Cover Story
Strategic Inventory Management บริหารสินค้าคงคลังอย่างมีชั้นเชิง ขจัดต้นทุนแฝง เพิ่มกำไรให้ธุรกิจ
ดร.สิงห์ชัย อรุณวุฒิพงศ์
การจัดการสินค้าคงคลัง (Inventory Management) เป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของการบริหารธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจการผลิต การค้าส่ง และการค้าปลีก เนื่องจากสินค้าคงคลังเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนที่มีมูลค่าสูง และมีผลโดยตรงต่อสภาพคล่อง ต้นทุนการดำเนินงาน และความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า หากองค์กรมีสินค้าคงคลังมากเกินไปย่อมทำให้เกิดต้นทุนการถือครองสูง เช่น ค่าเช่าคลังสินค้า ค่าประกันภัย ค่าเสื่อมสภาพ และความเสี่ยงจากสินค้าล้าสมัย ในทางตรงกันข้าม หากมีสินค้าคงคลังน้อยเกินไปอาจทำให้เกิดปัญหาสินค้าขาดสต๊อก ส่งผลให้สูญเสียโอกาสทางการขายและความพึงพอใจของลูกค้า
สินค้าถือเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญของกิจการที่ดำเนินธุรกิจที่มีสินค้าเพื่อการจำหน่าย กิจการจึงต้องมีกระบวนการจัดการสินค้าคงคลัง ให้มีระบบที่มีประสิทธิภาพ การบริหารสินค้าคงคลังอย่างมีชั้นเชิงจึงเป็นหัวใจสำคัญในการขจัดต้นทุนแฝง (Hidden Costs) และเพิ่มกำไรสุทธิให้ธุรกิจ และในยุคดิจิทัลและการแข่งขันทางธุรกิจที่รุนแรง องค์กรจำเป็นต้องพัฒนากลยุทธ์การจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างต้นทุนและการให้บริการลูกค้า บทความนี้จึงมุ่งศึกษาความหมาย ความสำคัญ ประเภทของสินค้าคงคลัง ต้นทุนที่เกี่ยวข้อง และกลยุทธ์สำคัญในการจัดการสินค้าคงคลัง รวมถึงแนวโน้มการประยุกต์เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการบริหารสินค้าคงคลัง
ความหมายและความสำคัญของการบริหารสินค้าคงคลัง
การบริหารสินค้าคงคลัง (Inventory Management) คือ กระบวนการในการจัดการหรือควบคุมสินค้าที่อยู่ในคลังสินค้าของกิจการเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจมากที่สุด โดยกระบวนการจะรวมตั้งแต่การจัดลำดับสั่งซื้อสินค้า การจัดเก็บ การผลิต และจำหน่าย หรือกล่าวได้ว่าการบริหารสินค้าคงคลัง หมายถึง กระบวนการวางแผน ควบคุม และติดตามปริมาณสินค้าคงคลังเพื่อให้มีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าและการผลิตโดยใช้ต้นทุนต่ำที่สุด การบริหารสินค้าคงคลังที่ดีช่วยให้องค์กรสามารถลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน หากธุรกิจที่ไม่มีการบริหารสินค้าคงคลัง มักพบปัญหาเกี่ยวกับสินค้าหลากหลาย เช่น สินค้าคงเหลือค้างสต๊อกจนนำไปสู่ต้นทุนที่จมหายไปกลายเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นโดยใช่เหตุ สินค้าขาดสต๊อกทำให้ขาดโอกาสในการขายและอาจรุนแรงถึงสูญเสียลูกค้าคนสำคัญที่มีความภักดีในผลิตภัณฑ์ รวมถึงเปิดโอกาสให้ลูกค้าไปใช้สินค้าทดแทนที่เป็นคู่แข่ง พลาดโอกาสสร้างรายได้มหาศาล นับเป็นปัญหาที่หลายธุรกิจอาจต้องเผชิญ หากไม่มีการเตรียมตัวที่ดีมากพอ
ข้อเสียของการไม่บริหารสินค้าคงคลัง สำหรับธุรกิจที่ไม่ได้มีการบริหารสินค้าคงคลังอย่างเป็นระบบ อาจนำไปสู่ปัญหาที่กระทบหลายด้านของธุรกิจไม่ว่าจะเป็นด้านกำไรขาดทุน สภาพคล่อง และความน่าเชื่อถือของธุรกิจ เช่น
• สินค้าค้างสต๊อก เกิดปัญหาต้นทุนจม ไม่สามารถเปลี่ยนสินค้าเป็นเงินได้
• สินค้าไม่พอสำหรับขาย เสียโอกาสและส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ธุรกิจ
• สินค้าล้นสต๊อก ส่งผลต่อเรื่องสถานที่จัดเก็บ มีต้นทุนเพิ่มขึ้น
• สินค้าควบคุมยาก หากไม่มีระบบจัดการที่ดี การตรวจสอบสต๊อกสินค้ากลายเป็นเรื่องยาก
• สูญเสียสภาพคล่องทางการเงิน สั่งสินค้ามามากเกินไปจนขายไม่ทันจนกระทบต่อสภาพคล่อง ไม่สามารถเปลี่ยนสินค้าเป็นเงินได้เร็วมากพอ เป็นต้น
เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสต๊อกสินค้า ผู้ประกอบการควรเริ่มต้นให้ความสำคัญกับการทำระบบสินค้าคงคลัง
ความสำคัญของการบริหารสินค้าคงคลัง สรุปได้ดังนี้
1. ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน โดยเฉพาะต้นทุนการเก็บรักษาและต้นทุนการสั่งซื้อ
2. เพิ่มสภาพคล่องของกิจการ เนื่องจากลดการผูกเงินทุนไว้กับสินค้าคงคลัง
3. ป้องกันปัญหาสินค้าขาดสต๊อก ซึ่งอาจทำให้สูญเสียยอดขาย
4. เพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าจากการมีสินค้าพร้อมจำหน่าย
5. สนับสนุนการวางแผนการผลิตและการจัดซื้อให้มีประสิทธิภาพ
ประโยชน์ที่ได้รับจากการบริหารสินค้าคงคลัง การบริหารสินค้าคงคลังอย่างมีศักยภาพ ไม่เป็นเพียงการนับสินค้าที่อยู่ในโกดังเท่านั้น แต่คือ “การวางแผนเงินทุนหมุนเวียน” เพื่อให้มีกระแสเงินสดในการทำธุรกิจ ซึ่งการวางแผนที่ดีควรต้องรู้ต้นทุนที่แท้จริงของสินค้าและจุดสั่งซื้อซ้ำที่เหมาะสม ซึ่งประโยชน์ที่น่าสนใจ 3 ข้อประกอบไปด้วย 1. ช่วยลดต้นทุนการเก็บสินค้าที่เกินความจำเป็น 2. ป้องกันสินค้าขาดแคลนพลาดโอกาสขาย หรือช่วยลดโอกาสเกิดสินค้าค้างสต๊อกจนกลายเป็นทุนจม และ 3. มีเงินสดหมุนเวียนในธุรกิจมากขึ้น เปิดโอกาสให้สามารถนำเงินไปลงทุนหรือใช้ในจุดอื่นที่จำเป็นมากกว่า จากประโยชน์ข้างต้นแสดงให้เห็นว่าการบริหารสินค้าคงคลังเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจในระยะยาว ช่วยให้สามารถวางแผนธุรกิจได้ดีมากยิ่งขึ้น
ประเภทของสินค้าคงคลัง สินค้าที่ปรากฏในรายงานทางการเงินแบ่งตามลักษณะการใช้งานได้ 4 ประเภทดังนี้
1. วัตถุดิบ (Raw Materials) คือ วัสดุหรือส่วนประกอบที่ใช้ในการผลิตสินค้า เช่น เหล็ก ผ้า เม็ดพลาสติก หรือชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ การบริหารวัตถุดิบที่ดีช่วยให้กระบวนการผลิตดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
2. งานระหว่างทำหรือสินค้าระหว่างผลิต (Work in Process) คือ สินค้าที่อยู่ระหว่างกระบวนการผลิต ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ การควบคุมงานระหว่างทำช่วยลดระยะเวลาการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพของสายการผลิต
3. สินค้าสำเร็จรูป (Finished Goods) คือ สินค้าที่ผลิตเสร็จและพร้อมจำหน่ายให้ลูกค้า การบริหารสินค้าสำเร็จรูปมีความสำคัญต่อการตอบสนองความต้องการของตลาด
4. วัสดุสิ้นเปลืองหรือวัสดุโรงงาน (Supplies) คือ วัสดุที่ใช้สนับสนุนการผลิต เช่น บรรจุภัณฑ์ วัสดุทางอ้อม เป็นต้น
ข้อมูลที่ต้องมีเพื่อจัดการบริหารสินค้าคงคลัง กิจการที่มีสินค้าเพื่อการจำหน่ายนั้นจึงต้องจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าให้สะดวกต่อการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง การจัดการบริหารสินค้าคงคลังอย่างมืออาชีพ จำเป็นต้องมีข้อมูลที่ครอบคลุมครบถ้วนจึงจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ โดยข้อมูลที่ต้องมีประกอบไปด้วยหลัก 4 ส่วน ดังนี้
1. ข้อมูลสินค้า เช่น รหัสสินค้า สถานะสินค้า เพื่อให้สามารถจัดระบบสินค้าคงคลังได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
2. ข้อมูลต้นทุนสินค้า ใช้เป็นข้อมูลประกอบการวิเคราะห์กำไรของสินค้าแต่ละชิ้นเพื่อวางแผนการสต๊อกสินค้าได้
3. ข้อมูลความเคลื่อนไหวของสินค้า เช่น ยอดขายเฉลี่ย จำนวนคงเหลือ เป็นข้อมูลสำหรับใช้คำนวณหาจุดซื้อซ้ำและช่วยให้ทราบถึงจำนวนสินค้าที่อยู่ในคลัง
4. ข้อมูลการจัดซื้อ เช่น ระยะเวลาในการรอสินค้า เงื่อนไขการชำระเงิน เป็นอีกหนึ่งข้อมูลที่ต้องใช้เพื่อการคำนวณจุดซื้อซ้ำและสามารถใช้ข้อมูลด้านการชำระเงินเพื่อบริหารกระแสเงินสดได้ด้วย
ข้อมูลทั้ง 4 ส่วนนี้สามารถนำมาใช้วิเคราะห์ต่อยอดเพื่อการบริหารจัดการสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยลดปัญหาสินค้าขาดแคลนหรือเงินทุนจมได้
Strategic Inventory Management : จากการบริหารแบบเดิมสู่การบริหารเชิงกลยุทธ์
ประเด็นสำคัญ | การบริหารแบบเดิม | Strategic Inventory Management |
| 1. มุมมองต่อสินค้าคงคลัง | เน้นควบคุมจำนวนสินค้าและป้องกันสินค้าขาด | มองสินค้าคงคลังเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่ต้องสร้างสมดุลระหว่างต้นทุน สภาพคล่อง และการให้บริการ |
| 2. เป้าหมายการบริหาร | มีสินค้าเพียงพอและลดปัญหาสต๊อกขาด | รักษาระดับสต๊อกที่เหมาะสม ลด Overstock/Stockout และใช้เงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ |
| 3. การตัดสินใจ | อาศัยข้อมูลย้อนหลัง ประสบการณ์ หรือกฎที่กำหนดไว้ | ใช้ Demand Forecasting, Demand Variability, Lead Time และข้อมูลเชิงวิเคราะห์ประกอบการตัดสินใจ |
| 4. การกำหนดระดับสต๊อก | ใช้ระดับสต๊อกหรือจุดสั่งซื้อที่กำหนดไว้ | ปรับ Safety Stock และ Reorder Point ให้สอดคล้องกับความต้องการ ความผันผวน และระดับบริการ |
| 5. การบริหารต้นทุน | เน้นต้นทุนจัดซื้อและต้นทุนจัดเก็บ | มองต้นทุนโดยรวม รวมถึงเงินทุนที่ผูกอยู่ในสต๊อก สินค้าเกินความต้องการ และต้นทุนจาก Stockout |
| 6. การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี | ใช้ Excel หรือระบบพื้นฐาน และรายงานเป็นรอบ | ใช้ ERP, WMS, Analytics, AI และข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อเพิ่มความแม่นยำและความรวดเร็ว |
| 7. การเชื่อมโยงกับธุรกิจ | เน้นงานของฝ่ายคลังสินค้าและจัดซื้อ | เชื่อมโยง Demand, Supply, การจัดซื้อ การขาย การเงิน และ Supply Chain เพื่อสนับสนุนเป้าหมายธุรกิจ |
ที่มา: ASCM และ Oracle, แนวทาง Inventory Management และ Supply Chain Analytics
สิ่งที่ต้องรู้ในการบริหารสินค้าคงคลังที่ให้เงินไม่จม
การบริหารสินค้าคงคลังไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินกว่าเจ้าของกิจการจะเรียนรู้ ยิ่งในปัจจุบันสามารถใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วยจัดการในส่วนนี้ได้ การวางพื้นฐานการบริหารจัดการสต๊อกให้มีประสิทธิภาพมี 3 สิ่งที่ต้องรู้เป็นขั้นตอนเริ่มต้นก่อนไปปรับใช้ในการจัดการสต๊อกสินค้าของกิจการ
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
