานที่นั้นเพื่อบริการลูกค้าที่เข้ามาซื้อสินค้าหรือรับบริการ นอกจากนี้ ลักษณะของสถานที่ที่จะเข้าลักษณะเป็นสถานประกอบการ จะต้องเป็นสถานที่ใช้ประกอบกิจการเป็นประจำ หากเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้นย่อมไม่เข้าลักษณะเป็นสถานประกอบการ เช่น เปิดบูธขายสินค้าในงานแสดงสินค้าชั่วคราว ย่อมไม่เป็นสถานประกอบการ
แนววินิจฉัยของกรมสรรพากร
▪ หน่วยงานก่อสร้างชั่วคราว บริษัทมิได้ใช้ประกอบกิจการเป็นประจำ ไม่เข้าลักษณะเป็นสถานประกอบการตามมาตรา 77/1 (20) (หนังสือกรมสรรพากรที่ กค 0802/พ.13950 ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2537)
▪ สาขาที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ไม่เข้าลักษณะของสถานประกอบการตามมาตรา 77/1 (20) บริษัทมีสิทธินำภาษีซื้ออันเกิดจากก่อสร้างไปเป็นภาษีซื้อของสำนักงานใหญ่ได้ (หนังสือกรมสรรพากรที่ กค 0802/พ.18590 ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2537, หนังสือกรมสรรพากรที่ กค 0802/พ.27574 ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2535)
▪ บริษัทเป็นนิติบุคคลต่างประเทศประกอบกิจการขนส่งทางอากาศ มีสำนักงานที่สนามบินดอนเมือง โดยมีพนักงานปฏิบัติหน้าที่ภาคพื้นดินให้บริการผู้โดยสารต่าง ๆ เช่น การเช็กตั๋ว กรณีดังกล่าวบริษัทได้ให้บริการแก่ผู้โดยสาร ณ สำนักงานที่สนามบินเป็นประจำ จึงถือได้ว่าสำนักงานดังกล่าวเป็นสถานประกอบการตามมาตรา 771 (20) (หนังสือกรมสรรพากรที่ กค 0802/พ.06195 ลงวันที่ 11 เมษายน 2538)
▪ บริษัทได้รับอนุญาตให้ตั้งโรงงานแปรรูปไม้จึงได้ปลูกสร้างโรงงานแปรรูปไม้ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและยังไม่ได้ดำเนินการผลิต ยังไม่ถือว่าเป็นสถานประกอบการตามมาตรา 77/1 (20) (หนังสือกรมสรรพากรที่ กค 0802/22796 ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2538)
▪ ธนาคารมีรถโมบายที่ใช้ประกอบกิจการรับแลกเปลี่ยนเงินตราเคลื่อนที่ไปยังที่ต่าง ๆ โดยไม่ใช่ที่สาธารณะ
(1) หากเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ใดสถานที่หนึ่งเป็นประจำ ถือเป็นสถานประกอบการตามมาตรา 77/1 (20)
(2) หากเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ใดสถานที่หนึ่งไม่เป็นประจำ เช่น เคลื่อนที่ไปสถานที่ ก. เป็นเวลา 2 วัน และเปลี่ยนสถานที่ไปยังสถานที่อื่น แต่ภายหลังอาจเปลี่ยนไปยังสถานที่ ก. อีก กรณีดังกล่าวไม่เข้าลักษณะเป็นสถานประกอบการตามมาตรา 77/1 (20)
(3) บรรทุกตู้ ATM เคลื่อนที่ไปยังที่ต่าง ๆ หากรถโมบายดังกล่าวใช้เพียงบรรทุกตู้ ATM ไปยังสถานที่นั้น และดู ATM ไม่มีพนักงานหรือคนเป็นผู้ให้บริการหรือติดต่อกับลูกค้า กรณีไม่ถือว่ารถบรรทุกตู้ ATM เป็นสถานประกอบการตามมาตรา 77/1 (20)
ตู้ ATM ที่ธนาคารนำไปติดตั้งตามที่ต่าง ๆ เพื่อให้บริการลูกค้า หากตู้ ATM ดังกล่าวไม่มีพนักงานหรือคนเป็นผู้ติดต่อหรือให้บริการแก่ลูกค้า กรณีไม่ถือว่าตู้ ATM เป็นสถานประกอบการตามมาตรา 77/1 (20)
▪ สถานที่ที่บริษัทใช้เป็นสื่อประชาสัมพันธ์ให้บริษัท โดยบริษัทมิได้เช่า หรือมีพนักงานประจำ หรือขึ้นป้ายชื่อว่ามีที่ทำการอยู่ ณ สถานที่ดังกล่าว สถานที่ดังกล่าวไม่เข้าลักษณะเป็นสถานประกอบการตามมาตรา 77/1 (20) (หนังสือกรมสรรพากรที่ กค 0811/260 ลงวันที่ 14 มีนาคม 2540)
▪ บริษัทให้บริการรับจ้างบริหารศูนย์กระจายสินค้า ณ สถานประกอบการของลูกค้า โดยจะจัดส่งพนักงานของบริษัทเข้าไป ณ สถานประกอบการของลูกค้าเพื่อบริหารคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้า กรณีดังกล่าวเป็นกรณีที่บริษัทใช้สถานประกอบการของลูกค้าเพื่อให้บริการตามสัญญา มิใช่กรณีที่บริษัทใช้สถานประกอบการของลูกค้าเพื่อประกอบการของตนเองเป็นการทั่วไปอยู่เป็นประจำ สถานประกอบการดังกล่าวจึงไม่ใช่สถานประกอบการของบริษัทฯ ตามมาตรา 77/1 (20) (หนังสือกรมสรรพากรที่ กค 0811/พ.13606 ลงวันที่ 30 กันยายน 2540)
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
