Tax Tips for HR
การคำนวณภาษี กรณีจ่ายสวัสดิการพนักงาน ค่ารักษาพยาบาล
วินัย ปณิธานรักษ์ชัย
การจัดสรรสวัสดิการภายในองค์กรโดยเฉพาะอย่างยิ่งสวัสดิการด้านการดูแลสุขภาพและค่ารักษาพยาบาล ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างแรงจูงใจและรักษาทรัพยากรบุคคลที่มีศักยภาพให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การจ่ายสวัสดิการเหล่านี้มีภาระผูกพันทางกฎหมายและภาษีอากรเข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรง หากองค์กรไม่มีความเข้าใจในหลักเกณฑ์การคำนวณและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด อาจนำไปสู่ความผิดพลาดในการยื่นแบบแสดงรายการภาษี การประเมินภาษีย้อนหลัง หรือการเสียสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ควรจะได้รับทั้งในฝั่งของพนักงานเองและองค์กรในฐานะนิติบุคคล
1. โครงสร้างกฎหมายภาษีอากรที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย
กฎหมายหลักที่ทำหน้าที่ควบคุมการจัดเก็บภาษีและกำหนดสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับการจ่ายสวัสดิการพนักงานคือ ประมวลรัษฎากร โดยมีการแบ่งการพิจารณาออกเป็น 2 ส่วนหลักอย่างชัดเจน ได้แก่
1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (Personal Income Tax) มุ่งเน้นไปที่มาตรา 39 และมาตรา 40 ซึ่งกำหนดคำนิยามของ “เงินได้พึงประเมิน” ว่า รวมถึงเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ ที่ได้รับอันอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน และมาตรา 42 ที่ว่าด้วยเงินได้พึงประเมินประเภทที่ได้รับยกเว้นภาษี
2. ภาษีเงินได้นิติบุคคล (Corporate Income Tax) มุ่งเน้นไปที่มาตรา 65 มาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี ซึ่งทำหน้าที่ระบุเกณฑ์การคำนวณกำไรสุทธิและข้อจำกัดเกี่ยวกับ “รายจ่ายต้องห้ามทางภาษี” (Non-deductible Expenses) ที่องค์กรไม่สามารถนำมาหักออกจากรายได้ได้
2. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากับสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลของพนักงาน
โดยทั่วไป ประโยชน์เพิ่มพูน (Fringe Benefits) ที่พนักงานได้รับจากนายจ้าง ไม่ว่าจะเป็นในรูปของเงินสดหรือการบริการ ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ที่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีปลายปี แต่สำหรับสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล กฎหมายได้ให้ข้อยกเว้นพิเศษเพื่อบรรเทาภาระของประชาชน
2.1 หลักเกณฑ์การยกเว้นภาษีตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 อ้างอิงตามกรมสรรพากรในมาตรา 42 (17) ประกอบกับข้อ 2 (4) (ก) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เงินได้ส่วนที่เป็นค่ารักษาพยาบาลที่นายจ้างจ่ายให้หรือจ่ายแทนลูกจ้าง จะได้รับสิทธิยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หากเข้าเงื่อนไขดังต่อไปนี้
o ขอบเขตบุคคลที่เป็นผู้ป่วย : 1) ตัวลูกจ้างเอง 2) สามีหรือภริยาของลูกจ้าง 3) บุพการี (บิดา-มารดา) ของลูกจ้างที่อยู่ในความอุปการะเลี้ยงดู 4) ผู้สืบสันดาน (บุตร) ของลูกจ้างที่อยู่ในความอุปการะเลี้ยงดู
o สถานที่รับการรักษาพยาบาล : ต้องเป็นการรักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นภายในประเทศไทยเท่านั้น ส่วนข้อยกเว้นสำหรับการรักษาในต่างประเทศจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อพนักงานผู้นั้นมีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลในต่างประเทศในระหว่างที่กำลังปฏิบัติงานตามหน้าที่ในต่างประเทศเป็นครั้งคราว เท่านั้น
2.2 ความหมายและขอบเขตคำว่า “ค่ารักษาพยาบาล” คำว่าค่ารักษาพยาบาลตามแนววินิจฉัยของกรมสรรพากร หมายถึง ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในสถานพยาบาลเพื่อการบำบัดรักษาโรค การฟื้นฟู และรวมถึง 1) ค่าห้องและค่าอาหารในโรงพยาบาล 2) ค่ายาและเวชภัณฑ์ 3) ค่าบริการทางการแพทย์และค่าผ่าตัด 4) การตรวจสุขภาพประจำปีจะได้รับยกเว้นภาษีหากเป็นการจัดให้แก่พนักงานทุกคนเป็นการทั่วไปตามระเบียบองค์กร 5) เงินช่วยเหลือค่าคลอดบุตร ถือเป็นส่วนหนึ่งของค่ารักษาพยาบาลและได้รับยกเว้นภาษีเช่นกัน
2.3 สิ่งที่ไม่ถือเป็นค่ารักษาพยาบาล (ต้องเสียภาษี) : 1) ค่าเบี้ยประกันภัยประเภทอื่นที่ไม่ใช่การคุ้มครองการรักษาพยาบาลโดยตรง 2) ค่าใช้จ่ายเพื่อการเสริมความงามที่ไม่ใช่การรักษาโรค 3) เงินช่วยเหลือค่าปลงศพหรือเงินชดเชยกรณีเสียชีวิต (มีหลักเกณฑ์ยกเว้นแยกต่างหาก แต่ไม่ใช่หมวดค่ารักษาพยาบาล)
3. ภาษีเงินได้นิติบุคคลกับสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลขององค์กร
ในฝั่งของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล การที่จะนำค่าใช้จ่ายในการจ่ายสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลมาหักเป็น “รายจ่ายทางภาษี” เพื่อลดกำไรสุทธิในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลนั้น จะต้องพิจารณาเงื่อนไขของกฎหมายอย่างรัดกุมตามระเบียบกรมสรรพากร
3.1 หลักการพิจารณารายจ่ายทั่วไป ค่าใช้จ่ายสวัสดิการจะถือเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ ไม่เป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (3) และ (13) ก็ต่อเมื่อ
• มีการกำหนดไว้ในระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือระเบียบการให้สวัสดิการของบริษัทอย่างชัดเจน
• เป็นการให้สิทธิแก่พนักงานทุกคนเป็นการทั่วไป โดยอาจมีการแบ่งเกณฑ์ตามตำแหน่งหรืออายุงานอย่างเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติเฉพาะเจาะจงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
3.2 ผลกระทบหากจ่ายเกินวงเงินที่ระเบียบกำหนด หากบริษัทกำหนดวงเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลไว้ในระเบียบ เช่น ไม่เกินคนละ 40,000 บาทต่อปี แต่ต่อมาบริษัทได้อนุมัติจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แก่พนักงานรายใดรายหนึ่งเกินกว่า 40,000 บาท จะเกิดผลกระทบทางภาษีทันทีดังนี้
• ส่วนที่เกินวงเงิน จะถือเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัวหรือการให้โดยเสน่หา ต้องห้ามนำมาหักเป็นรายจ่ายของบริษัทตามมาตรา 65 ตรี (3)
• บริษัทต้องบวกกลับ (Add Back) เงินส่วนที่เกินนี้ในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลตอนสิ้นปี
4. รูปแบบการจ่ายสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลและการจัดการทางภาษี
องค์กรสามารถเลือกรูปแบบการให้สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลได้หลากหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีมีกระบวนการและเอกสารที่ต้องใช้แตกต่างกัน
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
