Business Law
ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัป กฎหมายฉบับใหม่ที่จะเปลี่ยนวงการธุรกิจไทย
รับขวัญ ชลดำรงค์กุล
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา คนไทยทุกคนคงเคยได้ยินคำว่า “S-Curve” “อุตสาหกรรมใหม่” และ “สตาร์ตอัป” จากนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองต่าง ๆ อย่างไม่ขาดสาย ทุกพรรคต่างพูดถึงการสร้างเศรษฐกิจใหม่ การส่งเสริมนวัตกรรม และการสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่เป็นนโยบายหลัก ท่ามกลางเสียงโฆษณาชวนเชื่อเหล่านั้น มีสิ่งหนึ่งที่เคลื่อนไหวอย่างเงียบ ๆ แต่มีนัยสำคัญอย่างมาก นั่นคือ ข่าวที่เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2560 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัป พ.ศ. ....
ร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่แค่ “คำสัญญาทางการเมือง” อีกต่อไป แต่เป็นความพยายามอย่างจริงจังของภาครัฐที่จะปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางกฎหมายเพื่อรองรับธุรกิจสตาร์ตอัป ซึ่งในปัจจุบันกำลังเผชิญกับอุปสรรคมากมายจากกฎหมายที่ล้าสมัย โดยเฉพาะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่วางกรอบการดำเนินธุรกิจแบบเดิม ๆ ไม่เอื้อต่อการระดมทุน การจัดสรรหุ้นให้พนักงาน หรือแม้แต่การออกหุ้นกู้
บทความนี้จะพาคุณผู้อ่านมาทำความเข้าใจว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้มีสาระสำคัญอย่างไร จะเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ธุรกิจสตาร์ตอัปไทยอย่างไร และที่สำคัญธุรกิจของคุณจะได้รับผลกระทบและได้รับประโยชน์อย่างไร
ทำไมต้องมีกฎหมายฉบับนี้
ก่อนที่จะเข้าไปดูรายละเอียด เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ทำไมประเทศไทยถึงต้องมีกฎหมายเฉพาะสำหรับสตาร์ตอัป
ร่างพระราชบัญญัตินี้เริ่มต้นด้วยการชี้ให้เห็นปัญหาที่แท้จริงว่า ธุรกิจสตาร์ตอัปมีบทบาทสำคัญในการสร้างนวัตกรรม เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ แต่การประกอบธุรกิจสตาร์ตอัปในประเทศไทยยังประสบปัญหาและอุปสรรคหลายประการ โดยปัญหาเหล่านี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ
1. ข้อจำกัดทางกฎหมาย โดยต้นกำเนิดของปัญหาเกิดจากข้อจำกัดของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยบริษัทจำกัดของไทย ซึ่งถูกร่างขึ้นเมื่อกว่า 100 ปีที่แล้ว ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับธุรกิจสมัยใหม่ ทำให้บริษัทจำกัดไทยไม่สามารถดำเนินการใช้เครื่องมือทางการเงินที่หลากหลายได้ ไม่ว่าจะเป็นการออกหุ้นกู้ (Debenture) เพื่อระดมทุน โดยเฉพาะการเปลี่ยนหนี้เป็นทุน (Debt-to-Equity Conversion) การเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ให้แก่บุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ถือหุ้นโดยไม่ต้องเสนอขายให้ผู้ถือหุ้นเดิมก่อน (Pre-emptive Right) การถือหุ้นของตนเองเพื่อนำไปจัดสรรให้กรรมการ หรือพนักงาน หรือนักลงทุน หรือการแปลงหุ้นบุริมสิทธิเป็นหุ้นสามัญ (Preferred Share Conversion)
2. ปัญหาในการเข้าถึงทรัพยากร ซึ่งรวมถึงการเข้าถึงแหล่งทุน การขาดแคลนแรงงานที่มีความสามารถหรือทักษะสูง การขาดที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และการขาดหน่วยงานภาครัฐที่เป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริมและพัฒนา ปัญหาเหล่านี้ทำให้สตาร์ตอัปไทยไม่สามารถเติบโตและแข่งขันในระดับนานาชาติได้ ร่างพระราชบัญญัตินี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อ “ขจัดปัญหาและอุปสรรคดังกล่าวและสร้างระบบนิเวศที่เหมาะสมกับการประกอบธุรกิจสตาร์ตอัป”
ธุรกิจ “สตาร์ตอัป” ที่เป็นเป้าหมายการส่งเสริมภายใต้พระราชบัญญัติฉบับนี้
ตามร่างกฎหมาย “ธุรกิจสตาร์ตอัป” หมายถึง “ธุรกิจซึ่งดำเนินกิจการเกี่ยวกับการผลิต การจำหน่ายสินค้าหรือการให้บริการที่มีศักยภาพในการเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด โดยมีการใช้นวัตกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีใหม่ ความรู้ขั้นสูง หรือรูปแบบธุรกิจใหม่เป็นแกนหลักในการดำเนินธุรกิจ” แต่ไม่ใช่ทุกธุรกิจสตาร์ตอัปจะได้สิทธิประโยชน์ตามกฎหมายนี้ ผู้ที่จะได้รับการส่งเสริมต้องเป็น “บริษัทสตาร์ตอัป” (มีคุณสมบัติตามที่กำหนด) และต้องได้รับการขึ้นทะเบียน และประกาศรายชื่อจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติให้เป็นธุรกิจสตาร์ตอัปที่ได้รับสิทธิและประโยชน์
ทั้งนี้ ร่างกฎหมายกำหนดคุณสมบัติของธุรกิจที่มีสิทธิขอรับสิทธิและประโยชน์ไว้ชัดเจน 4 ข้อ (มาตรา 19) ดังนี้
(1) เป็นบริษัทจำกัดที่มีอายุตั้งแต่จดทะเบียนจัดตั้งจนถึงวันที่ยื่นแบบคำรับรองไม่เกิน 10 ปี
(2) รายได้เฉลี่ยต่อปีไม่เกิน 300 ล้านบาท คำนวณจากรายได้เฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีติดต่อกัน
(3) บริษัทต้องไม่เคยจ่ายเงินปันผล และ
(4) ไม่ถูกควบคุมโดยบริษัทอื่น คือต้องไม่ใช่ Subsidiary ของบริษัทใหญ่ เว้นแต่บริษัทแม่เป็นสตาร์ตอัปด้วยกัน หรือเป็นบริษัทที่มหาวิทยาลัยจัดตั้งหรือร่วมจัดตั้งเพื่อส่งเสริมการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์
ส่วนกระบวนการลงทะเบียนร่างกฎหมายออกแบบกระบวนการให้เข้าถึงง่าย โดยผ่านกระบวนการยื่นแบบคำรับรองผ่านกลไก “Self-Certification” คือผู้ประกอบการรับรองตนเอง และถ้าเอกสารครบก็จะได้รับการประกาศรายชื่อทันที
สิทธิและประโยชน์ที่บริษัทสตาร์ตอัปจะได้รับ
กฎหมายฉบับนี้ให้สิทธิประโยชน์เป็น 2 กลุ่มหลัก ดังนี้
กลุ่มที่ 1 สิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งเป็นแก่นหลักของกฎหมายที่มีจุดประสงค์ “ปลดล็อค” ข้อจำกัดทางกฎหมายที่สำคัญ
กลุ่มที่ 2 สิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งกลุ่มนี้เป็นการเชื่อมโยงกับกฎหมายอื่น ๆ และการสนับสนุนจากภาครัฐ
ภายใต้กฎหมายฉบับนี้ บริษัทสตาร์ตอัปที่ได้รับการส่งเสริมจะได้รับสิทธิเป็นระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ได้รับการประกาศรายชื่อ (อาจขยายได้สูงสุด 10 ปี สำหรับธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีเชิงลึกด้านเกษตรหรือด้านอื่นตามที่กำหนด)
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
