กฎหมายใหม่
กฎหมายใหม่ ฉบับกุมภาพันธ์ 2569
รังสรรค์ หลวงเมือง
ฉบับนี้ขอรวบรวมประเด็นหลักกฎหมายหักลดหย่อนภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา (ตอนที่ 3) มาให้กับผู้อ่านได้ศึกษาและทบทวนกัน
ตามประมวลรัษฎากรได้กำหนดให้บุคคลธรรมดาสามารถหักค่าลดหย่อนเพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีของผู้มีเงินได้พึงประเมิน แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ซึ่งยังเหลืออีก 2 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่มที่ 3 ค่าลดหย่อนเกี่ยวกับการบริจาค
- กลุ่มหักได้เท่าจำนวนที่บริจาค แต่ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินที่เหลือนั้น
ลดหย่อนบริจาคตามมาตรา 47 (7) แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อได้หักลดหย่อนตาม (1) (2) (3) (4) (5) หรือ (6) แล้วเหลือเท่าใด ให้หักลดหย่อนได้อีกสำหรับเงินบริจาคดังต่อไปนี้ โดยให้หักได้เท่าจำนวนที่บริจาค แต่ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินที่เหลือนั้น
(ก) เงินที่บริจาคแก่สถานพยาบาลและสถานศึกษาของทางราชการ
(ข) เงินที่บริจาคเป็นสาธารณประโยชน์แก่องค์การหรือสถานสาธารณกุศล หรือแก่สถานพยาบาล และสถานศึกษาอื่นนอกจากที่กล่าวใน (ก) ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ได้แก่
1) สภากาชาดไทย วัดวาอาราม สถานพยาบาลขององค์การของรัฐบาล หรือสถานศึกษาของรัฐ แต่ไม่รวมถึงสถานศึกษาของทางราชการ เป็นองค์การสถานสาธารณกุศล สถานพยาบาล และสถานศึกษา
2) สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน สถานศึกษาที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทยตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับทบวงการชำนัญพิเศษแห่งสหประชาชาติ หรือสถาบันอุดมศึกษาซึ่งคณะกรรมการพัฒนาการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศอนุมัติโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 29/2560 เรื่อง การส่งเสริมการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ ลงวันที่ 26 พฤษภาคม พุทธศักราช 2560 หรือโรงเรียนเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน แต่ไม่รวมถึงโรงเรียนนอกระบบตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน เป็นองค์การสถานสาธารณกุศล สถานพยาบาล และสถานศึกษา
3) หอสมุด ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ของเอกชนที่เปิดให้ใช้เป็นการสาธารณะโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ค่าทำนุบำรุงหรือเงินสนับสนุนใด ๆ และหอสมุด ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ของทางราชการ เป็นองค์การสถานสาธารณกุศล สถานพยาบาล และสถานศึกษา
4) กองทุนผู้สูงอายุตามกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุ และสถานพักฟื้น บำบัดและฟื้นฟูเด็ก คนชรา ผู้พิการของเอกชนที่ไม่เก็บค่าใช้จ่าย ค่าทำนุบำรุงหรือเงินสนับสนุนใด ๆ หรือสถานพักฟื้น บำบัด ฟื้นฟูเด็ก คนชรา ผู้พิการของทางราชการ เป็นองค์การสถานสาธารณกุศล สถานพยาบาล และสถานศึกษา
5) ดูรายชื่อองค์การสถานสาธารณกุศล ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีจำนวน 1,054 แห่ง
ลดหย่อนตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร แต่เมื่อรวมกับเงินบริจาคตามมาตรา 47 (7) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักลดหย่อน
• ข้อ 2 (68) ลดหย่อนเท่าจำนวนเงินที่ได้บริจาคให้แก่การกีฬาแห่งประเทศไทยเพื่อส่งเสริมการกีฬา คณะกรรมการกีฬาจังหวัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการกีฬาแห่งประเทศไทยเพื่อส่งเสริมกีฬาในจังหวัด กรมพลศึกษาเพื่อการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียน หรือสมาคมกีฬาจังหวัดหรือสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยที่จัดตั้งขึ้นโดยได้รับอนุญาตจากการกีฬาแห่งประเทศไทยเพื่อการกีฬา
• ข้อ 2 (70) ลดหย่อนเงินได้เท่าจำนวนที่บริจาคให้แก่ส่วนราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติอื่น
ข้อ 2 (88) ลดหย่อนเงินได้เท่าจำนวนเงินที่บริจาคให้แก่กรมศิลปากรเพื่อการบูรณะโบราณสถาน โบราณวัตถุ และศิลปวัตถุตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 424 ) พ.ศ. 2547
• ลดหย่อนสำหรับการบริจาคให้แก่กองทุนสวัสดิการที่จัดตั้งขึ้นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ เท่าจำนวนเงินที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับเงินบริจาคตามมาตรา 47 (7) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักลดหย่อนดังกล่าวนั้น
พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 428) พ.ศ. 2548
• ลดหย่อนสำหรับการบริจาคให้แก่กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ กองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม กองทุนคุ้มครองเด็กตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก หรือกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติที่จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542 เท่าจำนวนเงินที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับเงินบริจาคตามมาตรา 47 (7) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักลดหย่อนนั้น
พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 527) พ.ศ. 2554
• ลดหย่อนสำหรับการบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติอื่นที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป โดยมีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเป็นตัวแทนรับเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติอื่นนั้น เท่าจำนวนเงินที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับเงินบริจาคตามมาตรา 47 (7) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักลดหย่อนนั้น
พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 594) พ.ศ. 2558
• ลดหย่อนสำหรับการบริจาคให้แก่กองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ เท่าจำนวนเงินที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับเงินบริจาคตามมาตรา 47 (7) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักลดหย่อนนั้น
พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 619) พ.ศ. 2559
• ลดหย่อนสำหรับการบริจาคให้แก่กองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการจัดตั้งขึ้น เท่าจำนวนเงินที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับเงินบริจาคตามมาตรา 47 (7) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักลดหย่อนนั้น
- กลุ่มได้สิทธิ 2 เท่าของเงินบริจาค แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักลดหย่อน (รวมทุกรายการที่ได้สิทธิ 2 เท่า แต่ไม่เกินร้อยละ 10)
พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 515) พ.ศ. 2554
• การบริจาคให้แก่สถานศึกษาของทางราชการ สถานศึกษาขององค์การของรัฐบาล โรงเรียนเอกชนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน หรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน เพื่อใช้ในการจัดหาหนังสือหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่งเสริมการอ่าน
พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 519) พ.ศ. 2554
• การบริจาคเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดให้คนพิการได้รับสิทธิเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จากสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะ ตลอดจนสวัสดิการและความช่วยเหลืออื่นจากรัฐตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 520) พ.ศ. 2554
• การบริจาคเงินให้แก่กองทุนพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการจัดตั้งขึ้น
พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 526) พ.ศ. 2554
• บริจาคให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กหรือสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 541) พ.ศ. 2555
• สำหรับเงินได้ที่บริจาคให้แก่โครงการฝึกอบรมอาชีพและการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบำบัด แก้ไข ฟื้นฟู และสงเคราะห์เด็กและเยาวชนของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน หรือศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนในกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม
พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 615) พ.ศ. 2559
• สำหรับการบริจาคให้แก่กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมตามกฎหมายว่าด้วยวัฒนธรรมแห่งชาติ กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัยตามกฎหมายว่าด้วยส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย กองทุนส่งเสริมงานจดหมายเหตุตามกฎหมายว่าด้วยจดหมายเหตุแห่งชาติ หรือกองทุนโบราณคดีตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 663) พ.ศ. 2561
• สำหรับการบริจาคให้แก่สถานพยาบาลของทางราชการที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป
พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 794) พ.ศ. 2568
• สำหรับการบริจาคเงินผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) ที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2569
พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 795) พ.ศ. 2568
• สำหรับการบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่สภากาชาดไทยหรือมูลนิธิจำนวน 26 แห่ง ที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2570
(1) มูลนิธิกาญจนบารมี
(2) มูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์
(3) มูลนิธิจุฬาภรณ์
(4) มูลนิธิชัยพัฒนา
(5) มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
(6) มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
(7) มูลนิธิโรคมะเร็ง โรงพยาบาลศิริราช
(8) มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก
(9) มูลนิธิโรงพยาบาลตำรวจ ในพระบรมราชินูปถัมภ์
(10) มูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ในพระสังฆราชูปถัมภ์
(11) มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
(12) มูลนิธิโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช
(13) มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี
(14) มูลนิธิโรงพยาบาลเลิดสิน ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
(15) มูลนิธิโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
(16) มูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์
(17) มูลนิธิโรงพยาบาลสงฆ์
(18) มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กองทัพเรือ ในพระบรมราชินูปถัมภ์
(19) มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
(20) มูลนิธิโรงพยาบาลหาดใหญ่
(21) มูลนิธิศรีสวางควัฒน ในพระอุปถัมภ์สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี
(22) มูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติ
(23) มูลนิธิสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ
(24) มูลนิธิสนับสนุนสถาบันประสาทวิทยา
(25) มูลนิธิสมเด็จพระปิ่นเกล้า
(26) ศิริราชมูลนิธิ
กลุ่มที่ 4 กลุ่มกองทุนและนโยบายของรัฐบาล
ค่าซื้อหน่วยลงทุนเงินในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (Retirement Mutual Fund) (RMF) ตามข้อ 2 (55) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 401) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนและการถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ลงวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2564
• เงินได้เท่าที่จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวม RMF ในอัตราไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินได้พึงประเมิน เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 500,000 บาท สำหรับปีภาษีนั้น
• ผู้มีเงินได้ต้องถือหน่วยลงทุนดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี นับตั้งแต่วันซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรก
• ไถ่ถอนหน่วยลงทุนนั้นเมื่อผู้มีเงินได้มีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีบริบูรณ์ เว้นแต่ผู้มีเงินได้ไถ่ถอนหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพเพราะเหตุทุพพลภาพหรือตาย
• ต้องซื้อหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่าปีละ 1 ครั้ง และต้องไม่ระงับการซื้อหน่วยลงทุนเป็นเวลาเกินกว่า 1 ปี ติดต่อกัน
• ต้องไม่ได้รับเงินปันผลหรือเงินอื่นใดจากกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพในระหว่างการลงทุน และต้องได้รับคืนเงินลงทุนและผลประโยชน์จากกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพเมื่อมีการไถ่ถอนหน่วยลงทุนเท่านั้น
• ต้องไม่กู้ยืมเงินหรือเบิกเงินจากกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพที่ผู้มีเงินได้ได้ซื้อหน่วยลงทุนไว้
การลดหย่อนค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืนของไทย (Thailand ESG Fund) ตามข้อ 2 (105) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 458) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับการลงทุนในกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน ลงวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568
• เงินได้ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวม Thai ESG ผู้มีเงินได้ต้องซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมดังกล่าวมีจำนวนรวมกันไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินได้พึงประเมินที่ได้รับซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้ในปีภาษีนั้น ระหว่างวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2567 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2569 ผู้มีเงินได้ต้องซื้อหน่วยลงทุนดังกล่าวมีจำนวนรวมกันไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินได้พึงประเมินที่ได้รับซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้ในปีภาษีนั้น ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 300,000 บาท สำหรับปีภาษีนั้น
• ต้องถือหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันซื้อหน่วยลงทุน ไม่รวมกรณีทุพพลภาพหรือตาย
• กรณีทุพพลภาพ ต้องเป็นกรณีที่แพทย์ที่ทางราชการรับรองได้ตรวจและแสดงความเห็นว่าผู้ถือหน่วยลงทุนทุพพลภาพจนไม่สามารถประกอบอาชีพซึ่งก่อให้เกิดเงินได้ที่จะนำมาซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนได้อีกต่อไป
• ไม่รวมห้างหุ้นส่วนสามัญ คณะบุคคล กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง
การลดหย่อนค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน ภายใต้โครงการจัดการกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (Thailand ESGX Fund) ตามข้อ 2 (105) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 458) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับการลงทุนในกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน ลงวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568
• ผู้มีเงินได้ต้องซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมดังกล่าวมีจำนวนรวมกันไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินได้พึงประเมินที่ได้รับซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้ในปีภาษีนั้น ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 300,000 บาทสำหรับปีภาษีนั้น และได้ซื้อหน่วยลงทุนนั้นภายใน 2 เดือน นับตั้งแต่วันที่เปิดขายหน่วยลงทุนในกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนดังกล่าวครั้งแรก แต่ไม่เกินวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568
• สำหรับปีภาษี 2568 กรณีผู้มีเงินได้ซื้อหน่วยลงทุนตามวรรคหนึ่งเกินร้อยละ 30 ของเงินได้พึงประเมินที่ได้รับซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้ในปีภาษีนั้น หรือเกิน 300,000 บาท ผู้มีเงินได้ไม่มีสิทธินำเงินลงทุนส่วนเกินดังกล่าวไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับการซื้อหน่วยลงทุนในกองทุน Thai ESG
• กรณีผู้มีเงินได้มีความประสงค์จะโอนการลงทุนในหน่วยลงทุนในกองทุน Thai ESGX ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนไปยังกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนอีกกองทุนหนึ่ง และไม่ว่าจะโอนไปยังกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนกองทุนเดียวหรือหลายกองทุน ผู้มีเงินได้จะต้องโอนการลงทุนไปยังกองทุน Thai EsgX เท่านั้น
• ผู้มีเงินได้ต้องถือหน่วยลงทุนในกองทุน 5 ปี นับตั้งแต่วันซื้อหน่วยลงทุน ไม่รวมถึงกรณีที่ผู้มีเงินได้ไถ่ถอนหน่วยลงทุนในกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน เพราะเหตุทุพพลภาพหรือตาย
• กรณีทุพพลภาพต้องเป็นกรณีที่แพทย์ที่ทางราชการรับรองได้ตรวจและแสดงความเห็นว่าผู้ถือหน่วยลงทุนทุพพลภาพจนไม่สามารถประกอบอาชีพซึ่งก่อให้เกิดเงินได้ที่จะนำมาซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนได้อีกต่อไป
การลดหย่อนผู้มีเงินได้ซึ่งได้ถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาวตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (LTF) และได้ถูกสับเปลี่ยนเป็นหน่วยลงทุนในกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนภายใต้โครงการจัดการกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (Thai ESGX) ตามข้อ 2 (107) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 458) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับการลงทุนในกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน ลงวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568
• ให้ผู้มีเงินได้ลดหย่อนได้เท่ากับจำนวนมูลค่าหน่วยลงทุนที่สับเปลี่ยนดังกล่าว แต่ไม่เกิน 500,000 บาท เป็นระยะเวลาดังนี้
(ก) ปีภาษี 2568 ให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 300,000 บาท
(ข) ปีภาษี 2569 ถึงปีภาษี 2572 ให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้เฉพาะส่วนที่เกิน 300,000 บาท แต่ไม่เกิน 500,000 บาท โดยให้ใด้รับยกเว้นเป็นจำนวนเท่า ๆ กันในแต่ละปีภาษี
• ต้องนำหน่วยลงทุนในกองทุน LTF ทั้งหมดที่ถืออยู่ ณ วันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2568 มาสับเปลี่ยนเป็นหน่วยลงทุนในกองทุน Thai ESGX
• กรณีผู้มีเงินได้ถือหน่วยลงทุนในกองทุน LTF กองทุนเดียวหรือหลายกองทุน ให้ถือราคาของหน่วยลงทุน ณ วันที่ผู้มีเงินได้ได้แจ้งความประสงค์การสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนต่อบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนของแต่ละกองทุน
• ต้องแจ้งความประสงค์การสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนต่อบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนภายใน 2 เดือน นับตั้งแต่วันที่เปิดขายหน่วยลงทุนในกองทุน Thai ESGX ครั้งแรก แต่ไม่เกินวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568
• ต้องถือหน่วยลงทุนซึ่งถูกสับเปลี่ยนเป็นหน่วยลงทุนในกองทุน Thai ESGX เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ผู้มีเงินได้แจ้งความประสงค์การสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนในแต่ละกองทุน แต่ไม่รวมถึงกรณีทุพพลภาพหรือตาย
• กรณีผู้มีเงินได้มีความประสงค์จะโอนการลงทุนในหน่วยลงทุนในกองทุน Thai ESGX ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนไปยังกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนอีกกองทุนหนึ่ง และไม่ว่าจะโอนไปยังกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนกองทุนเดียวหรือหลายกองทุน ผู้มีเงินได้จะต้องโอนการลงทุนไปยังกองทุน Thai ESGX เท่านั้น
• ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล และกองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง
ลดหย่อนการท่องเที่ยวภายในประเทศตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 401 (พ.ศ. 2568) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร
• ให้บุคคลธรรมดานำเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าที่พักโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม ค่าที่พักโฮมสเตย์ไทย ค่าที่พักในสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม หรือค่าบริการของร้านอาหาร สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ถึงวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท
1. เฉพาะกรณีที่ผู้มีเงินได้ได้รับใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ที่ได้จัดทำในรูปแบบกระดาษหรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา 3 โสฬส แห่งประมวลรัษฎากร ( e-Tax invoice) (100,000 แรก)
2. ในกรณีที่ผู้มีเงินได้จ่ายค่าที่พักหรือค่าบริการตามข้อ 1. เกิน 10,000 บาท ให้เงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าที่พักหรือค่าบริการดังกล่าวตามจำนวนที่จ่ายจริงในส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 10,000 บาท นำมาลดหย่อนได้ เฉพาะกรณีที่ผู้มีเงินได้ได้รับใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ที่ได้จัดทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา 3 โสฬส แห่งประมวลรัษฎากร ( e-Tax invoice) (อีก 10,000 บาท)
3. ในกรณีที่ผู้มีเงินได้จ่ายค่าที่พักหรือค่าบริการตามข้อ 1 หรือข้อ 2 สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดท่องเที่ยวรอง ให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นจากข้อ 1 หรือข้อ 2 อีกเป็นจำนวนร้อยละ 50 ของค่าที่พักหรือค่าบริการที่ได้จ่ายไปสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดท่องเที่ยวรอง (รวมทั้งหมดตามจำนวนที่จ่ายจริงทั้งตามข้อ 1 ข้อ 2 และข้อ 3 ต้องไม่เกิน 30,000 บาท)
4. หลักฐานเป็นใบกำกับภาษีที่ได้จัดทำในรูปแบบกระดาษหรือใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ โดยต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้มีเงินได้ วัน เดือน ปี ที่เข้าพักหรือใช้บริการ และจังหวัดที่่ผู้มีเงินได้เข้าพักหรือใช้บริการ
“โฮมสเตย์ไทย” หมายความว่า สถานที่พักชั่วคราวซึ่งเจ้าของบ้านนำพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านมาดัดแปลงเป็นห้องพักและจัดบริการสิ่งอำนวยความสะดวกตามสมควร โดยเรียกค่าตอบแทนจากผู้พักอันมีลักษณะเป็นการประกอบกิจการเพื่อหารายได้เสริม และมีจำนวนไม่เกิน 4 ห้อง มีผู้พักรวมกันไม่เกิน 20 คน และได้ขึ้นทะเบียนกับกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
▪ “สถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม” หมายความว่า สถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
จังหวัดท่องเที่ยวรอง” ได้ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 401ฯ
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
