ภาษีท้องถิ่น
การปรับราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ ใช้ในปี 2570 (ตอนที่ 1)
ดร.อวิรุทธ์ ชาญชัยกิตติกร
สืบเนื่องจากมีข่าวว่ากระทรวงการคลังเตรียมปรับราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ทั่วประเทศ เริ่มบังคับใช้ในปี 2570 โดยมุ่งให้ราคาประเมินสะท้อนมูลค่าทางเศรษฐกิจและใกล้เคียงราคาตลาดมากขึ้น หลังจากปัจจุบันบางพื้นที่มีช่องว่างระหว่างราคาประเมินของรัฐกับราคาตลาดสูงถึง 30 - 40% และเปิดตัวระบบ D-Value พร้อมบริการรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินที่ดินและห้องชุดออนไลน์เป็นครั้งแรก
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมธนารักษ์อยู่ระหว่างจัดทำราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ ซึ่งจะมีการทบทวนทุก 4 ปี และมีกำหนดเริ่มใช้ในปี 2570 โดยปัจจุบันได้ดำเนินการประเมินราคาที่ดินครบทุกแปลงทั่วประเทศแล้ว ทั้งนี้ ราคาประเมินของภาครัฐโดยทั่วไปจะมีความแตกต่างจากราคาตลาดอยู่บ้าง ซึ่งในหลายประเทศทั่วโลกมักมีส่วนต่างเฉลี่ยประมาณ 15% เนื่องจากราคาตลาดมีการเปลี่ยนแปลงตามปัจจัยทางเศรษฐกิจและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างถนนสายใหม่ การขยายเส้นทางรถไฟฟ้า หรือการพัฒนาเมืองในพื้นที่ต่าง ๆ ส่งผลให้มูลค่าที่ดินปรับตัวเพิ่มขึ้นตามศักยภาพของทำเล
นายเอกนิติกล่าวว่า “รัฐพยายามปรับปรุงฐานข้อมูลและอัปเดตราคาประเมินให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น เมื่อราคาประเมินสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงได้ใกล้เคียงขึ้นก็จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนที่นำทรัพย์สินไปใช้ประกอบการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน”
พร้อมกันนี้ กรมธนารักษ์ได้เปิดให้บริการรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินทรัพย์สินออนไลน์ผ่านระบบ D-Value ภายใต้ระบบเผยแพร่ราคาประเมินทรัพย์สิน ซึ่งเป็นบริการอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) สำหรับตรวจสอบราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไม่มีค่าบริการ โดยมุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา เพราะ D-Value เช็คราคาประเมินฟรี 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับสถาบันการเงินเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงสินเชื่อของประชาชน โดยระยะแรกได้ร่วมมือกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารกรุงไทย และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
การเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนและเกษตรกรที่ต้องการขอสินเชื่อ สามารถใช้ข้อมูลราคาประเมินจากระบบดิจิทัลประกอบการพิจารณาสินเชื่อได้ทันที ช่วยลดขั้นตอน ลดระยะเวลา และเพิ่มความคล่องตัวในการทำธุรกรรมทางการเงิน
นอกจากนี้ นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมตั้งเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2569 ที่ 11,900 ล้านบาท มั่นใจว่า เมื่อถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 จะจัดเก็บรายได้เกินเป้าหมาย 20% เนื่องจากใน 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 หรือตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2568 - มกราคม ปี 2569 จัดเก็บรายได้ในส่วนของที่ราชพัสดุที่ 8,059.61 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 487.13 ล้านบาท และเหรียญกษาปณ์ที่ 169.57 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 63.99 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 8,229.18 ล้านบาท นายอัครุตม์กล่าวว่า กรมอยู่ระหว่างการจัดทำบัญชีราคาประเมินรอบ 4 ปี (2570 - 2573) โดยขณะนี้เร่งศึกษาแนวทางการปรับราคาประเมินที่ดินเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ ให้ราคาประเมินต่ำกว่าราคาตลาดไม่เกิน 20% จากเดิมที่ต่ำกว่าราคาซื้อขายจริงในตลาดประมาณ 30 - 40% คาดเริ่มประกาศใช้ภายในเดือนธันวาคม 2569 และเริ่มบังคับใช้วันที่ 1 มกราคม 2570 ภายหลังจากการจัดทำบัญชีราคาประเมินรอบปี 2566 - 2569 จะครบกำหนดในปีนี้
สำหรับโครงการธนารักษ์เอื้อราษฎร์ การมอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุเพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของราชพัสดุ ที่ต้องดำเนินการจัดให้เช่าทั้งสิ้น 164,590 ราย จัดทำสัญญาเช่าไปแล้ว 140,206 ราย ขณะนี้คงเหลือที่จะจัดทำสัญญาเช่า 24,384 ราย คาดว่าจะดำเนินการเซ็นสัญญาให้ครบภายในปี 2573 นอกจากนี้ กรมฯ มีแผนนำที่ดินที่ราชพัสดุที่จากการยึดทรัพย์มาดำเนินการเปิดประมูลขาย ประกอบด้วยจำนวน 41 รายการ 7 ประเภท ได้แก่
1. ประเภทคอนโดมิเนียม
2. ประเภททาวน์เฮาส์
3. ประเภทบ้านเดี่ยว
4. ประเภทอาคารพาณิชย์
5. ประเภทอาคารสำนักงาน
6. ประเภทที่ดินว่างเปล่า-บ้านเดี่ยว และ
7. ประเภทที่ดินว่างเปล่า
ทั้งนี้ ได้เปิดประมูลมีนาคม 2569 ผ่านระบบออนไลน์ Auction Treasury
การกำหนดราคาประเมินที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง
สำหรับการกำหนดราคาประเมินที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง เมื่อเจ้าพนักงานประเมินได้ข้อมูลจากกรมธนารักษ์ที่เปิดให้บริการรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินทรัพย์สินออนไลน์ผ่านระบบ D-Value ภายใต้ระบบเผยแพร่ราคาประเมินทรัพย์สิน ซึ่งเป็นบริการอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) สำหรับตรวจสอบราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ต้องเป็น จากนั้นก็จะนำราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไปเป็นเกณฑ์ในการกำหนดราคาที่ดินเพื่อเป็นฐานข้อมูลในการแจ้งการประเมินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับปีภาษีนั้น
แต่อย่างไรก็ตาม การกำหนดราคาประเมินที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงการกำหนดราคาประเมินที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง การจัดทำบัญชีราคาประเมินที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง และแผนที่ประกอบการประเมินราคาที่ดิน พ.ศ. 2563 ซึ่งในกฎกระทรวงนี้ ได้อธิบายวิธีการประเมินราคาที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างไว้ 4 วิธี กล่าวคือ
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
