ตอบข้อหารือกรมสรรพากร
ตอบข้อหารือ ฉบับกันยายน 2569
กรมสรรพากร

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีธุรกิจเฉพาะ
กรณีการขายทรัพย์มรดกหรือทรัพย์สินที่สะสมไว้
Q ปัญหา
กรณีบุคคลธรรมดาได้รับมรดกจากบิดาหรือมารดาเป็นทรัพย์สิน แล้วต่อมาได้ขายทรัพย์สินดังกล่าว และกรณีบุคคลธรรมดาขายทรัพย์สินที่สะสมไว้ ทั้ง 2 กรณีมีหน้าที่ตามประมวลรัษฎากรหรือไม่ อย่างไร ภายในอายุความใด พร้อมรายละเอียดหลักเกณฑ์ ข้อกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง
A คำวินิจฉัย
1. กรณีการขายทรัพย์สินอันเป็นมรดก มีประเด็นที่ต้องพิจารณาดังนี้
1.1 กรณีการขายอสังหาริมทรัพย์อันเป็นทรัพย์มรดก ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับในระหว่างปีภาษี ตามมาตรา 56 และมาตรา 56 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร
อนึ่ง การขายอสังริมทรัพย์ที่ได้มาโดยทางมรดกดังกล่าว ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/2 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับมาตรา 4 (6) (ข) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร (ฉบับที่ 342) พ.ศ. 2541 แต่ต้องเสียอากรแสตมป์ตามลักษณะแห่งตราสาร 28 (ข) แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ทั้งนี้ ตามมาตรา 104 แห่งประมวลรัษฎากร
1.2 กรณีการขายสังหาริมทรัพย์อันเป็นทรัพย์มรดก เงินได้ที่ได้รับจากการขายดังกล่าวเป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 42 (9) แห่งประมวลรัษฎากร
2. กรณีขายทรัพย์สินที่สะสมไว้ มีประเด็นที่ต้องพิจารณาดังนี้
2.1 กรณีการขายอสังหาริมทรัพย์ที่สะสมไว้ หากเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมิได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไร ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้มีเงินได้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและยื่นแบบแสดงรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินที่ตนได้รับเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 56 และมาตรา 56 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร
อนึ่ง หากการขายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว เป็นการขายภายใน 5 ปี นับแต่วันที่ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้น ย่อมถือเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางการค้าหรือหากำไรตามมาตรา 4 (6) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 342) พ.ศ. 2541 อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/2 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้มีหน้าที่เสียภาษีกรณีดังกล่าว มีหน้ายื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในขณะจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์นั้น โดยพนักงานเจ้าหน้าที่กรมที่ดินจะเรียกเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะเพื่อกรมสรรพากรตามมาตรา 91/10 แห่งประมวลรัษฎากร
2.2 กรณีการขายสังหาริมทรัพย์ที่สะสมไว้ หากเป็นสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมิได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไร แต่ไม่รวมถึงเรือกำปั่น เรือที่มีระวางตั้งแต่ 6 ตันขึ้นไป เรือกลไฟ หรือเรือยนต์ที่มีระวางตั้งแต่ 5 ตันขึ้นไป หรือแพ เงินได้จากการขายทรัพย์สินดังกล่าว ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 42 (9) แห่งประมวลรัษฎากร
อนึ่ง หากทรัพย์สินดังกล่าวเป็นสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร เงินได้จากการขายทรัพย์สินดังกล่าวถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้มีเงินได้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและยื่นแบบแสดงรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินที่ตนได้รับ เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 56 และมาตรา 56 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร
ทั้งนี้ ในการพิจารณา 1. และ 2. ดังกล่าว เป็นการพิจารณาตามความในประมวลรัษฎากรเท่านั้น
หนังสือกรมสรรพากรที่ กค 0702/3615 ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2569
ปลดล็อกคลังความรู้ภาษี-บัญชีแบบมืออาชีพ
สมัครเป็นสมาชิกเอกสารภาษีอากร
เพื่อเข้าถึงบทความ ข่าวสาร ความรู้ด้านกฎหมายภาษี บัญชี สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการภาษีและทำบัญชีอย่างมืออาชีพ จากนักเขียนผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ท่านตลอดทุกเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกมากมาย
- ✓รับ วารสารส่งตรงถึงมือ ปีละ 12 ฉบับ* (กรณีสมัครสมาชิกแบบรับเล่ม)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าใช้งานระบบ e-Magazine สืบค้นบทความและอ่านวารสารแบบ E-Magazine ย้อนหลัง 5 ปี
- ✓รับฟรี หนังสือประมวลรัษฎากร ปีละ 1 ชุด (มูลค่า 590 บาท)
- ✓รับสิทธิ์ เข้าสัมมนาพิเศษ (อัปเดตเรื่องบัญชี ภาษี) ฟรี ปีละ 2 ครั้ง มูลค่า 1,800 บาท
- ✓รับส่วนลด การอบรมสัมมนา สูงสุด 2,000 บาท/หลักสูตร (ไม่จำกัดจำนวนและใช้ได้ทั้งองค์กร) ดูหลักสูตรได้ที่ www.dst.co.th
- ✓รับส่วนลด เมื่อซื้อหนังสือธรรมนิติ ดูหนังสือได้ที่ www.dharmnitibook.com
- ✓รับส่วนลด ในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ข่าวผู้ถือหุ้น ที่ www.thaicorporatenews.com
- ✓รับสิทธิ์ ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Member Privilege
