Tax Tips for HR
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
วินัย ปณิธานรักษ์ชัย
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ ภาษีที่จัดเก็บจากบุคคลทั่วไปหรือจากหน่วยภาษีที่มีลักษณะพิเศษตามที่กฎหมายกำหนดและมีรายได้เกิดขึ้นตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยปกติภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นภาษีที่จัดเก็บเป็นรายปี กล่าวคือ รายได้ที่เกิดขึ้นในปีใด ผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องนำไปแสดงรายการตามแบบแสดงรายการภาษีที่กำหนดคือภายในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมของปีถัดไป หากไม่ยื่นแบบหรือยื่นล่าช้าอาจมีภาระเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมาย
ในทางปฏิบัติ ช่วงเวลาการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาถือเป็นช่วงสำคัญที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับทั้งพนักงานและองค์กร โดยเฉพาะฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการจัดเตรียมข้อมูลด้านรายได้ การหักภาษี ณ ที่จ่าย เอกสารประกอบ เช่น หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (แบบ 50 ทวิ) รวมถึงการให้คำแนะนำเบื้องต้นแก่พนักงาน เพื่อให้สามารถยื่นแบบแสดงรายการภาษีได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และทันตามกำหนดเวลา
ดังนั้นเพื่อช่วยให้ทั้งพนักงานและฝ่าย HR สามารถบริหารจัดการภาระภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้จึงขอสรุปหลักเกณฑ์สำคัญสำหรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติในช่วงฤดูกาลยื่นภาษีนี้
1. ใครมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ?
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้แก่ ผู้ที่มีเงินได้เกิดขึ้นระหว่างปีที่ผ่านมาโดยมีสถานะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้
1) บุคคลธรรมดา
2) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล
3) ผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษี
4) กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง
5) วิสาหกิจชุมชนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน เฉพาะที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล
2. เมื่อมีเงินได้เกิดขึ้นแล้ว ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องทำอะไรบ้าง ?
1. กรณีเป็นผู้มีเงินได้ที่ไม่มีเลขประจำตัวประชาชน ได้แก่ เป็นคนต่างด้าวหรือกองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง ต้องขอมีเลขและบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีภายใน 60 วัน นับแต่วันที่มีเงินได้เกิดขึ้น ส่วนผู้มีเงินได้ที่มีเลขประจำตัวประชาชนสามารถใช้เลขประจำตัวประชาชนแทนเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรได้โดยไม่ต้องขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรอีก ผู้มีเงินได้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพมหานครอาจยื่นคำร้อง ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้ง 30 แห่ง หรือสำนักสรรพากรพื้นที่สาขา (อำเภอ) ทุกแห่ง สำหรับในต่างจังหวัดยื่นคำขอได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ (จังหวัด) และสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา (อำเภอ) ทุกแห่ง แล้วแต่กรณี
2. กรณีมีเงินได้ตามมาตรา 40 (1) เพียงประเภทเดียว ยื่นแบบแสดงรายการปกติปีละ 1 ครั้ง เงินได้ของปีใดก็ยื่นแบบฯ กระดาษภายในวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป กรณียื่นผ่านอินเทอร์เน็ตขยายเวลาได้อีก 8 วัน เว้นแต่เงินได้ตามมาตรา 40 (2) - 40 (8) เช่น การให้เช่าทรัพย์สิน เงินได้จากวิชาชีพอิสระ เงินได้จากการรับเหมา เงินได้จากธุรกิจการพาณิชย์ เป็นต้น จะต้องยื่นแบบฯ กลางปี สำหรับเงินได้ที่เกิดขึ้นใน 6 เดือนแรก หากยื่นกระดาษภายใน 30 กันยายนของทุกปี หากยื่นอินเทอร์เน็ตขยายเวลาได้อีก 8 วัน
3. เงินได้อะไรบ้างที่ต้องเสียภาษี ?
ตามกฎหมาย เงินได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เรียกว่า “เงินได้พึงประเมิน” หมายถึง เงินได้ของบุคคลใด ๆ หรือหน่วยภาษีใดข้างต้นที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคมของปีใด ๆ หรือเงินได้ที่เกิดขึ้นในปีภาษี ได้แก่
- เงิน
- ทรัพย์สินซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงินที่ได้รับจริง
- ประโยชน์ซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน
- เงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกให้
- เครดิตภาษีตามที่กฎหมายกำหนด
4. ผู้ที่มีเงินได้เกิดขึ้นในระหว่างปีภาษีมีหน้าที่ต้องยื่นแบบฯ เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทุกกรณีหรือไม่ ?
ผู้ที่มีเงินได้เกิดขึ้นระหว่างปีภาษีจะมีหน้าที่ต้องยื่นแบบฯ ก็ต่อเมื่อมีเงินได้ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ว่าเมื่อคำนวณภาษีแล้วจะมีภาษีต้องชำระเพิ่มเติมหรือไม่ก็ตาม ดังนี้
เกณฑ์เงินได้พึงประเมินขั้นต่ำที่ผู้มีเงินได้ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี
(1) บุคคลธรรมดาและผู้ถึงแก่ความตาย มีเงินได้พึงประเมินดังนี้
ประเภทเงินได้ | โสด | สมรส |
เงินเดือนเพียงอย่างเดียว | 120,000 | 220,000 |
เงินได้ประเภทอื่น | 60,000 | 120,000 |
(2) ห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคลหรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล มีเงินได้พึงประเมินเกิน 60,000 บาท
(3) กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง มีเงินได้พึงประเมินเกิน 60,000 บาท
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
