Cover Story
มาตรฐานการสอบบัญชีใหม่ ลดความซับซ้อน เพิ่มความคล่องตัวของธุรกิจ
ดร.วิทยา อรุณศิริเพ็ชร

วิชาชีพการสอบบัญชีกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อนักบัญชีและผู้สอบบัญชีทั้งประเทศ เมื่อคณะกรรมการมาตรฐานการสอบบัญชีและการให้ความเชื่อมั่นระหว่างประเทศ (IAASB) ได้อนุมัติมาตรฐานการสอบบัญชีฉบับใหม่ที่เรียกว่า International Standard on Auditing for Audits of Financial Statements of Less Complex Entities (ISA for LCE) ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2566 โดยมีผลบังคับใช้สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568
สำหรับประเทศไทย สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เผยแพร่ร่างมาตรฐานการสอบบัญชีสำหรับการตรวจสอบงบการเงินของกิจการที่มีความซับซ้อนน้อย (TSA for LCE) เพื่อรับฟังความคิดเห็น และเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 สภาวิชาชีพบัญชีได้ออกประกาศ มาตรฐานการสอบบัญชีสำหรับการตรวจสอบงบการเงินของกิจการที่มีความซับซ้อนน้อย (TSA for LCE) และบทแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานการสอบบัญชีสำหรับการตรวจสอบงบการเงินของกิจการที่มีความซับซ้อนน้อย ให้ถือปฏิบัติกับการตรวจสอบงบการเงินสำหรับกิจการที่มีความซับซ้อนน้อย สำหรับรอบบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ดังนั้นสำหรับกิจการที่มีความซับซ้อนน้อยตามรอบบัญชีปกติ (วันที่ 1 ม.ค. - 31 ธ.ค.) มาตรฐานการสอบบัญชีนี้จะมีผลเป็นทางเลือกที่จะนำมาพิจารณาการตรวจสอบงบการเงินปี 2569
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากกิจการขนาดเล็กและกิจการที่มีความซับซ้อนน้อยคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 90 ของกิจการทั้งหมดทั่วโลก และในประเทศไทยกิจการส่วนใหญ่เป็น SMEs และกิจการครอบครัวที่มีลักษณะไม่ซับซ้อน
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบสำคัญที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการนำ TSA for LCE มาใช้ในประเทศไทย ทั้งในเชิงโอกาสและความท้าทาย พร้อมข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติสำหรับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย
ที่มาและเหตุผลในการพัฒนามาตรฐาน
ความท้าทายของมาตรฐาน ISA ฉบับเต็ม
ตั้งแต่การดำเนินโครงการปรับปรุงมาตรฐาน ISA ให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น (Clarity Project) ในช่วงปี พ.ศ. 2548-2552 มาตรฐานการสอบบัญชีระหว่างประเทศได้รับการออกแบบให้สามารถใช้ได้กับการตรวจสอบกิจการทุกขนาดและทุกระดับความซับซ้อน อย่างไรก็ตาม จากการทบทวนหลังการนำมาตรฐานไปใช้ที่เสร็จสิ้นในปี พ.ศ. 2556 พบว่ามีข้อกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการปรับขนาด (Scalability) และความเหมาะสมตามสัดส่วน (Proportionality) ของข้อกำหนดภายในมาตรฐาน ISA
ผู้มีส่วนได้เสียหลายฝ่ายแสดงความกังวลว่าปริมาณและความซับซ้อนของมาตรฐานอาจส่งผลให้เกิดความท้าทายในการสอบบัญชีกิจการที่มีความซับซ้อนน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมาตรฐานสำคัญหลายฉบับได้รับการปรับปรุงให้มีความละเอียดและซับซ้อนมากขึ้น เช่น มาตรฐาน ISA 540 (ฉบับปรับปรุง) เกี่ยวกับการสอบบัญชีประมาณการทางบัญชี และมาตรฐาน ISA 315 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2562) เกี่ยวกับการระบุและประเมินความเสี่ยงจากการแสดงข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ
กระบวนการพัฒนา ISA for LCE
IAASB ได้เริ่มต้นโครงการศึกษาเรื่องการสอบบัญชีกิจการที่มีความซับซ้อนน้อยอย่างจริงจังในปี พ.ศ. 2562 โดยเผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นในเดือนเมษายน พ.ศ. 2562 ซึ่งสำรวจทางเลือกต่าง ๆ ในการจัดการกับความท้าทายในการประยุกต์ใช้มาตรฐาน ISA กับกิจการดังกล่าว
จากความคิดเห็นที่ได้รับ IAASB ตัดสินใจดำเนินการใน 2 แนวทางคู่ขนาน คือ (1) การจัดการกับประเด็นความซับซ้อน ความเข้าใจได้ ความสามารถในการปรับขนาด และความเหมาะสมตามสัดส่วนในมาตรฐาน ISA โดยรวม และ (2) การพัฒนามาตรฐานแยกต่างหากสำหรับการสอบบัญชีกิจการที่มีความซับซ้อนน้อย
ร่างมาตรฐาน ISA for LCE ฉบับแรกได้รับการเผยแพร่เพื่อรับฟังความคิดเห็นในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2564 และได้รับความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย 145 ฉบับ ภายหลังจากการปรับปรุงตามความคิดเห็นที่ได้รับอย่างละเอียดถี่ถ้วน IAASB ได้อนุมัติมาตรฐาน ISA for LCE ฉบับสุดท้ายในเดือนกันยายน พ.ศ. 2566
ลักษณะเด่นของมาตรฐาน TSA for LCE
การออกแบบเป็นมาตรฐานที่ใช้งานได้อิสระ
มาตรฐาน TSA for LCE ได้รับการออกแบบให้เป็นมาตรฐานที่สามารถใช้งานได้โดยอิสระและครบถ้วนในตัวเอง (Stand-alone Standard) โดยไม่จำเป็นต้องอ้างอิงไปยังข้อกำหนดหรือคำแนะนำในมาตรฐาน TSA ฉบับเต็ม ลักษณะเด่นที่สำคัญของมาตรฐาน TSA for LCE ประกอบด้วย 3 ประการหลัก และตารางเปรียบเทียบข้อแตกต่างของมาตรฐาน TSA for LCE กับ TSA ฉบับเต็ม ดังนี้
1. โครงสร้างตามลำดับขั้นตอนการทำงาน มาตรฐานเรียงตามลำดับขั้นตอนของการสอบบัญชี โดยจัดกลุ่มข้อกำหนดและคำอธิบายที่เกี่ยวข้องเป็น “ส่วน” ต่าง ๆ และจัดเรียงตามลำดับการทำงานจริง ซึ่งแตกต่างจากมาตรฐาน TSA ที่จัดกลุ่มตามหัวข้อเรื่อง มาตรฐานประกอบด้วยส่วนสำคัญคือ ส่วนเกี่ยวกับอำนาจการใช้มาตรฐาน ส่วนที่ 1-9 ที่ครอบคลุมตั้งแต่การตกลงรับงานจนถึงการรายงาน และส่วนที่ 10 สำหรับการสอบบัญชีงบการเงินรวมของกลุ่มกิจการ
2. หลักการเขียนที่เน้นความชัดเจน มาตรฐานใช้หลักการเขียนที่เน้นความชัดเจนและความกระชับ โดยหลีกเลี่ยงการใช้รายการแบบหลายชั้นหรือรายการยาว ๆ มาตรฐานใช้การลำดับตัวเลขที่เรียบง่าย จำกัดจำนวนหัวข้อย่อย และนำเสนอแนวคิดหนึ่งแนวคิดต่อหนึ่งย่อหน้า
3. คำอธิบายที่จำเป็น มาตรฐานรวมเฉพาะ “คำอธิบายสำคัญ” (Essential Explanatory Material : EEM) ในตัวมาตรฐานเอง โดยจำกัดเฉพาะกรณีที่คำอธิบายมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเข้าใจหรือการประยุกต์ใช้ข้อกำหนด
ตารางเปรียบเทียบข้อแตกต่างของมาตรฐาน TSA for LCE กับ TSA ฉบับเต็ม
คุณลักษณะ | TSA for LCE | TSAs ฉบับเต็ม |
โครงสร้าง | มาตรฐานเดียว 10 ส่วน | 37 มาตรฐานแยกจากกัน |
การบังคับใช้ | สำหรับการตรวจสอบกิจการที่มีความซับซ้อนน้อยเท่านั้น | สำหรับการตรวจสอบกิจการทั้งหมด |
เนื้อหาคำอธิบาย | รวมอยู่กับข้อกำหนด (EEM) | แยกเป็นส่วนคำอธิบายต่างหาก |
ความยาว | สั้นและกระชับกว่าอย่างมีนัยสำคัญ | ครอบคลุมและมีความยาวมาก |
ข้อกำหนดที่ถูกตัดออก | เรื่องที่ซับซ้อน เช่น การสื่อสารเรื่องสำคัญในการตรวจสอบในรายงานของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (Key Audit Matters :KAMs), การตรวจสอบกลุ่มกิจการที่ซับซ้อน | ครอบคลุมทุกเรื่องที่ซับซ้อน |
ตัวอย่างประกอบความเข้าใจ | มุ่งเน้นที่กิจการที่มีความซับซ้อนน้อยโดยเฉพาะ | ครอบคลุมกิจการหลากหลายประเภท |
ภาษา | เรียบง่ายและมุ่งเน้นผลลัพธ์ | เป็นทางการและเน้นรายละเอียดของ |
ขอบเขตการใช้และคำจำกัดความ
มาตรฐานกำหนดขอบเขตผ่าน 3 มิติหลัก ดังนี้
ข้อห้ามเฉพาะเจาะจง มาตรฐานห้ามใช้กับกิจการ 7 ประเภท ได้แก่
(1) กิจการที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
(2) สถาบันการเงินรับฝาก
(3) บริษัทประกันภัย
(4) กองทุนผลประโยชน์พนักงาน
(5) กองทุนรวมและกองทุนการลงทุน
(6) กิจการที่กฎหมายห้ามใช้โดยเฉพาะเจาะจง และ
(7) การสอบบัญชีงบการเงินรวมของกลุ่มกิจการ เว้นแต่จะตรงตามเงื่อนไขข้อยกเว้นบางประการ
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
