Business Law
ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ ภาคธุรกิจควรเตรียมตัวอย่างไร
รับขวัญ ชลดำรงค์กุล
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ได้เผยแพร่ (ร่าง) พระราชบัญญัติว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ พ.ศ. .... ฉบับเต็ม (“ร่างฯ”) เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญของประเทศไทยในการออกกฎหมายกลางว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) แบบเป็นกฎหมายที่มีผลบังคับใช้แบบ Hard Law เป็นฉบับแรก หลังจากที่มีการออก Soft Law เป็นคำแนะนำมาตรฐานต่าง ๆ มาตลอด
ในปัจจุบัน กฎหมาย AI ของประเทศยังมีสถานะเป็นเพียง “ร่าง” ที่อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นเท่านั้น ซึ่งจากข้อมูลทางการที่สรุปการรับฟังความเห็นหลังจากการรับฟังความคิดเห็นเสร็จสิ้นไปแล้ว มีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นถึง 93 ราย ครอบคลุมทั้งผู้พัฒนา ผู้ประยุกต์ใช้ นักวิชาการ หน่วยงานของรัฐ และประชาชนทั่วไป อย่างไรก็ดี เนื้อหาของร่างฯ ย่อมปรับเปลี่ยนได้อีกก่อนเข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติ แต่บทความฉบับนี้อยากมาเล่าให้ผู้ประกอบการในวงกว้างได้ทำความเข้าใจหลักการสำคัญของร่างฯ ฉบับนี้ก่อน เพราะร่างฯ ฉบับนี้ส่งสัญญาณทิศทางการกำกับดูแล AI ของไทยไว้ชัดเจนแล้ว และผู้ที่ปรับตัวก่อนย่อมมีต้นทุนการปรับตัวต่ำกว่าผู้ที่รอให้กฎหมายประกาศใช้เสมอ
ภาพรวมของร่างฯ : กำกับตามระดับความเสี่ยง และให้ทั้ง “ไม้เรียว” และ “รางวัล”
ร่างฯ เดินตามแนวทางการกำกับดูแลตามระดับความเสี่ยง (Risk-based Approach) ในทำนองเดียวกับ EU AI Act โดยแบ่ง AI ออกเป็นกลุ่ม ดังนี้ (ก) กลุ่มความเสี่ยงต้องห้ามซึ่งห้ามนำมาใช้ เช่น ระบบที่ใช้เทคนิคแฝงเร้นชักจูงผู้ใช้โดยที่จิตสำนึกไม่ทันรู้ตัว หรือก่อการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมในวงกว้าง และ (ข) กลุ่มความเสี่ยงสูงซึ่งจะกำหนดชนิดหรือประเภทโดยพระราชกฤษฎีกาในภายหลัง พร้อมวางหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องแต่ละบทบาทไว้แยกจากกัน ซึ่งบทความฉบับนี้จะสรุปเป็น Checklist ให้ผู้ประกอบการพิจารณาใช้อ้างอิงด้วย
สำหรับขอบเขตการบังคับใช้ ร่างฯ ฉบับนี้กำหนดขอบเขตการบังคับใช้กว้างถึงขั้นครอบคลุมการกระทำนอกราชอาณาจักรที่มีผลกระทบต่อประชาชนในประเทศ โดยกำหนดให้ผู้ให้บริการต่างประเทศต้องมีผู้ประสานงานหรือตัวแทนในไทย
ส่วนด้านกรอบเวลา ร่างฯ กำหนดให้หมวดการควบคุมความเสี่ยง การควบคุมดูแล และเหตุการณ์ร้ายแรง มีผลเมื่อพ้น 180 วัน นับแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งก็คือระยะเวลาเตรียมตัวที่ธุรกิจจะมี
ด้วยโครงสร้างหลักของร่างฯ ผู้จัดทำต้องการทั้งควบคุมและส่งเสริมการใช้ปัญญาประดิษฐ์ กล่าวคือ ร่างฯ มิได้มีแต่มาตรการควบคุม หากยังจัดหมวดส่งเสริมไว้อย่างเป็นระบบ ทั้งโครงการทดสอบหรือ Regulatory Sandbox ศูนย์แบ่งปันข้อมูลเพื่อพัฒนา AI การกำหนดและรับรองมาตรฐานพร้อมเครื่องหมายรับรอง และการส่งเสริมแนวปฏิบัติที่ดีหรือกลไกกำกับดูแลตนเอง สะท้อนเจตนารมณ์ของผู้ยกร่างที่ต้องการสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมกับการคุ้มครองประชาชนอย่างแท้จริง
เจตนาดี แต่มี 3 ความไม่แน่นอนที่ผู้ประกอบการต้องวางแผน
ร่างฯ ฉบับนี้จัดทำขึ้นด้วยเจตนารมณ์ในการกำหนดกรอบการดำเนินการที่เหมาะสมเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากปัญญาประดิษฐ์ โดยที่ยังพยายามอย่างดีที่สุดที่จะไม่สร้างผลกระทบหรือเป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าของเทคโนโลยี แม้ร่างจะทำมาด้วยเจตนาที่ดี แต่ด้วยเนื้อหาของร่างฯ ฉบับปัจจุบันมีประเด็นความเสี่ยงและความไม่แน่นอน 3 ข้อที่ผู้ประกอบการควรจับตาและวางแผนเผื่อ ดังนี้
ประการที่ 1 : กรอบอำนาจกว้าง แต่รายละเอียดยังรอความชัดเจน ร่างฯ ให้เครื่องมือแก่หน่วยงานกำกับดูแลไว้ครบมือ ตั้งแต่การออกแนวทางกำกับความเสี่ยง การสั่งให้แก้ไขปรับปรุง ไปจนถึงการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อระงับบริการเป็นการชั่วคราว ซึ่งเข้าใจได้ในแง่ที่เทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วจนกฎหมายต้องมีความยืดหยุ่น แต่องค์ประกอบสำคัญหลายส่วนยังอยู่ระหว่างการกำหนด แม้แต่นิยามของ “สำนักงาน” ซึ่งจะเป็นหน่วยงานหลักในการบังคับใช้ ร่างฯ ก็ยังเว้นไว้ให้เติมภายหลัง
และคำถามที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ประกอบการ คือ AI ของเราจะจัดกลุ่มความเสี่ยงอยู่ที่ระดับใด ก็ต้องตอบว่า รายการ AI ความเสี่ยงต้องห้ามและความเสี่ยงสูงเองก็ยังไม่ได้รับการกำหนดอย่างชัดเจน โดยจะมีการไปกำหนดในพระราชกฤษฎีกา ผลทางปฏิบัติ คือ วันนี้ธุรกิจยังไม่อาจตอบได้เต็มปากว่าระบบของตนจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มใด ใครจะเป็นผู้กำกับ และต้นทุนการปฏิบัติตามกฎหมายจะเป็นเท่าใด ความไม่แน่นอนเช่นนี้เองที่กระทบการตัดสินใจลงทุนพัฒนา AI อย่างมาก
ประการที่ 2 : ยังไม่มีบทคุ้มครองระบบที่ใช้อยู่ก่อน ร่างฯ ปัจจุบันไม่มีบทเฉพาะกาลยกเว้นหรือผ่อนผันให้แก่ระบบ AI ที่พัฒนาหรือใช้งานอยู่ก่อนวันที่กฎหมายมีผล มีเพียงระยะเวลา 180 วันก่อนหมวดกำกับความเสี่ยงเริ่มบังคับ แปลเป็นภาษาธุรกิจได้ว่าระบบที่องค์กรลงทุนไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Chatbot บริการลูกค้า ระบบคัดกรองใบสมัครงาน หรือเครื่องมือประเมินสินเชื่อ เมื่อกฎหมายมีผลก็ต้องเข้าเกณฑ์เดียวกับระบบใหม่ทั้งหมด ยิ่งระบบฝังลึกในกระบวนการหลักมากเท่าใด ต้นทุนการรื้อปรับย้อนหลังยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น การออกแบบวันนี้โดยเผื่อมาตรฐานของวันพรุ่งนี้จึงประหยัดกว่าการแก้ไขย้อนหลังเสมอ
ประการที่ 3 : มาตรฐานกลางยังไม่ประกาศ หน้าที่หลักในร่างฯ เขียนไว้เป็นหลักการกว้าง ๆ เช่น ให้ระบบ “มีประสิทธิภาพ ความโปร่งใส การควบคุมได้โดยมนุษย์ และเป็นธรรม” ส่วนเกณฑ์ชี้วัดที่จับต้องได้จะตามมาในประกาศและมาตรฐานภายหลัง ทั้งนี้ ข้อดีคือร่างฯ เปิดช่องให้อ้างอิงมาตรฐานสากลและให้ภาคเอกชนเสนอร่างมาตรฐานอุตสาหกรรมของตนเองได้ วิธีการป้องกันความเสี่ยงของภาคเอกชนภายใต้กรอบของร่างฯ ฉบับนี้ จึงอาจเป็นการเข้าไปมีส่วนร่วมในการออกแบบมาตรฐานอุตสาหกรรมที่เหมาะสม ได้สัดส่วน และปฏิบัติจริงให้ได้มากที่สุด
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
